สนามสอบ
← สารบัญรายบท

สนามสอบ

สรุปคณิตศาสตร์ ม.5

มัธยมศึกษาปีที่ 5 · ฉบับเต็มทั้งเล่ม

7

บท

36

หัวข้อย่อย

34

ตัวอย่าง

162

นาที

เรียบเรียงขึ้นใหม่ทั้งเล่ม อ้างอิงโครงสร้างหลักสูตรแกนกลาง (ข้อมูลสาธารณะ)
ไม่คัดลอกจากหนังสือเรียน หนังสือติว หรือเว็บติวของผู้ใด · sanamsob.com

สารบัญ

  1. บทที่ 1ลำดับและอนุกรม🔢 จำนวนและพีชคณิต · 6 หัวข้อ
  2. บทที่ 2ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน🔢 จำนวนและพีชคณิต · 5 หัวข้อ
  3. เพิ่มเติมฟังก์ชันตรีโกณมิติ📐 การวัดและเรขาคณิต · 4 หัวข้อ
  4. เพิ่มเติมเอกลักษณ์และสมการตรีโกณมิติ📐 การวัดและเรขาคณิต · 5 หัวข้อ
  5. เพิ่มเติมเมทริกซ์🔢 จำนวนและพีชคณิต · 6 หัวข้อ
  6. เพิ่มเติมเวกเตอร์📐 การวัดและเรขาคณิต · 5 หัวข้อ
  7. เพิ่มเติมจำนวนเชิงซ้อน🔢 จำนวนและพีชคณิต · 5 หัวข้อ
บทที่ 1🔢 จำนวนและพีชคณิต

ลำดับและอนุกรม

ลำดับคือชุดตัวเลขที่เรียงตามกฎ ส่วนอนุกรมคือผลบวกของลำดับ — มีแค่สองแบบหลักที่ต้องแม่น คือ “บวกเท่าเดิมทุกครั้ง” กับ “คูณเท่าเดิมทุกครั้ง”

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • แยกได้ว่าลำดับที่กำหนดเป็นลำดับเลขคณิตหรือเรขาคณิต
  • หาพจน์ทั่วไปและพจน์ที่ต้องการของลำดับได้
  • หาผลบวก พจน์แรกของอนุกรมเลขคณิตและเรขาคณิตได้
  • ใช้สัญลักษณ์ซิกมาและนำไปแก้โจทย์ในชีวิตจริงได้

ลำดับsequence

ชุดของจำนวนที่เรียงกันตามลำดับที่แน่นอน

ผลต่างร่วมcommon difference

ค่าที่บวกเพิ่มทุกพจน์ในลำดับเลขคณิต เขียนแทนด้วย

อัตราส่วนร่วมcommon ratio

ค่าที่คูณทุกพจน์ในลำดับเรขาคณิต เขียนแทนด้วย

อนุกรมseries

ผลบวกของพจน์ในลำดับ

1.1 ลำดับคืออะไร

  • เขียนพจน์ที่ ว่า คือพจน์แรก พจน์ที่สอง ไปเรื่อยๆ
  • พจน์ทั่วไป คือสูตรที่บอกว่าพจน์ที่ เป็นเท่าไร โดยไม่ต้องไล่นับ
  • ลำดับจำกัด มีพจน์สุดท้าย · ลำดับอนันต์ ไม่มีที่สิ้นสุด

วิธีดูว่าเป็นลำดับแบบไหน

  1. 1ลอง ลบ พจน์ติดกัน — ถ้าได้เท่ากันทุกคู่ → เลขคณิต
  2. 2ลอง หาร พจน์ติดกัน — ถ้าได้เท่ากันทุกคู่ → เรขาคณิต
  3. 3ถ้าไม่เข้าทั้งสองแบบ ให้หาความสัมพันธ์อื่น (เช่น กำลังสอง หรือบวกกันเอง)
ลำดับชนิดค่า
เลขคณิต
เรขาคณิต
ไม่ใช่ทั้งสองเป็น
เรขาคณิต

ฝึกแยกให้ออก

1.2 ลำดับเลขคณิต

พจน์ทั่วไป

💡ทำไมเป็น ไม่ใช่

กว่าจะถึงพจน์ที่ เราบวก ไปแล้ว ครั้ง — พจน์แรกยังไม่ได้บวกอะไรเลย (เหมือนนับช่องว่างระหว่างเสา ไม่ใช่นับเสา)

✏️ตัวอย่าง

ลำดับ จงหาพจน์ที่

  1. ขั้นที่ 1 ·
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

ลำดับเลขคณิตมีพจน์ที่ เป็น และพจน์ที่ เป็น จงหา และ

  1. ขั้นที่ 1จากพจน์ที่ ถึงพจน์ที่ ห่างกัน ช่วง
  2. ขั้นที่ 2 ดังนั้น
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   ·

💡 โจทย์ให้สองพจน์มา ให้คิดว่า “ห่างกันกี่ช่วง” แล้วหารเอา เร็วกว่าตั้งระบบสมการ

1.3 ลำดับเรขาคณิต

พจน์ทั่วไป

  • → พจน์โตขึ้นเรื่อยๆ · → พจน์เล็กลงเข้าใกล้ศูนย์
  • ติดลบ → เครื่องหมายสลับบวกลบไปมา
  • หาได้จาก หรือพจน์ติดกันคู่ไหนก็ได้
✏️ตัวอย่าง

ลำดับ จงหาพจน์ที่

  1. ขั้นที่ 1 ·
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

แบคทีเรียเพิ่มเป็นสองเท่าทุกชั่วโมง เริ่มต้นมี ตัว อีก ชั่วโมงจะมีกี่ตัว

  1. ขั้นที่ 1เป็นลำดับเรขาคณิต (ชั่วโมงที่ ) ·
  2. ขั้นที่ 2หลัง ชั่วโมง คูณสองไปแล้ว ครั้ง
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   ตัว

