สนามสอบ
← สารบัญรายบท

สนามสอบ

สรุปคณิตศาสตร์ ม.4

มัธยมศึกษาปีที่ 4 · ฉบับเต็มทั้งเล่ม

8

บท

43

หัวข้อย่อย

46

ตัวอย่าง

190

นาที

เรียบเรียงขึ้นใหม่ทั้งเล่ม อ้างอิงโครงสร้างหลักสูตรแกนกลาง (ข้อมูลสาธารณะ)
ไม่คัดลอกจากหนังสือเรียน หนังสือติว หรือเว็บติวของผู้ใด · sanamsob.com

สารบัญ

  1. บทที่ 1เซต🔢 จำนวนและพีชคณิต · 5 หัวข้อ
  2. บทที่ 2ตรรกศาสตร์เบื้องต้น🔢 จำนวนและพีชคณิต · 6 หัวข้อ
  3. บทที่ 3หลักการนับเบื้องต้น📊 สถิติและความน่าจะเป็น · 5 หัวข้อ
  4. บทที่ 4ความน่าจะเป็น📊 สถิติและความน่าจะเป็น · 4 หัวข้อ
  5. เพิ่มเติมจำนวนจริง🔢 จำนวนและพีชคณิต · 6 หัวข้อ
  6. เพิ่มเติมความสัมพันธ์และฟังก์ชัน🔢 จำนวนและพีชคณิต · 6 หัวข้อ
  7. เพิ่มเติมเรขาคณิตวิเคราะห์📐 การวัดและเรขาคณิต · 5 หัวข้อ
  8. เพิ่มเติมฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและลอการิทึม🔢 จำนวนและพีชคณิต · 6 หัวข้อ
บทที่ 1🔢 จำนวนและพีชคณิต

เซต

เซตคือภาษาสำหรับพูดถึง “กลุ่มของสิ่งของ” อย่างแม่นยำ — เป็นรากฐานที่ใช้ต่อในความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ความน่าจะเป็น และแทบทุกเรื่องหลังจากนี้

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • เขียนเซตแบบแจกแจงสมาชิกและแบบบอกเงื่อนไขได้
  • หาสับเซตและเพาเวอร์เซตได้
  • หายูเนียน อินเตอร์เซกชัน คอมพลีเมนต์ และผลต่างของเซตได้
  • ใช้แผนภาพเวนน์และสูตรจำนวนสมาชิกแก้โจทย์ปัญหาได้

เซตset

กลุ่มของสิ่งต่างๆ ที่ระบุได้ชัดเจนว่าอะไรอยู่ในกลุ่มบ้าง

เอกภพสัมพัทธ์universal set

เซตที่กำหนดขอบเขตของเรื่องที่กำลังพูดถึง เขียนแทนด้วย

สับเซตsubset

เซตที่สมาชิกทุกตัวอยู่ในอีกเซตหนึ่ง เขียน

เพาเวอร์เซตpower set

เซตของสับเซตทั้งหมดของเซตหนึ่ง เขียน

1.1 การเขียนเซต

วิธีเขียนตัวอย่างใช้เมื่อ
แจกแจงสมาชิกสมาชิกน้อย นับได้หมด
บอกเงื่อนไขสมาชิกเยอะหรือเป็นอนันต์
  • อ่านว่า “ เป็นสมาชิกของ ” · คือไม่เป็นสมาชิก
  • ลำดับไม่สำคัญ:
  • สมาชิกซ้ำนับครั้งเดียว:
  • = จำนวนสมาชิกของ

⚠️ กับ ไม่เหมือนกัน

  • ใช้กับ สมาชิก กับ เซต:
  • ใช้กับ เซต กับ เซต:
  • ✗ (ผิด เพราะ ไม่ใช่เซต)
  • ✗ (ผิด เพราะสมาชิกของ คือ ไม่ใช่ )

1.2 ชนิดของเซต

  • เซตว่าง หรือ — ไม่มีสมาชิกเลย และ
  • เซตจำกัด — นับจำนวนสมาชิกได้ · เซตอนันต์ — นับไม่หมด เช่น เซตของจำนวนนับ
  • เซตเท่ากัน — มีสมาชิกเหมือนกันทุกตัว
  • เอกภพสัมพัทธ์ — กรอบของเรื่องที่พูดถึง ต้องกำหนดก่อนจึงจะหาคอมพลีเมนต์ได้

⚠️ระวัง

กับ ไม่เหมือนกัน — ตัวแรกไม่มีสมาชิก () ส่วนตัวหลังมีสมาชิก ตัว (คือเซตว่าง) จึง · เปรียบเหมือนกล่องเปล่า กับ กล่องที่ข้างในมีกล่องเปล่าอยู่

1.3 สับเซตและเพาเวอร์เซต

จำนวนสับเซตของเซตที่มีสมาชิก ตัว

  • เซตว่างเป็นสับเซตของทุกเซต เสมอ
  • ทุกเซตเป็นสับเซตของตัวเอง
  • สับเซตแท้ คือสับเซตที่ไม่ใช่ตัวมันเอง มี สับเซต
  • เพาเวอร์เซต คือเซตที่เอาสับเซตทั้งหมดมาเป็นสมาชิก จึง
✏️ตัวอย่าง

ให้ จงหาเพาเวอร์เซตของ และจำนวนสมาชิก

  1. ขั้นที่ 1สับเซตขนาด :
  2. ขั้นที่ 2ขนาด :
  3. ขั้นที่ 3ขนาด :
  4. ขั้นที่ 4ขนาด :
  5. ขั้นที่ 5รวม