1.4 อนุกรมเลขคณิต

ผลบวก พจน์แรก (ใช้เมื่อรู้พจน์แรกกับพจน์สุดท้าย)

อีกรูป (ใช้เมื่อรู้ กับ )

📎ที่มาแบบเด็กชายเกาส์

จับพจน์หัวกับท้ายมาบวกกัน: , , … ได้ เท่ากันหมด มีทั้งหมด คู่ → · สูตร ก็คือ “จำนวนคู่ × ผลบวกของแต่ละคู่” นั่นเอง

✏️ตัวอย่าง

หาผลบวกของ ถึงพจน์ที่

  1. ขั้นที่ 1 ·
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

1.5 อนุกรมเรขาคณิต

ผลบวก พจน์แรก

ผลบวกอนันต์ (มีค่าเมื่อ เท่านั้น)

⚠️ระวัง

ใช้ได้ ก็ต่อเมื่อ — ถ้า ผลบวกจะโตไม่มีที่สิ้นสุด (ไม่ลู่เข้า) ตอบว่า “หาค่าไม่ได้”

✏️ตัวอย่าง

หาผลบวก ถึง พจน์

  1. ขั้นที่ 1 · ·
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

หาผลบวกอนันต์ของ

  1. ขั้นที่ 1 · ซึ่ง
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

💡 บวกจำนวนอนันต์แล้วได้ค่าจำกัด — เพราะแต่ละพจน์เล็กลงเร็วมากจนรวมกันไม่เกิน

1.6 สัญลักษณ์ซิกมา

ความหมาย

ผลบวกสูตร

สูตรผลบวกที่ควรจำ

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1แยกซิกมา:
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

💡 ซิกมาแยกได้เหมือนการแจกแจง — ค่าคงตัวดึงออกนอกซิกมาได้ แต่ต้องระวังว่า ไม่ใช่

📋 สรุปสูตร — ลำดับและอนุกรม

พจน์ทั่วไป เลขคณิต

พจน์ทั่วไป เรขาคณิต

อนุกรมเลขคณิต

อนุกรมเรขาคณิต

อนุกรมอนันต์

ผลบวก 1 ถึง n

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ แทน ในสูตรพจน์ทั่วไป
  • ใช้สูตร ทั้งที่
  • สับสน (พจน์ที่ ) กับ (ผลบวก พจน์)
  • (ที่ถูกคือ )

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1ลำดับ พจน์ที่ คือ

ตอบ  

ข้อ 2ลำดับ พจน์ที่ คือ

ตอบ  

ข้อ 3

ตอบ  

ข้อ 4 ผลบวกอนันต์

ตอบ  

ข้อ 5

ตอบ  

บทที่ 2🔢 จำนวนและพีชคณิต

ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน

บทที่ใช้ได้จริงที่สุดในชีวิต — เงินวันนี้กับเงินปีหน้ามีค่าไม่เท่ากัน บทนี้สอนคำนวณว่าต่างกันเท่าไร และใช้ตัดสินใจเรื่องออม กู้ ผ่อน ได้จริง

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • คำนวณดอกเบี้ยอย่างง่ายและดอกเบี้ยทบต้นได้
  • หามูลค่าอนาคตและมูลค่าปัจจุบันของเงินได้
  • คำนวณค่างวดของการออมและการผ่อนชำระเบื้องต้นได้
  • เปรียบเทียบทางเลือกทางการเงินอย่างมีเหตุผล

เงินต้นprincipal

จำนวนเงินตั้งต้น เขียนแทนด้วย

มูลค่าอนาคตfuture value

เงินก้อนหนึ่งจะมีค่าเท่าไรในอนาคต

มูลค่าปัจจุบันpresent value

เงินในอนาคตคิดกลับมาเป็นค่าวันนี้เท่าไร

2.1 ดอกเบี้ยอย่างง่าย กับ ดอกเบี้ยทบต้น

ดอกเบี้ยอย่างง่าย (คิดจากเงินต้นตลอด)

ดอกเบี้ยทบต้น (ดอกเบี้ยกลายเป็นเงินต้นด้วย)

ปีที่อย่างง่ายทบต้น
1
2
5
10
20

ฝาก บาท ดอกเบี้ย ต่อปี

🔑สาระสำคัญ

ปีแรกเท่ากัน แต่ยิ่งนานยิ่งต่างกันมหาศาล — ทบต้นคือดอกเบี้ยที่ออกดอกเบี้ยเอง เป็นเหตุผลที่ควรเริ่มออมเร็ว และเป็นเหตุผลที่หนี้บัตรเครดิตน่ากลัว

2.2 ทบต้นหลายรอบต่อปี

ทบต้น รอบต่อปี เป็นเวลา ปี

  • ทบต้นทุกปี · ทุก เดือน · ทุกไตรมาส · ทุกเดือน
  • = อัตราดอกเบี้ยต่อรอบ · = จำนวนรอบทั้งหมด
  • ยิ่งทบถี่ ยิ่งได้มาก แต่เพิ่มขึ้นน้อยลงเรื่อยๆ (ไม่ได้เพิ่มแบบไม่จำกัด)
✏️ตัวอย่าง

ฝาก บาท ดอกเบี้ย ต่อปี ทบต้นทุก เดือน เป็นเวลา ปี ได้เงินเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1 → อัตราต่อรอบ
  2. ขั้นที่ 2จำนวนรอบ
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  ประมาณ บาท

💡 อย่าเอา ไปยกกำลัง ตรงๆ — ต้องแปลงเป็นอัตราต่อรอบและนับจำนวนรอบก่อนเสมอ

2.3 มูลค่าปัจจุบัน

คิดเงินอนาคตกลับมาเป็นค่าวันนี้

🔑แนวคิดที่สำคัญที่สุดของบท

เงิน บาทวันนี้ มีค่ามากกว่า บาทในอีก ปี เพราะเงินวันนี้เอาไปลงทุนต่อได้ — เวลาเปรียบเทียบทางเลือกทางการเงิน ต้องดึงทุกอย่างมาที่เวลาเดียวกันก่อนจึงจะเทียบได้อย่างเป็นธรรม

✏️ตัวอย่าง

ต้องการมีเงิน บาทในอีก ปี ถ้าดอกเบี้ยทบต้น ต่อปี ต้องฝากวันนี้เท่าใด

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  ประมาณ บาท

2.4 ค่างวด — ฝากหรือผ่อนเท่ากันทุกงวด

มูลค่าอนาคตของการฝากงวดละ ทั้งหมด งวด

ค่างวดผ่อนชำระเงินกู้

📎น่ารู้

สูตรค่างวดมาจาก อนุกรมเรขาคณิต ในบทที่ 1 — เงินแต่ละงวดโตด้วยอัตราเดียวกันแต่คนละจำนวนรอบ พอรวมกันจึงเป็นอนุกรมเรขาคณิตพอดี

✏️ตัวอย่าง

ฝากเดือนละ บาท ดอกเบี้ย ต่อปีทบต้นทุกเดือน เป็นเวลา ปี จะได้เงินเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1 · งวด
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  ประมาณ บาท (ฝากไปทั้งหมด บาท)

2.5 ใช้ตัดสินใจจริง

  • ผ่อน กับ จ่ายสดแล้วได้ส่วนลด — ต้องคิดมูลค่าปัจจุบันของค่างวดทั้งหมด แล้วเทียบกับราคาสด
  • เงินเฟ้อ กัดกำลังซื้อ — ฝากได้ดอกเบี้ย แต่เงินเฟ้อ เท่ากับ ขาดทุนจริง
  • หนี้บัตรเครดิต ดอกเบี้ยมักคิดต่อเดือน — ต่อเดือนไม่ใช่ ต่อปี แต่เป็น
✏️ตัวอย่าง

โทรศัพท์ราคา บาท ร้าน A ให้ผ่อน เดือนละ บาท เดือน · ร้าน B ขายสด บาท ถ้าเงินฝากได้ดอกเบี้ย ต่อปีทบต้นทุกเดือน ควรเลือกร้านไหน

  1. ขั้นที่ 1ร้าน A: คิดมูลค่าปัจจุบันของค่างวด ,
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3ร้าน B จ่ายวันนี้
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  ร้าน B คุ้มกว่าประมาณ บาท

💡 ผ่อน ไม่ได้แปลว่าฟรีเสมอ — ถ้าราคาสดถูกกว่ามากพอ จ่ายสดยังคุ้มกว่า

📋 สรุปสูตร — ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน

ดอกเบี้ยอย่างง่าย

ทบต้น

ทบต้น m รอบ/ปี

มูลค่าปัจจุบัน

มูลค่าอนาคตของค่างวด

ค่างวดผ่อน

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้อัตราต่อปีทั้งที่ทบต้นรายเดือน (ต้องหารด้วย )
  • นับจำนวนรอบผิด (ต้องเป็น ไม่ใช่ )
  • เทียบเงินคนละเวลากันตรงๆ โดยไม่คิดมูลค่าปัจจุบัน
  • คิดว่า ต่อเดือน = ต่อปี (จริงๆ มากกว่านั้นเพราะทบต้น)

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1ฝาก ดอกเบี้ยอย่างง่าย ต่อปี ปี ได้ดอกเบี้ยเท่าใด

ตอบ   บาท

ข้อ 2ฝาก ทบต้น ต่อปี ปี ได้เงินรวมเท่าใด

ตอบ   บาท

ข้อ 3ดอกเบี้ย ต่อปี ทบต้นทุกเดือน อัตราต่อรอบคือ

ตอบ  

ข้อ 4เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยเงินฝาก กำลังซื้อเปลี่ยนอย่างไร

ตอบ  ลดลงประมาณ ต่อปี

เพิ่มเติม📐 การวัดและเรขาคณิต

ฟังก์ชันตรีโกณมิติ

ขยายตรีโกณจากสามเหลี่ยมมุมฉาก (ที่ทำได้แค่มุม ) ไปสู่วงกลมหนึ่งหน่วย ที่ใช้ได้กับมุมทุกขนาด รวมทั้งมุมลบและมุมเกินหนึ่งรอบ

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • แปลงระหว่างองศากับเรเดียนได้
  • หาค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติของมุมใดๆ โดยใช้วงกลมหนึ่งหน่วยได้
  • บอกเครื่องหมายของฟังก์ชันในแต่ละจตุภาคได้
  • เขียนและอ่านกราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติได้

วงกลมหนึ่งหน่วยunit circle

วงกลมรัศมี 1 ที่มีจุดศูนย์กลางที่จุดกำเนิด

เรเดียนradian

หน่วยวัดมุมที่ใช้ความยาวส่วนโค้งเทียบรัศมี

คาบperiod

ช่วงที่กราฟซ้ำรูปเดิม

แอมพลิจูดamplitude

ครึ่งหนึ่งของระยะระหว่างค่าสูงสุดกับต่ำสุด

3.1 จากสามเหลี่ยมสู่วงกลมหนึ่งหน่วย

บนวงกลมรัศมี 1 จุดที่มุม คือ

  • = พิกัด · = พิกัด ·
  • รัศมีเป็น ทำให้ กับ อ่านออกจากพิกัดได้ตรงๆ
  • จึงนิยามมุมได้ทุกขนาด — เกิน เกิน หรือติดลบก็ได้
  • มุมบวก = หมุนทวนเข็มนาฬิกา · มุมลบ = หมุนตามเข็ม

เอกลักษณ์ที่ตามมาทันที (จากพีทาโกรัส)

จตุภาคตัวที่เป็นบวก
ที่ 1 ()A ทุกตัว
ที่ 2 ()S เฉพาะ sin
ที่ 3 ()T เฉพาะ tan
ที่ 4 ()C เฉพาะ cos