ตอบ  

💡 ไล่เขียนตามขนาดจากเล็กไปใหญ่ จะไม่ตกหล่นและตรวจง่ายด้วย

1.4 การดำเนินการของเซต

ชื่อสัญลักษณ์ความหมาย
ยูเนียนอยู่ใน หรือ (รวมทั้งสอง)
อินเตอร์เซกชันอยู่ใน และ (ส่วนที่ซ้อนกัน)
คอมพลีเมนต์อยู่ใน แต่ ไม่อยู่ใน
ผลต่างอยู่ใน แต่ไม่อยู่ใน
✏️ตัวอย่าง

ให้ , , จงหา , , ,

  1. ขั้นที่ 1 (รวมทุกตัว ไม่นับซ้ำ)
  2. ขั้นที่ 2 (ตัวที่มีทั้งสองฝั่ง)
  3. ขั้นที่ 3 (ตัวใน ที่ไม่อยู่ใน )
  4. ขั้นที่ 4 (อยู่ใน แต่ไม่อยู่ใน )

ตอบ  ตามที่แสดงในแต่ละขั้น

กฎเดอมอร์แกน (ออกสอบบ่อย)

💡เคล็ดลับ

จำกฎเดอมอร์แกนเป็นภาษาคน: “ไม่(A หรือ B)” = “ไม่ A และ ไม่ B” — เช่น “ไม่ชอบทั้งชาและกาแฟ” = “ไม่ชอบชา และ ไม่ชอบกาแฟ”

1.5 แผนภาพเวนน์และการนับสมาชิก

สองเซต

สามเซต

🔑ทำไมต้องลบ

ถ้าบวก ตรงๆ คนที่อยู่ทั้งสองกลุ่มจะถูกนับ สองครั้ง จึงต้องลบส่วนที่ซ้อนออกหนึ่งครั้ง — หลักการนี้เรียกว่า “รวมแล้วตัด”

✏️ตัวอย่าง

นักเรียน คน ชอบคณิต คน ชอบวิทย์ คน ชอบทั้งสองวิชา คน จงหาจำนวนคนที่ไม่ชอบทั้งสองวิชา

  1. ขั้นที่ 1 คน (ชอบอย่างน้อยหนึ่งวิชา)
  2. ขั้นที่ 2ไม่ชอบทั้งสอง

ตอบ   คน

💡 โจทย์แนวนี้ให้วาดเวนน์แล้ว เติมตัวเลขจากส่วนที่ซ้อนกันตรงกลางออกไปข้างนอก จะไม่มีทางนับซ้ำ

✏️ตัวอย่าง

จากข้อบน จงหาจำนวนคนที่ชอบคณิตอย่างเดียว

  1. ขั้นที่ 1ชอบคณิตทั้งหมด คน ในนั้นชอบทั้งสองวิชา คน
  2. ขั้นที่ 2ชอบคณิตอย่างเดียว

ตอบ   คน

📋 สรุปสูตร — เซต

จำนวนสับเซต

เดอมอร์แกน

เดอมอร์แกน

นับสองเซต

ผลต่าง

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • สับสน กับ
  • คิดว่า กับ เหมือนกัน
  • บวก โดยลืมลบส่วนที่ซ้อนกัน
  • หา โดยไม่ดูว่าเอกภพสัมพัทธ์คืออะไร

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1 มีสับเซตกี่เซต

ตอบ  

ข้อ 2 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 3 แล้ว คือ

ตอบ  

ข้อ 4 แล้ว

ตอบ  

ข้อ 5 เท่ากับอะไรตามกฎเดอมอร์แกน

ตอบ  

บทที่ 2🔢 จำนวนและพีชคณิต

ตรรกศาสตร์เบื้องต้น

ตรรกศาสตร์คือการทำให้คำว่า “จริง/เท็จ” คำนวณได้ — เปลี่ยนประโยคภาษาคนเป็นสัญลักษณ์ แล้วตรวจด้วยตารางค่าความจริง ไม่ต้องเถียงกันด้วยความรู้สึก

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บอกได้ว่าข้อความใดเป็นประพจน์
  • หาค่าความจริงของประพจน์ที่มีตัวเชื่อมได้
  • สร้างตารางค่าความจริงและตรวจสอบสัจนิรันดร์ได้
  • หาข้อความกลับ ข้อความแย้งสลับที่ และนิเสธได้

ประพจน์proposition

ข้อความที่บอกได้ว่าจริงหรือเท็จอย่างใดอย่างหนึ่ง

นิเสธnegation

การกลับค่าความจริง เขียน

สัจนิรันดร์tautology

ประพจน์ที่เป็นจริงทุกกรณี

สมมูลequivalent

ประพจน์สองอันที่มีค่าความจริงตรงกันทุกกรณี

2.1 อะไรเป็นประพจน์

ข้อความเป็นประพจน์ไหมเหตุผล
ใช่ (จริง)ตัดสินได้
กรุงเทพเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นใช่ (เท็จ)ตัดสินได้
ปิดประตูด้วยไม่ใช่เป็นคำสั่ง
วันนี้อากาศดีจังไม่ใช่เป็นความรู้สึก แล้วแต่คน
ไม่ใช่ยังไม่รู้ จึงตัดสินไม่ได้

🔑สาระสำคัญ

เกณฑ์เดียว: ตัดสินได้ไหมว่าจริงหรือเท็จ — คำถาม คำสั่ง คำอุทาน และความคิดเห็น ไม่ใช่ประพจน์

2.2 ตัวเชื่อมและตารางค่าความจริง

(และ) (หรือ) (ถ้า…แล้ว) (ก็ต่อเมื่อ)
TTTTTT
TFFTFF
FTFTTF
FFFFTT

T = จริง · F = เท็จ

  • และ () จริงกรณีเดียว — เมื่อจริงทั้งคู่
  • หรือ () เท็จกรณีเดียว — เมื่อเท็จทั้งคู่ (เป็น “หรือ” แบบรวม คือจริงทั้งคู่ก็ยังจริง)
  • ถ้า…แล้ว () เท็จกรณีเดียว — เมื่อ หน้าจริง แต่หลังเท็จ
  • ก็ต่อเมื่อ () จริงเมื่อค่าความจริง เหมือนกัน
  • นิเสธ () กลับค่า: T F