เครื่องหมายในแต่ละจตุภาค

💡เคล็ดลับ

จำด้วย A-S-T-C วนทวนเข็มจากจตุภาคที่ 1 — หรือจำว่า คือ (ซ้ายลบขวาบวก) และ คือ (บนบวกล่างลบ) ก็ได้เหตุผลเดียวกันแต่ไม่ต้องท่อง

3.2 เรเดียน

ความสัมพันธ์หลัก

  • องศา → เรเดียน: คูณ
  • เรเดียน → องศา: คูณ
  • เรเดียน = มุมที่รองรับส่วนโค้งยาวเท่ากับรัศมีพอดี ()
  • หนึ่งรอบ เรเดียน
องศา
เรเดียน

มุมที่ต้องจำ

ความยาวส่วนโค้งและพื้นที่เซกเตอร์ (เมื่อ เป็นเรเดียน)

💡เคล็ดลับ

สังเกตว่าสูตรเรเดียนสั้นกว่าสูตรองศา () มาก — นี่คือเหตุผลที่คณิตศาสตร์ระดับสูงใช้เรเดียนเป็นหลัก

3.3 หาค่าของมุมใดๆ

วิธีหาค่ามุมนอกจตุภาคที่ 1

  1. 1ถ้ามุมเกิน หรือติดลบ ให้บวก/ลบ จนอยู่ในช่วง
  2. 2หา มุมอ้างอิง — มุมแหลมที่ทำกับแกน
  3. 3หาค่าของมุมอ้างอิงจากตารางมุมพิเศษ
  4. 4ใส่เครื่องหมายตามจตุภาค (ใช้ A-S-T-C)
✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1 อยู่ในจตุภาคที่
  2. ขั้นที่ 2มุมอ้างอิง
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4จตุภาคที่ เป็นบวก

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1 อยู่ในจตุภาคที่
  2. ขั้นที่ 2มุมอ้างอิง
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4จตุภาคที่ เป็นลบ

ตอบ  

3.4 กราฟของฟังก์ชันตรีโกณมิติ

ฟังก์ชันโดเมนเรนจ์คาบ
  • เริ่มที่ ขึ้นก่อน · เริ่มที่ ลงก่อน — รูปเหมือนกัน แค่เลื่อนกัน
  • มี เส้นกำกับ ตรงที่ (เพราะตัวส่วนเป็นศูนย์) และคาบสั้นกว่าเพื่อนแค่
  • เป็นฟังก์ชันคี่ () · เป็นฟังก์ชันคู่ ()

รูปทั่วไป

ตัวแปรผลต่อกราฟ
แอมพลิจูด — ยืด/หดแนวตั้ง
คาบ — ยิ่ง มาก กราฟยิ่งถี่
เลื่อนซ้าย-ขวา
เลื่อนขึ้น-ลง (เส้นกลางใหม่)

แต่ละตัวทำอะไร

✏️ตัวอย่าง

มีแอมพลิจูด คาบ และเรนจ์เท่าใด

  1. ขั้นที่ 1 → แอมพลิจูด
  2. ขั้นที่ 2 → คาบ
  3. ขั้นที่ 3 → เส้นกลางอยู่ที่
  4. ขั้นที่ 4เรนจ์:

ตอบ  แอมพลิจูด · คาบ · เรนจ์

📋 สรุปสูตร — ฟังก์ชันตรีโกณมิติ

วงกลมหนึ่งหน่วย

เอกลักษณ์พีทาโกรัส

องศา-เรเดียน

ความยาวส่วนโค้ง

พื้นที่เซกเตอร์

คาบของ y=A sin(Bx)

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ตารางมุมพิเศษโดยลืมใส่เครื่องหมายตามจตุภาค
  • สับสนสูตรส่วนโค้งแบบองศากับแบบเรเดียน
  • คิดว่าคาบของ เป็น (จริงๆ คือ )
  • หาแอมพลิจูดจาก โดยลืมใส่ค่าสัมบูรณ์

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 2 เรเดียน เท่ากับกี่องศา

ตอบ  

ข้อ 3 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 4คาบของ

ตอบ  

ข้อ 5เรนจ์ของ

ตอบ  

เพิ่มเติม📐 การวัดและเรขาคณิต

เอกลักษณ์และสมการตรีโกณมิติ

เอกลักษณ์คือสมการที่จริงทุกค่าของมุม ใช้แปลงนิพจน์ให้ง่ายลง — และเมื่อรวมกับกฎของไซน์-โคไซน์ ก็แก้สามเหลี่ยมชนิดใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นมุมฉาก

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • ใช้เอกลักษณ์พื้นฐานพิสูจน์และย่อนิพจน์ตรีโกณมิติได้
  • ใช้สูตรผลบวก-ผลต่างมุมและมุมสองเท่าได้
  • แก้สมการตรีโกณมิติในช่วงที่กำหนดได้
  • ใช้กฎของไซน์และกฎของโคไซน์แก้สามเหลี่ยมใดๆ ได้

เอกลักษณ์identity

สมการที่เป็นจริงสำหรับทุกค่าที่นิยามได้

กฎของไซน์law of sines

ความสัมพันธ์ระหว่างด้านกับไซน์ของมุมตรงข้าม

4.1 เอกลักษณ์พื้นฐาน

เอกลักษณ์
·

ตระกูลที่ 1 — ส่วนกลับและผลหาร

เอกลักษณ์ได้มาอย่างไร
ตัวหลัก
หารตัวหลักด้วย
หารตัวหลักด้วย

ตระกูลที่ 2 — พีทาโกรัส (จำตัวแรกตัวเดียวพอ)

💡เทคนิคพิสูจน์เอกลักษณ์

  • เริ่มจากข้างที่ ซับซ้อนกว่า แล้วทำให้ง่ายลง
  • แปลงทุกอย่างเป็น กับ ก่อน — แก้ได้เกือบทุกข้อ
  • ห้ามย้ายข้าง — ต้องทำทีละข้างจนเท่ากัน (เพราะยังไม่รู้ว่าเท่ากันจริงไหม)
✏️ตัวอย่าง