⚠️จุดที่คนงงที่สุด — “ถ้าหน้าเท็จ แล้วทั้งประโยคจริง”

“ถ้าฉันเป็นนก แล้วฉันจะบินได้” — ในเมื่อฉันไม่ได้เป็นนก ไม่มีใครจับผิดคำสัญญานี้ได้ ประโยคจึงถือว่า จริง · จะเท็จก็ต่อเมื่อ สัญญาแล้วไม่ทำ เท่านั้น (หน้าจริงแต่หลังเท็จ)

2.3 การสร้างตารางค่าความจริง

  1. 1นับจำนวนประพจน์ย่อย ตัว → ตารางมี แถว
  2. 2ไล่ค่าความจริงให้ครบทุกกรณีอย่างเป็นระบบ (คอลัมน์แรกครึ่งบน T ครึ่งล่าง F)
  3. 3คำนวณจากวงเล็บในสุดออกมา ทีละคอลัมน์
  4. 4ดูคอลัมน์สุดท้ายเพื่อสรุป
✏️ตัวอย่าง

ตรวจว่า เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่

  1. ขั้นที่ 1T, T: T → T
  2. ขั้นที่ 2T, F: F → T
  3. ขั้นที่ 3F, T: T → T
  4. ขั้นที่ 4F, F: T → T
  5. ขั้นที่ 5จริงทั้ง กรณี

ตอบ  เป็นสัจนิรันดร์

💡ทางลัดตรวจสัจนิรันดร์ของ

สมมติให้ทั้งประพจน์ เป็นเท็จ (คือหน้าจริง หลังเท็จ) แล้วไล่ย้อนกลับ — ถ้าเจอข้อขัดแย้ง แปลว่าเป็นเท็จไม่ได้ → เป็นสัจนิรันดร์ · เร็วกว่าทำตารางเต็มมากเมื่อมีประพจน์ย่อยหลายตัว

2.4 การสมมูลที่ต้องจำ

ประพจน์สมมูลกับ

รูปสมมูลที่ออกสอบบ่อยที่สุด

🔑สาระสำคัญ

สองบรรทัดกลางคือ กฎเดอมอร์แกน ตัวเดียวกับในบทเซต — คู่กับ และ คู่กับ · เรียนบทเซตมาแล้วบทนี้จึงคุ้นมือทันที

✏️ตัวอย่าง

หานิเสธของ “ถ้าฝนตก แล้วถนนเปียก”

  1. ขั้นที่ 1ให้ ฝนตก, ถนนเปียก → ประโยคคือ
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3แปลกลับ: ฝนตก และ ถนนไม่เปียก

ตอบ  “ฝนตก และ ถนนไม่เปียก”

💡 นิเสธของ “ถ้า…แล้ว…” ไม่ใช่ “ถ้า…แล้วไม่…” — เป็นจุดที่ผิดกันมากที่สุดทั้งบท

2.5 ข้อความกลับ แย้งสลับที่ และนิเสธ

ชื่อรูปแบบสมมูลกับเดิมไหม
เดิม
ข้อความกลับไม่สมมูล
ข้อความแย้งไม่สมมูล
แย้งสลับที่สมมูล

จากประโยคเดิม

✏️ตัวอย่าง

จาก “ถ้าเป็นสุนัข แล้วเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” จงเขียนข้อความกลับและแย้งสลับที่ พร้อมบอกว่าจริงไหม

  1. ขั้นที่ 1ข้อความกลับ: “ถ้าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แล้วเป็นสุนัข” → เท็จ (แมวก็เลี้ยงลูกด้วยนม)
  2. ขั้นที่ 2แย้งสลับที่: “ถ้าไม่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แล้วไม่เป็นสุนัข” → จริง

ตอบ  ข้อความกลับเท็จ · แย้งสลับที่จริง (สมมูลกับต้นฉบับเสมอ)

💡 แย้งสลับที่สมมูลกับต้นฉบับ เสมอ — ใช้พิสูจน์ทางอ้อมได้ ถ้าพิสูจน์ตรงๆ ยาก ให้พิสูจน์แย้งสลับที่แทน

2.6 ตัวบ่งปริมาณ

  • อ่านว่า “สำหรับ ทุกตัว” — จะเป็นจริงต้องจริงหมดทุกตัว
  • อ่านว่า “มี บางตัว” — จริงแค่มีตัวเดียวก็พอ
  • จะแสดงว่า เป็นเท็จ ใช้ ตัวอย่างค้านตัวเดียว
  • จะแสดงว่า เป็นจริง ใช้ ตัวอย่างที่ใช้ได้ตัวเดียว

นิเสธของตัวบ่งปริมาณ (สลับกันเสมอ)

✏️ตัวอย่าง

หานิเสธของ “นักเรียนทุกคนในห้องนี้สอบผ่าน”

  1. ขั้นที่ 1รูปเดิมคือ → นิเสธกลายเป็น พร้อมกลับข้างใน
  2. ขั้นที่ 2“มีนักเรียนบางคนในห้องนี้ที่สอบไม่ผ่าน”

ตอบ  “มีนักเรียนบางคนสอบไม่ผ่าน” (ไม่ใช่ “นักเรียนทุกคนสอบไม่ผ่าน”)

📋 สรุปสูตร — ตรรกศาสตร์เบื้องต้น

ถ้า…แล้ว สมมูลกับ

นิเสธของ ถ้า…แล้ว

เดอมอร์แกน

แย้งสลับที่ (สมมูล)

นิเสธตัวบ่งปริมาณ

จำนวนแถวของตาราง

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิดว่านิเสธของ คือ (ที่ถูกคือ )
  • คิดว่าข้อความกลับสมมูลกับต้นฉบับ
  • งงว่าทำไม จริงเมื่อ เป็นเท็จ
  • นิเสธของ “ทุกคน…” เป็น “ทุกคนไม่…” (ที่ถูกคือ “มีบางคนไม่…”)

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1 เป็นเท็จเมื่อใด

ตอบ  เมื่อ จริง และ เท็จ

ข้อ 2นิเสธของ “ถ้าขยัน แล้วสอบผ่าน”

ตอบ  “ขยัน และ สอบไม่ผ่าน”

ข้อ 3แย้งสลับที่ของ คือ

ตอบ  

ข้อ 4ตารางค่าความจริงของ ประพจน์ย่อยมีกี่แถว

ตอบ  

ข้อ 5นิเสธของ “มีคนบางคนชอบทุเรียน”

ตอบ  “ทุกคนไม่ชอบทุเรียน”

บทที่ 3📊 สถิติและความน่าจะเป็น

หลักการนับเบื้องต้น

นับจำนวนวิธีโดยไม่ต้องเขียนออกมาทั้งหมด — คำถามเดียวที่ต้องตอบให้ได้ก่อนเสมอคือ “ลำดับสำคัญไหม” ตอบได้แล้วเลือกสูตรถูกทันที

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • ใช้กฎการบวกและกฎการคูณนับจำนวนวิธีได้
  • คำนวณการเรียงสับเปลี่ยนและการจัดหมู่ได้
  • แยกได้ว่าโจทย์ข้อไหนลำดับสำคัญหรือไม่สำคัญ
  • แก้โจทย์ที่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมได้

การเรียงสับเปลี่ยนpermutation

การเลือกและจัดเรียง โดยลำดับสำคัญ

การจัดหมู่combination

การเลือกโดยลำดับไม่สำคัญ

แฟกทอเรียลfactorial

และกำหนดให้

3.1 กฎการบวกและกฎการคูณ

กฎใช้เมื่อคำสำคัญทำอย่างไร
กฎการบวกเลือกทางใดทางหนึ่งหรือบวกจำนวนวิธี
กฎการคูณทำทีละขั้นจนครบและ / แล้วก็คูณจำนวนวิธี
✏️ตัวอย่าง

เดินทางจาก A ไป B ได้ เส้นทาง และจาก B ไป C ได้ เส้นทาง จะเดินจาก A ผ่าน B ไป C ได้กี่วิธี

  1. ขั้นที่ 1ต้องทำทั้งสองขั้น (A→B แล้ว B→C) → กฎการคูณ
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ   วิธี

✏️ตัวอย่าง

มีเสื้อ ตัว กางเกง ตัว รองเท้า คู่ แต่งตัวได้กี่แบบ

  1. ขั้นที่ 1เลือกทีละอย่างจนครบ → คูณกัน
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ   แบบ

3.2 การเรียงสับเปลี่ยน (ลำดับสำคัญ)

เรียงของ สิ่งทั้งหมด

เลือก จาก แล้วเรียง

✏️ตัวอย่าง

มีหนังสือ เล่มต่างกัน วางเรียงบนชั้นได้กี่วิธี

  1. ขั้นที่ 1เรียงทั้งหมด สิ่ง
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ   วิธี

✏️ตัวอย่าง

มีคน คน เลือกมาเป็นประธาน รองประธาน และเลขานุการ ได้กี่วิธี

  1. ขั้นที่ 1ตำแหน่งต่างกัน → ลำดับสำคัญ → ใช้การเรียงสับเปลี่ยน
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ   วิธี

เรียงของที่มีของซ้ำ

= จำนวนของที่ซ้ำกันแต่ละชนิด

✏️ตัวอย่าง

จัดเรียงตัวอักษรของคำว่า BANANA ได้กี่แบบ

  1. ขั้นที่ 1มีตัวอักษร ตัว: A ซ้ำ · N ซ้ำ · B
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ   แบบ

💡 ถ้าไม่หารด้วยของซ้ำ จะนับซ้ำหลายรอบ เพราะสลับ A ตัวไหนกับตัวไหนก็ได้คำเดิม

3.3 การจัดหมู่ (ลำดับไม่สำคัญ)

เลือก จาก โดยไม่สนลำดับ

🔑ความสัมพันธ์ระหว่างสองสูตร

— เพราะแต่ละกลุ่มที่เลือกมา เรียงสลับกันได้ แบบ ซึ่งการจัดหมู่ถือว่าเป็นแบบเดียวกันหมด จึงต้องหารทิ้ง

✏️ตัวอย่าง

เลือกตัวแทน คนจาก คน (ไม่มีตำแหน่ง) ได้กี่วิธี

  1. ขั้นที่ 1ไม่มีตำแหน่ง → ลำดับไม่สำคัญ → ใช้การจัดหมู่
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ   วิธี

💡 เทียบกับตัวอย่างประธาน-รอง-เลขา ( วิธี) — โจทย์คล้ายกันมาก ต่างแค่ “มีตำแหน่งหรือเปล่า” แล้วคำตอบต่างกัน เท่า

สมบัติความหมาย
เลือกทั้งหมดหรือไม่เลือกเลย มีทางเดียว
เลือกมาหนึ่ง มี ทาง
เลือกมา = ทิ้งไป