พิสูจน์ว่า

  1. ขั้นที่ 1รวมเศษส่วนข้างซ้าย:
  2. ขั้นที่ 2กระจาย:
  3. ขั้นที่ 3ใช้ :
  4. ขั้นที่ 4ตัด :

ตอบ  พิสูจน์แล้ว

4.2 สูตรผลบวกและผลต่างมุม

ไซน์

โคไซน์ (สังเกตว่าเครื่องหมายกลับกัน)

⚠️ระวัง

— ฟังก์ชันตรีโกณกระจายเข้าไปในการบวกไม่ได้ ต้องใช้สูตรเท่านั้น

✏️ตัวอย่าง

หาค่าที่แน่นอนของ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

💡 แตกมุมแปลกๆ เป็นผลบวก/ผลต่างของมุมพิเศษ — · ·

4.3 สูตรมุมสองเท่า

ไซน์มุมสองเท่า

โคไซน์มุมสองเท่า (มี 3 รูป เลือกใช้ตามสะดวก)

💡เคล็ดลับ

ทั้งสามรูปของ ได้มาจากรูปแรกโดยแทน — เลือกรูปที่ เหลือตัวแปรตัวเดียว ตรงกับที่โจทย์ให้มา

✏️ตัวอย่าง

ถ้า และ อยู่ในจตุภาคที่ จงหา

  1. ขั้นที่ 1หา จาก :
  2. ขั้นที่ 2จตุภาคที่ (บวก)
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

4.4 สมการตรีโกณมิติ

  1. 1จัดให้เหลือฟังก์ชันเดียว (ใช้เอกลักษณ์ช่วย)
  2. 2ถ้ามีกำลังสอง ให้แยกตัวประกอบเหมือนสมการพีชคณิต
  3. 3หามุมอ้างอิงจากค่าที่ได้
  4. 4หา ทุกมุมในช่วงที่โจทย์กำหนด โดยดูจตุภาคที่เครื่องหมายตรงกัน
✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ เมื่อ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2มุมอ้างอิง
  3. ขั้นที่ 3 เป็นบวกในจตุภาคที่ และ
  4. ขั้นที่ 4จตุภาค : · จตุภาค :

ตอบ   หรือ

💡 อย่าตอบแค่คำตอบเดียว — สมการตรีโกณมักมีหลายคำตอบในหนึ่งรอบ ต้องไล่ให้ครบทุกจตุภาคที่เครื่องหมายตรง

✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ เมื่อ

  1. ขั้นที่ 1ให้
  2. ขั้นที่ 2แยกตัวประกอบ:
  3. ขั้นที่ 3 หรือ
  4. ขั้นที่ 4
  5. ขั้นที่ 5 → มุมอ้างอิง · ลบในจตุภาค

ตอบ  

4.5 กฎของไซน์และกฎของโคไซน์

กฎของไซน์

กฎของโคไซน์

โจทย์ให้มาใช้
สองมุมและหนึ่งด้าน (ม.ม.ด.)กฎของไซน์
สองด้านและมุมตรงข้ามด้านหนึ่ง (ด.ด.ม.)กฎของไซน์
สองด้านและมุมระหว่าง (ด.ม.ด.)กฎของโคไซน์
สามด้าน (ด.ด.ด.)กฎของโคไซน์

ใช้ตัวไหนดี

📎น่ารู้

กฎของโคไซน์คือ พีทาโกรัสฉบับทั่วไป — ถ้า แล้ว สูตรจะยุบเหลือ พอดี

✏️ตัวอย่าง

สามเหลี่ยมมีด้าน , และมุมระหว่าง จงหาด้าน

  1. ขั้นที่ 1ให้สองด้านและมุมระหว่าง → กฎของโคไซน์
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ   (ประมาณ )

พื้นที่สามเหลี่ยมเมื่อรู้สองด้านและมุมระหว่าง

📋 สรุปสูตร — เอกลักษณ์และสมการตรีโกณมิติ

พีทาโกรัส

ผลบวกมุม (sin)

ผลบวกมุม (cos)

มุมสองเท่า

มุมสองเท่า

กฎของไซน์

กฎของโคไซน์

พื้นที่สามเหลี่ยม

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • แก้สมการตรีโกณแล้วตอบแค่คำตอบเดียว
  • ย้ายข้างตอนพิสูจน์เอกลักษณ์
  • ใช้กฎของโคไซน์โดยจับมุมไม่ตรงกับด้านตรงข้าม
  • ลืมเช็คจตุภาคตอนหา จาก

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1 เท่ากับอะไร

ตอบ  

ข้อ 2 เท่ากับอะไร

ตอบ  

ข้อ 3แก้ เมื่อ

ตอบ  

ข้อ 4สามเหลี่ยมด้าน มุมระหว่าง ด้านที่สามยาวเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 5พื้นที่สามเหลี่ยมด้าน มุมระหว่าง

ตอบ  

เพิ่มเติม🔢 จำนวนและพีชคณิต

เมทริกซ์

เมทริกซ์คือตารางตัวเลขที่คำนวณได้ — ใช้จัดการข้อมูลจำนวนมากและแก้ระบบสมการหลายตัวแปรพร้อมกัน เป็นพื้นฐานของคอมพิวเตอร์กราฟิกและ AI

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บวก ลบ และคูณเมทริกซ์ได้
  • หาดีเทอร์มิแนนต์ของเมทริกซ์ และ ได้
  • หาเมทริกซ์ผกผันของเมทริกซ์ ได้
  • ใช้เมทริกซ์แก้ระบบสมการเชิงเส้นได้