สมบัติที่ช่วยคำนวณเร็วขึ้น

💡เคล็ดลับ

ใช้ ลดงานได้เยอะ — คำนวณยาก แต่ คิดในใจได้

3.4 ลำดับสำคัญไหม — คำถามเดียวที่ต้องตอบ

สถานการณ์ลำดับสำคัญ?ใช้
จัดคนเข้าตำแหน่งต่างกันสำคัญ
เลือกกรรมการ (ไม่มีตำแหน่ง)ไม่สำคัญ
จัดคนนั่งเรียงแถวสำคัญ หรือ
เลือกไพ่ ใบจากสำรับไม่สำคัญ
ตั้งรหัสผ่านสำคัญ หรือกฎการคูณ
เลือกผลไม้ ชนิดใส่ตะกร้าไม่สำคัญ

💡วิธีตัดสินใจใน 5 วินาที

ถามตัวเองว่า “สลับที่กันแล้วนับเป็นคนละแบบไหม” — ถ้าใช่ ใช้ · ถ้าไม่ ใช้

3.5 โจทย์ที่มีเงื่อนไข

  • ต้องอยู่ติดกัน → มัดรวมเป็นก้อนเดียว เรียงก้อน แล้วคูณด้วยการเรียงภายในก้อน
  • ห้ามอยู่ติดกัน → เรียงตัวที่เหลือก่อน แล้วแทรกลงช่องว่าง
  • อย่างน้อย … → คิดจากส่วนเติมเต็ม (ทั้งหมด ลบ กรณีที่ไม่เอา)
  • ตำแหน่งบางตำแหน่งถูกล็อก → จัดตำแหน่งที่ถูกล็อกก่อนเสมอ
✏️ตัวอย่าง

จัดคน คนนั่งเรียงแถว โดยให้ ก. กับ ข. ต้องนั่งติดกัน ได้กี่วิธี

  1. ขั้นที่ 1มัด ก. กับ ข. เป็นก้อนเดียว → เหลือของ ชิ้นให้เรียง
  2. ขั้นที่ 2เรียง ชิ้น:
  3. ขั้นที่ 3ภายในก้อนสลับได้
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ   วิธี

✏️ตัวอย่าง

จากข้อบน ถ้า ก. กับ ข. ห้ามนั่งติดกัน ได้กี่วิธี

  1. ขั้นที่ 1ทั้งหมดที่เป็นไปได้:
  2. ขั้นที่ 2กรณีติดกัน (จากข้อบน)
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   วิธี

💡 โจทย์ “ห้าม…” เกือบทั้งหมดคิดจากส่วนเติมเต็มเร็วกว่านับตรงๆ

✏️ตัวอย่าง

มีชาย คน หญิง คน เลือกกรรมการ คน โดยต้องมีหญิงอย่างน้อย คน ได้กี่วิธี

  1. ขั้นที่ 1เลือก จาก ทั้งหมด:
  2. ขั้นที่ 2กรณีไม่มีหญิงเลย (ชายล้วน):
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   วิธี

📋 สรุปสูตร — หลักการนับเบื้องต้น

กฎการคูณ

เรียงทั้งหมด

เรียงสับเปลี่ยน

จัดหมู่

เรียงของซ้ำ

สมบัติสมมาตร

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ ทั้งที่ลำดับไม่สำคัญ (นับเกินไป เท่า)
  • ลืมหารด้วยของซ้ำในโจทย์เรียงตัวอักษร
  • บวกทั้งที่ควรคูณ (สับสนระหว่าง “หรือ” กับ “และ”)
  • โจทย์ “อย่างน้อย” ไปนับตรงๆ ทีละกรณีจนตกหล่น
  • ลืมว่า

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 2 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 3 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 4จัดเรียงตัวอักษรคำว่า LEVEL ได้กี่แบบ

ตอบ  

ข้อ 5เลือก คนจาก คนเป็นทีม ได้กี่วิธี

ตอบ  

บทที่ 4📊 สถิติและความน่าจะเป็น

ความน่าจะเป็น

ต่อยอดจาก ม.3 — พอมีหลักการนับแล้ว เราคำนวณความน่าจะเป็นของสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้ เช่น การจับไพ่ การหยิบลูกบอลหลายลูกพร้อมกัน

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • ใช้หลักการนับหาจำนวนสมาชิกของแซมเปิลสเปซและเหตุการณ์ได้
  • ใช้กฎการบวกของความน่าจะเป็นได้
  • แยกเหตุการณ์ที่ไม่เกิดร่วมกันออกจากเหตุการณ์ทั่วไปได้
  • แก้โจทย์ความน่าจะเป็นที่ต้องหยิบหลายชิ้นพร้อมกัน

เหตุการณ์ไม่เกิดร่วมกันmutually exclusive

เกิดพร้อมกันไม่ได้ —

ส่วนเติมเต็มcomplement

เหตุการณ์ที่ ไม่เกิด เขียน

4.1 ใช้หลักการนับหาความน่าจะเป็น

ยังเป็นสูตรเดิม แค่หา ยากขึ้น

✏️ตัวอย่าง

หยิบลูกบอล ลูกพร้อมกันจากกล่องที่มีแดง ลูก น้ำเงิน ลูก ความน่าจะเป็นที่ได้แดงทั้งสองลูกเป็นเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1หยิบพร้อมกัน → ลำดับไม่สำคัญ → ใช้การจัดหมู่
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

💡 คำว่า “พร้อมกัน” เป็นสัญญาณว่าใช้ ไม่ใช่

✏️ตัวอย่าง

หยิบลูกบอล ลูกจากข้อบน ความน่าจะเป็นที่ได้คนละสีเป็นเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1เลือกแดง จาก และน้ำเงิน จาก
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

4.2 กฎการบวกของความน่าจะเป็น

กรณีทั่วไป

เมื่อเกิดร่วมกันไม่ได้ ()