มิติdimension

ขนาดของเมทริกซ์ เขียนเป็น แถว × หลัก

ดีเทอร์มิแนนต์determinant

ตัวเลขตัวเดียวที่คำนวณจากเมทริกซ์จัตุรัส เขียน หรือ

เมทริกซ์เอกลักษณ์identity matrix

เมทริกซ์ที่คูณแล้วได้ตัวเดิม เหมือนเลข 1

5.1 เมทริกซ์คืออะไร

  • เมทริกซ์ มี แถว หลัก — แถวก่อนหลักเสมอ
  • = สมาชิกแถวที่ หลักที่
  • เมทริกซ์จัตุรัส = แถวเท่าหลัก () — เฉพาะแบบนี้ที่หาดีเทอร์มิแนนต์และอินเวอร์สได้
  • เมทริกซ์เท่ากันเมื่อ มิติเท่ากันและสมาชิกทุกตัวตรงกัน

เมทริกซ์เอกลักษณ์ขนาด 2×2

5.2 การบวก ลบ และคูณด้วยสเกลาร์

  • บวก/ลบ ทำได้เมื่อ มิติเท่ากัน เท่านั้น → บวกลบตำแหน่งต่อตำแหน่ง
  • คูณด้วยจำนวน (สเกลาร์) → คูณเข้าไปทุกตัว
  • การบวกมีสมบัติสลับที่
✏️ตัวอย่าง

ให้ , จงหา

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

5.3 การคูณเมทริกซ์

🔑กฎมิติ — เช็กก่อนคูณเสมอ

หลักของตัวหน้าต้องเท่ากับแถวของตัวหลัง ถ้าไม่เท่า คูณไม่ได้เลย · ผลลัพธ์เอาแถวของตัวหน้า กับหลักของตัวหลัง

วิธีคูณ — แถวคูณหลัก

  1. 1เอา แถวที่ ของ มาจับคู่กับ หลักที่ ของ
  2. 2คูณกันทีละตำแหน่งแล้วบวกรวม
  3. 3ผลลัพธ์ไปอยู่ที่ตำแหน่ง ของคำตอบ
✏️ตัวอย่าง

หา เมื่อ ,

  1. ขั้นที่ 1ตำแหน่ง :
  2. ขั้นที่ 2ตำแหน่ง :
  3. ขั้นที่ 3ตำแหน่ง :
  4. ขั้นที่ 4ตำแหน่ง :

ตอบ  

⚠️การคูณเมทริกซ์ไม่มีสมบัติสลับที่

โดยทั่วไป — บางครั้ง คูณไม่ได้ด้วยซ้ำ · นี่คือจุดที่ต่างจากจำนวนธรรมดามากที่สุด ต้องระวังลำดับให้ดี

5.4 ดีเทอร์มิแนนต์

เมทริกซ์ 2×2

เมทริกซ์ 3×3 (กระจายตามแถวแรก)

จากเมทริกซ์ที่มีแถวเรียงเป็น / /

✏️ตัวอย่าง

หา

  1. ขั้นที่ 1

ตอบ  

🔑ดีเทอร์มิแนนต์บอกอะไร

  • → มีอินเวอร์ส → ระบบสมการมีคำตอบเดียว
  • ไม่มีอินเวอร์ส → ระบบสมการไม่มีคำตอบ หรือมีมากมายไม่จำกัด
  • ในเชิงเรขาคณิต คือพื้นที่/ปริมาตรที่เมทริกซ์นั้นขยายออก

5.5 เมทริกซ์ผกผัน

อินเวอร์สของเมทริกซ์ 2×2

💡จำง่ายๆ 3 ขั้น

  • สลับ กับ
  • เปลี่ยนเครื่องหมาย กับ
  • หาร ด้วยดีเทอร์มิแนนต์
✏️ตัวอย่าง

หาอินเวอร์สของ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2สลับและเปลี่ยนเครื่องหมาย:
  3. ขั้นที่ 3หารด้วย → เท่าเดิม
  4. ขั้นที่ 4ตรวจ:

ตอบ  

5.6 แก้ระบบสมการด้วยเมทริกซ์

เขียนระบบสมการเป็น

✏️ตัวอย่าง

แก้ระบบสมการ และ ด้วยเมทริกซ์

  1. ขั้นที่ 1,
  2. ขั้นที่ 2 (จากข้อก่อน)
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4ตรวจ: ✓ ·

ตอบ  

💡 วิธีนี้ดูยาวกว่าการกำจัดตัวแปรเมื่อมีสองสมการ — แต่พอมี ตัวแปร คอมพิวเตอร์ใช้วิธีนี้เท่านั้น เพราะเขียนเป็นขั้นตอนตายตัวได้

📋 สรุปสูตร — เมทริกซ์

มิติของผลคูณ

ดีเทอร์มิแนนต์ 2×2

อินเวอร์ส 2×2

แก้ระบบสมการ

ไม่มีอินเวอร์สเมื่อ

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คูณเมทริกซ์แบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง (ที่ถูกคือแถวคูณหลัก)
  • สลับลำดับการคูณ ()
  • หาอินเวอร์สโดยลืมหารด้วยดีเทอร์มิแนนต์
  • พยายามหาดีเทอร์มิแนนต์ของเมทริกซ์ที่ไม่ใช่จัตุรัส

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2 คูณ ได้มิติเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 3 คูณ ได้ไหม

ตอบ  ไม่ได้ — หลักตัวหน้าไม่เท่าแถวตัวหลัง

ข้อ 4เมทริกซ์ที่ มีอินเวอร์สไหม

ตอบ  ไม่มี

เพิ่มเติม📐 การวัดและเรขาคณิต

เวกเตอร์

เวกเตอร์คือปริมาณที่มีทั้ง ขนาดและทิศทาง — ต่างจากจำนวนธรรมดาที่มีแค่ขนาด ใช้อธิบายแรง ความเร็ว การกระจัด และเป็นภาษาหลักของฟิสิกส์