🔑สาระสำคัญ

เป็นสูตรเดียวกับ ในบทเซตเป๊ะ — ต้องลบส่วนที่ซ้อนกันออก ไม่งั้นนับซ้ำ

✏️ตัวอย่าง

จับไพ่ ใบจากสำรับ ใบ ความน่าจะเป็นที่ได้ไพ่โพแดง หรือ ไพ่ K เป็นเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3ซ้อนกัน: K โพแดง มี ใบ →
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

💡 ถ้าลืมลบ จะได้ ซึ่งนับ K โพแดงสองครั้ง

✏️ตัวอย่าง

ทอดลูกเต๋า ลูก ความน่าจะเป็นที่ได้แต้ม หรือแต้ม

  1. ขั้นที่ 1เกิดพร้อมกันไม่ได้ (ลูกเต๋าลูกเดียวออกได้แต้มเดียว)
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

4.3 ส่วนเติมเต็ม — ทางลัดที่ใช้บ่อยที่สุด

ความน่าจะเป็นที่จะไม่เกิด

💡เห็นคำเหล่านี้ ให้คิดกลับด้านทันที

  • “อย่างน้อยหนึ่ง…”
  • “ไม่ทั้งหมด…”
  • “อย่างน้อย …” เมื่อ น้อย
✏️ตัวอย่าง

หยิบลูกบอล ลูกจากกล่องที่มีแดง ลูก ขาว ลูก ความน่าจะเป็นที่ได้แดงอย่างน้อย ลูกเป็นเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2คิดกลับ: ไม่ได้แดงเลย = ขาวล้วน
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

💡 ถ้านับตรงๆ ต้องแยกเป็น แดง / แดง / แดง ลูก = ทำงาน รอบ แต่คิดกลับด้านทำรอบเดียวจบ

4.4 การแปลความและใช้จริง

  • ค่าคาดหมาย เบื้องต้น: ถ้าทำ ครั้ง คาดว่าจะเกิดราว ครั้ง
  • ความน่าจะเป็นบอก แนวโน้มระยะยาว ไม่ได้บอกผลครั้งเดียว
  • ตรวจคำตอบเสมอว่าอยู่ระหว่าง ถึง
  • เขียนคำตอบเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ หรือทศนิยม/ร้อยละตามที่โจทย์ขอ
✏️ตัวอย่าง

ถ้าความน่าจะเป็นที่เครื่องจักรผลิตของเสียเป็น ผลิต ชิ้น คาดว่าจะมีของเสียกี่ชิ้น

  1. ขั้นที่ 1

ตอบ  ประมาณ ชิ้น

💡 คำว่า “ประมาณ” สำคัญ — ของจริงอาจได้ หรือ ก็ได้ ไม่ใช่ เป๊ะ

📋 สรุปสูตร — ความน่าจะเป็น

ความน่าจะเป็น

กฎการบวก

ไม่เกิดร่วมกัน

ส่วนเติมเต็ม

หยิบพร้อมกัน

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ (เรียงสับเปลี่ยน) กับโจทย์หยิบพร้อมกัน (ต้องใช้ )
  • ลืมลบ ในกฎการบวก
  • โจทย์ “อย่างน้อย” ไปนับตรงๆ จนตกหล่น
  • ได้คำตอบเกิน แล้วไม่เอะใจ

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1หยิบ ลูกจาก ลูก มีกี่วิธี

ตอบ  

ข้อ 2จับไพ่ ใบ ได้ไพ่ดอกจิก ความน่าจะเป็นเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 3ถ้า , , แล้ว

ตอบ  

ข้อ 4 แล้ว เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

เพิ่มเติม🔢 จำนวนและพีชคณิต

จำนวนจริง

จัดระเบียบระบบจำนวนให้ครบ แล้วต่อด้วยเครื่องมือสองอย่างที่ใช้ตลอด ม.ปลาย — ค่าสัมบูรณ์ และ การแก้อสมการด้วยเส้นจำนวน

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บอกโครงสร้างของระบบจำนวนจริงและจำแนกจำนวนได้
  • แก้สมการและอสมการที่มีค่าสัมบูรณ์ได้
  • เขียนคำตอบในรูปช่วงได้
  • แก้อสมการพหุนามด้วยวิธีเส้นจำนวนได้

ค่าสัมบูรณ์absolute value

ระยะห่างจากศูนย์ — ไม่ติดลบเสมอ

ช่วงinterval

เซตของจำนวนจริงที่ต่อเนื่องกัน เขียนด้วยวงเล็บ

5.1 โครงสร้างของระบบจำนวนจริง

  • จำนวนจริง = ตรรกยะ อตรรกยะ
  • ตรรกยะ = เขียนเป็น ได้ → รวมจำนวนเต็ม เศษส่วน ทศนิยมรู้จบและซ้ำ
  • จำนวนเต็ม =
  • จำนวนนับ =
  • อตรรกยะ = — ทศนิยมไม่รู้จบและไม่ซ้ำ
ความสัมพันธ์

การซ้อนกันของเซตจำนวน

📎น่ารู้

จำนวนอตรรกยะ ไม่เป็น สับเซตของตรรกยะ — ทั้งสองแยกกันเด็ดขาด (อินเตอร์เซกชันเป็นเซตว่าง) แต่รวมกันได้จำนวนจริงพอดี

5.2 ค่าสัมบูรณ์

นิยาม

  • ความหมายเชิงภาพ: ระยะจาก บนเส้นจำนวน จึงไม่ติดลบเสมอ
  • = ระยะระหว่าง กับ — ตีความแบบนี้ทำให้โจทย์หลายข้อง่ายลงมาก
  • · ·
  • ไม่ใช่ (สำคัญมาก)