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บอกความแตกต่างระหว่างปริมาณสเกลาร์กับเวกเตอร์ได้
  • บวก ลบ และคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ได้ทั้งเชิงเรขาคณิตและเชิงพิกัด
  • หาขนาดและเวกเตอร์หนึ่งหน่วยได้
  • หาผลคูณเชิงสเกลาร์และใช้หามุมระหว่างเวกเตอร์ได้

สเกลาร์scalar

ปริมาณที่มีแต่ขนาด เช่น มวล เวลา อุณหภูมิ

เวกเตอร์vector

ปริมาณที่มีทั้งขนาดและทิศทาง เช่น แรง ความเร็ว

เวกเตอร์หนึ่งหน่วยunit vector

เวกเตอร์ที่มีขนาดเท่ากับ 1 ใช้บอกทิศทางอย่างเดียว

6.1 เวกเตอร์คืออะไร

สเกลาร์เวกเตอร์
มีอะไรขนาดอย่างเดียวขนาด + ทิศทาง
ตัวอย่างมวล กก. · เวลา วินาทีแรง N ไปทางขวา
คู่ที่มักสับสนอัตราเร็ว กม./ชม.ความเร็ว กม./ชม. ไปทางเหนือ
ระยะทางที่เดิน กม.การกระจัด กม. ไปทางตะวันออก
  • เขียนแทนด้วย หรือตัวหนา · ขนาดเขียน
  • เวกเตอร์เท่ากัน เมื่อขนาดและทิศทางเท่ากัน — อยู่คนละตำแหน่งก็ยังเท่ากันได้
  • คือเวกเตอร์ขนาดเท่ากันแต่ทิศตรงข้าม

6.2 การบวกลบเวกเตอร์

  • วิธีหางต่อหัว — วางหางของตัวที่สองไว้ที่หัวของตัวแรก ผลลัพธ์คือเวกเตอร์จากหางแรกถึงหัวสุดท้าย
  • วิธีสี่เหลี่ยมด้านขนาน — วางหางชนกัน ผลลัพธ์คือเส้นทแยงมุม
  • คูณด้วยสเกลาร์ — ขนาดเปลี่ยน เท่า · ถ้า ทิศกลับด้าน

📎น่ารู้

เดินไปตะวันออก กม. แล้วเหนือ กม. — ระยะทาง ที่เดินคือ กม. แต่ การกระจัด (ผลบวกเวกเตอร์) คือ กม. เฉียงไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ · นี่คือความต่างที่จับต้องได้ที่สุด

6.3 เวกเตอร์ในระบบพิกัด

เขียนเป็นองค์ประกอบ

  • บวกลบ = ทำทีละองค์ประกอบ:
  • คูณสเกลาร์:
  • ในสามมิติเพิ่มองค์ประกอบที่สาม ทุกอย่างทำเหมือนเดิม
  • เวกเตอร์จากจุด ไป คือ

ขนาดของเวกเตอร์ (คือพีทาโกรัส)

✏️ตัวอย่าง

ให้ จงหา และเวกเตอร์หนึ่งหน่วยในทิศเดียวกัน

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2เวกเตอร์หนึ่งหน่วย: หารด้วยขนาดตัวเอง
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   ·

💡 ตรวจได้เสมอว่าเวกเตอร์หนึ่งหน่วยมีขนาด :

6.4 ผลคูณเชิงสเกลาร์ (dot product)

สองรูปที่ต้องรู้ทั้งคู่

🔑สาระสำคัญ

ผลคูณเชิงสเกลาร์ให้ผลเป็น จำนวนธรรมดา ไม่ใช่เวกเตอร์ — และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างพีชคณิต (องค์ประกอบ) กับเรขาคณิต (มุม)

หามุมระหว่างเวกเตอร์

  • ตั้งฉากกัน (เพราะ ) — ใช้ตรวจการตั้งฉากได้เร็วมาก
  • → มุมแหลม · → มุมป้าน
✏️ตัวอย่าง

ให้ , จงตรวจว่าตั้งฉากกันหรือไม่

  1. ขั้นที่ 1

ตอบ  ตั้งฉากกัน

✏️ตัวอย่าง

หามุมระหว่าง และ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2 ·
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

6.5 การนำไปใช้

  • ฟิสิกส์ — รวมแรงหลายแรงเป็นแรงลัพธ์ · หางานที่ทำ ()
  • การเดินเรือ/การบิน — รวมความเร็วเครื่องกับความเร็วลม
  • คอมพิวเตอร์กราฟิก — ตำแหน่ง ทิศทางแสง และการหมุนวัตถุ ล้วนเป็นเวกเตอร์
✏️ตัวอย่าง

เครื่องบินบินไปทางตะวันออกด้วยความเร็ว กม./ชม. เจอลมพัดไปทางเหนือ กม./ชม. ความเร็วจริงมีขนาดเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  ประมาณ กม./ชม. (เฉไปทางเหนือเล็กน้อย)

📋 สรุปสูตร — เวกเตอร์

ขนาด (2 มิติ)

ขนาด (3 มิติ)

เวกเตอร์หนึ่งหน่วย

ผลคูณเชิงสเกลาร์

มุมระหว่างเวกเตอร์

ตั้งฉากเมื่อ

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • บวกขนาดของเวกเตอร์ตรงๆ โดยไม่คิดทิศทาง
  • คิดว่าผลคูณเชิงสเกลาร์ให้ผลเป็นเวกเตอร์
  • ลืมหารด้วยขนาดตอนหาเวกเตอร์หนึ่งหน่วย
  • สับสนระยะทาง (สเกลาร์) กับการกระจัด (เวกเตอร์)

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3

ตอบ  

ข้อ 4เวกเตอร์สองตัวตั้งฉากกันเมื่อผลคูณเชิงสเกลาร์เป็นเท่าใด

ตอบ  

เพิ่มเติม🔢 จำนวนและพีชคณิต

จำนวนเชิงซ้อน

ขยายระบบจำนวนอีกครั้ง — คราวนี้เพื่อให้ มีความหมาย ทำให้สมการพหุนามทุกสมการมีคำตอบเสมอ และเปิดทางไปสู่วิศวกรรมไฟฟ้าและควอนตัม