⚠️ระวัง

ไม่ได้แปลว่าค่าติดลบ — ถ้า แล้ว ซึ่งเป็นบวก · นิยามค่าสัมบูรณ์จึงถูกต้อง

5.3 สมการค่าสัมบูรณ์

รูปพื้นฐาน

✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ

  1. ขั้นที่ 1แตกเป็นสองกรณี
  2. ขั้นที่ 2กรณี :
  3. ขั้นที่ 3กรณี :
  4. ขั้นที่ 4ตรวจทั้งคู่: ✓ ·

ตอบ   หรือ

⚠️ระวัง

ถ้า เช่น ไม่มีคำตอบ เพราะค่าสัมบูรณ์ติดลบไม่ได้ · เจอแบบนี้ตอบได้ทันทีไม่ต้องแตะกรณี

5.4 อสมการค่าสัมบูรณ์

รูปแบบแปลว่าคำตอบ
อยู่ห่างจาก น้อยกว่า (ช่วงตรงกลาง)
อยู่ห่างจาก มากกว่า หรือ (สองข้าง)

สองรูปแบบที่ต้องแยกให้ออก

💡จำด้วยภาพ ไม่ต้องท่อง

คือ “ใกล้ศูนย์” → ได้ช่วงเดียวตรงกลาง (เหมือนถูกบีบ) · คือ “ไกลศูนย์” → ได้สองช่วงแยกกันคนละฝั่ง

✏️ตัวอย่าง

แก้อสมการ

  1. ขั้นที่ 1รูป → ช่วงตรงกลาง
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3บวก ทุกส่วน:

ตอบ   หรือช่วง

💡 ตีความ: “ ห่างจาก ไม่เกิน ” — ก็คือตั้งแต่ ถึง พอดี คิดในหัวได้เลยโดยไม่ต้องแก้

✏️ตัวอย่าง

แก้อสมการ

  1. ขั้นที่ 1รูป → สองข้าง
  2. ขั้นที่ 2 หรือ
  3. ขั้นที่ 3 · หรือ

ตอบ   หรือ

5.5 การเขียนช่วง

อสมการช่วงวงเล็บ
เปิดทั้งสองข้าง (ไม่รวมปลาย)
ปิดทั้งสองข้าง (รวมปลาย)
ปิดซ้าย เปิดขวา
อนันต์ใช้วงเล็บเปิดเสมอ

⚠️ระวัง

ไม่ใช่จำนวน จึงรวมเข้าไปในช่วงไม่ได้ — ต้องใช้วงเล็บเปิด หรือ เสมอ เขียน ถือว่าผิด

5.6 อสมการพหุนาม — วิธีเส้นจำนวน

วิธีที่ใช้ได้กับพหุนามทุกดีกรี

  1. 1ย้ายทุกอย่างไปข้างเดียว ให้อีกข้างเป็น
  2. 2แยกตัวประกอบให้หมด
  3. 3หา จุดวิกฤต (ค่าที่ทำให้แต่ละวงเล็บเป็นศูนย์) แล้วเรียงบนเส้นจำนวน
  4. 4แบ่งเส้นจำนวนเป็นช่วง แล้วทดสอบเครื่องหมายทีละช่วงด้วยการแทนค่าสักตัว
  5. 5เลือกช่วงที่ตรงกับเครื่องหมายที่โจทย์ต้องการ
✏️ตัวอย่าง

แก้อสมการ

  1. ขั้นที่ 1แยกตัวประกอบ:
  2. ขั้นที่ 2จุดวิกฤต: และ
  3. ขั้นที่ 3แบ่งเป็น ช่วง: · ·
  4. ขั้นที่ 4ทดสอบ :
  5. ขั้นที่ 5ทดสอบ :
  6. ขั้นที่ 6ทดสอบ :

ตอบ   หรือ · หรือช่วง

💡 เครื่องหมายจะ สลับกันไปมา ทีละช่วง (เมื่อไม่มีรากซ้ำ) — ทดสอบช่วงเดียวแล้วสลับเอาก็ได้ ประหยัดเวลา

⚠️ห้ามคูณไขว้ในอสมการที่มีตัวแปรเป็นตัวส่วน

คูณไขว้ตรงๆ ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่า เป็นบวกหรือลบ (ถ้าลบต้องกลับเครื่องหมาย) — ต้องย้ายมาข้างเดียวแล้วใช้วิธีเส้นจำนวนแทน

📋 สรุปสูตร — จำนวนจริง

ค่าสัมบูรณ์

รากของกำลังสอง

สมการ

อสมการ (ใกล้)

อสมการ (ไกล)

ระยะระหว่างจุด

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • แก้ โดยลืมกรณี
  • สับสน กับ (ช่วงเดียว vs สองช่วง)
  • เขียน แทนที่จะเป็น
  • คูณไขว้ในอสมการที่มีตัวแปรเป็นตัวส่วน
  • ใส่วงเล็บปิดกับ

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1แก้

ตอบ   หรือ

ข้อ 2แก้ เขียนเป็นช่วง

ตอบ  

ข้อ 3แก้

ตอบ   หรือ

ข้อ 4แก้

ตอบ  

ข้อ 5 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

เพิ่มเติม🔢 จำนวนและพีชคณิต

ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน

ฟังก์ชันคือ “เครื่องจักรที่ใส่อะไรเข้าไปแล้วได้ผลลัพธ์เดียวเสมอ” — เป็นแนวคิดที่ใช้ต่อในทุกเรื่องของ ม.ปลายและแคลคูลัส

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • หาผลคูณคาร์ทีเซียนและเขียนความสัมพันธ์ได้
  • หาโดเมนและเรนจ์ของความสัมพันธ์และฟังก์ชันได้
  • ตรวจสอบได้ว่าความสัมพันธ์ใดเป็นฟังก์ชัน
  • หาค่าฟังก์ชันและฟังก์ชันประกอบได้