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บอกความหมายของหน่วยจินตภาพและเขียนจำนวนเชิงซ้อนในรูป ได้
  • บวก ลบ คูณ หาร จำนวนเชิงซ้อนได้
  • หาสังยุคและค่าสัมบูรณ์ของจำนวนเชิงซ้อนได้
  • แก้สมการกำลังสองที่มีดิสคริมิแนนต์ติดลบได้

หน่วยจินตภาพimaginary unit

ที่นิยามให้

สังยุคconjugate

เมื่อ — เปลี่ยนเครื่องหมายส่วนจินตภาพ

7.1 ทำไมต้องมีจำนวนเชิงซ้อน

  • ไม่มีคำตอบในจำนวนจริง เพราะไม่มีจำนวนจริงตัวไหนยกกำลังสองแล้วติดลบ
  • จึงนิยามจำนวนใหม่ ให้ (หรือ )
  • จำนวนเชิงซ้อน เขียนในรูป โดย = ส่วนจริง · = ส่วนจินตภาพ
  • จำนวนจริงทุกตัวก็เป็นจำนวนเชิงซ้อน (ที่มี )

📎นี่คือรูปแบบเดิมที่เคยเกิดมาแล้ว

ทุกครั้งที่คณิตศาสตร์ติดตัน เราขยายระบบจำนวน — จำนวนนับไม่พอลบ จึงมีจำนวนลบ · หารไม่ลงตัว จึงมีเศษส่วน · ไม่เป็นเศษส่วน จึงมีอตรรกยะ · และตอนนี้ จึงมีจำนวนเชิงซ้อน

กำลังของ วนซ้ำทุก 4

💡เคล็ดลับ

หา ใหญ่ๆ ให้ หาร ด้วย แล้วดูเศษ — เศษ ให้ ตามลำดับ เช่น : เศษ

7.2 การบวก ลบ และคูณ

  • บวก/ลบ — รวมส่วนจริงกับส่วนจริง ส่วนจินตภาพกับส่วนจินตภาพ (เหมือนพจน์คล้าย)
  • คูณ — กระจายเหมือนพหุนาม แล้วแทน
✏️ตัวอย่าง

ให้ , จงหา และ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3แทน :
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ   ·

💡 กลายเป็น — เครื่องหมายพลิกตรงนี้คือจุดที่พลาดบ่อยที่สุด

7.3 สังยุคและการหาร

สังยุค

สมบัติสำคัญ — คูณกับสังยุคแล้วได้จำนวนจริง

หารจำนวนเชิงซ้อน

  1. 1คูณทั้งเศษและส่วนด้วย สังยุคของตัวส่วน
  2. 2ตัวส่วนจะกลายเป็นจำนวนจริง
  3. 3จัดรูปให้อยู่ในรูป
✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1คูณด้วยสังยุคของตัวส่วน ทั้งเศษและส่วน
  2. ขั้นที่ 2ตัวส่วน:
  3. ขั้นที่ 3ตัวเศษ:
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

💡 เทคนิคเดียวกับการทำตัวส่วนให้เป็นจำนวนตรรกยะตอน ม.2 — คูณด้วยสังยุคเพื่อกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการในตัวส่วน

7.4 ระนาบเชิงซ้อนและค่าสัมบูรณ์

  • วาด เป็นจุด — แกนนอนคือส่วนจริง แกนตั้งคือส่วนจินตภาพ
  • จำนวนเชิงซ้อนจึงเหมือน เวกเตอร์ในระนาบ
  • คูณด้วย = หมุน ทวนเข็ม — นี่คือความหมายเชิงเรขาคณิตของ

ค่าสัมบูรณ์ (ระยะจากจุดกำเนิด)

✏️ตัวอย่าง

หา

  1. ขั้นที่ 1

ตอบ  

7.5 แก้สมการกำลังสองที่ $D<0$

🔑สาระสำคัญ

ใน ม.3 เราตอบว่า “ไม่มีคำตอบ” เมื่อ — จริงๆ แล้วคือ ไม่มีคำตอบที่เป็นจำนวนจริง แต่มีคำตอบเป็นจำนวนเชิงซ้อนเสมอ คำตอบ

✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ   หรือ

💡 คำตอบเชิงซ้อนของสมการที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำนวนจริง มาเป็นคู่สังยุคเสมอ — ได้ ก็ต้องมี ด้วย

📋 สรุปสูตร — จำนวนเชิงซ้อน

หน่วยจินตภาพ

รูปทั่วไป

สังยุค

คูณสังยุค

ค่าสัมบูรณ์

กำลังของ i

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ลืมแทน ตอนคูณ
  • หารโดยไม่คูณสังยุค ทำให้ตัวส่วนยังติด
  • คิดว่า (ที่ถูกคือ )
  • ตอบคำตอบเชิงซ้อนแค่ตัวเดียว (ต้องมาเป็นคู่สังยุค)

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3

ตอบ  

ข้อ 4

ตอบ  

ข้อ 5สังยุคของ

ตอบ  

อ่านจบแล้ว — ถึงเวลาลงสนามจริง

อ่านเข้าใจกับทำโจทย์ได้ เป็นคนละเรื่องกัน
ที่สนามสอบ โจทย์ถูกสร้างใหม่ทุกครั้ง ไม่ซ้ำ ฝึกกี่รอบก็ไม่มีทางท่องคำตอบได้

© สนามสอบ · sanamsob.com — เอกสารนี้เรียบเรียงขึ้นใหม่ทั้งหมด อ้างอิงเพียงโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางซึ่งเป็นข้อมูลสาธารณะ
อนุญาตให้พิมพ์เพื่อใช้ศึกษาส่วนบุคคล · ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำเพื่อจำหน่ายหรือแอบอ้างเป็นผลงานของผู้อื่น