ความสัมพันธ์relation

เซตของคู่อันดับ — สับเซตของผลคูณคาร์ทีเซียน

ฟังก์ชันfunction

ความสัมพันธ์ที่สมาชิกตัวหน้าแต่ละตัวจับคู่กับตัวหลังได้เพียงตัวเดียว

โดเมนdomain

เซตของสมาชิกตัวหน้าทั้งหมด (ค่าที่ใส่เข้าไปได้)

เรนจ์range

เซตของสมาชิกตัวหลังทั้งหมด (ค่าที่ออกมาได้)

6.1 คู่อันดับและผลคูณคาร์ทีเซียน

ผลคูณคาร์ทีเซียน

  • ก็ต่อเมื่อ และ ลำดับสำคัญ
  • (ยกเว้นกรณีพิเศษ)
✏️ตัวอย่าง

ให้ , จงหา และ

  1. ขั้นที่ 1จับคู่ทุกตัวของ กับทุกตัวของ
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   คู่อันดับ

6.2 ความสัมพันธ์ โดเมน และเรนจ์

  • ความสัมพันธ์ คือสับเซตใดๆ ของ
  • (โดเมน) = เซตของตัวหน้าทั้งหมดที่ปรากฏ
  • (เรนจ์) = เซตของตัวหลังทั้งหมดที่ปรากฏ
  • เขียนความสัมพันธ์แบบบอกเงื่อนไขได้ เช่น
✏️ตัวอย่าง

ให้ จงหาโดเมนและเรนจ์

  1. ขั้นที่ 1ตัวหน้า:
  2. ขั้นที่ 2ตัวหลัง: → เขียนเป็นเซตไม่นับซ้ำ

ตอบ   ·

💡หาโดเมนของฟังก์ชันที่เขียนเป็นสูตร

  • เศษส่วน — ตัวส่วนห้ามเป็นศูนย์
  • รากที่สอง — ข้างในรากต้องไม่ติดลบ
  • ลอการิทึม — ข้างในต้องมากกว่าศูนย์
  • ถ้าไม่มีข้อจำกัดข้างต้น โดเมนคือจำนวนจริงทั้งหมด
✏️ตัวอย่าง

หาโดเมนของ และ

  1. ขั้นที่ 1: ตัวส่วนห้ามเป็นศูนย์ →
  2. ขั้นที่ 2: ในรากต้องไม่ติดลบ →

ตอบ   ·

6.3 ฟังก์ชันคืออะไร

🔑นิยามแบบเข้าใจง่าย

ฟังก์ชันคือเครื่องจักรที่ ใส่ค่าเดียวกันเข้าไป ต้องได้ผลลัพธ์เดียวกันเสมอ — ห้ามใส่ ตัวเดียวแล้วได้ สองค่า

  • ตรวจจากเซตคู่อันดับ: ตัวหน้าห้ามซ้ำ (ถ้าซ้ำ ตัวหลังต้องเหมือนกันด้วย)
  • ตรวจจากกราฟ: ทดสอบเส้นตรงแนวตั้ง — ลากเส้นตั้งใดๆ ต้องตัดกราฟไม่เกิน จุด
  • ตัวหลังซ้ำได้ไม่เป็นไร เช่น ยังเป็นฟังก์ชัน
ความสัมพันธ์เป็นฟังก์ชันไหมเหตุผล
ใช่ตัวหน้าไม่ซ้ำ
ไม่ใช่ จับคู่กับสองค่า
ใช่ตัวหลังซ้ำได้
ใช่ใส่ ได้ เดียว
ไม่ใช่ ได้ และ

6.4 ค่าของฟังก์ชัน

  • หมายถึง แทน ลงในทุกที่ที่มี
  • กับ ใช้แทนกันได้
  • โดยทั่วไป — ห้ามกระจายมั่ว
✏️ตัวอย่าง

ให้ จงหา , และ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ   · ·

💡 แทน ต้องใส่วงเล็บเสมอ — เป็น ไม่ใช่

6.5 ฟังก์ชันที่ควรรู้จัก

ชื่อรูปทั่วไปกราฟ
ฟังก์ชันคงตัวเส้นตรงแนวนอน
ฟังก์ชันเชิงเส้นเส้นตรงเอียง
ฟังก์ชันกำลังสองพาราโบลา
ฟังก์ชันค่าสัมบูรณ์รูปตัว V
ฟังก์ชันขั้นบันไดปัดเศษ/ค่าโดยสารเป็นขั้นๆ
  • ฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง — ตัวหลังไม่ซ้ำด้วย · ตรวจด้วย เส้นตรงแนวนอน ตัดไม่เกิน จุด
  • เป็นฟังก์ชัน แต่ ไม่ใช่หนึ่งต่อหนึ่ง (เพราะ )
  • เป็นหนึ่งต่อหนึ่ง

6.6 ฟังก์ชันประกอบและอินเวอร์ส (เบื้องต้น)

ฟังก์ชันประกอบ

ทำ ก่อน แล้วเอาผลไปใส่

✏️ตัวอย่าง

ให้ และ จงหา และ

  1. ขั้นที่ 1: ทำ ก่อน → → แล้ว
  2. ขั้นที่ 2: ทำ ก่อน → → แล้ว

ตอบ   ·

💡 ลำดับสำคัญมาก กับ มักได้คนละค่า อ่านจากขวาไปซ้าย (ตัวติดกับ ทำก่อน)

หาฟังก์ชันอินเวอร์ส (เมื่อเป็นหนึ่งต่อหนึ่ง)

  1. 1เขียน
  2. 2สลับ กับ
  3. 3แก้หา
  4. 4เขียนผลเป็น
✏️ตัวอย่าง

หาอินเวอร์สของ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2สลับ:
  3. ขั้นที่ 3แก้หา :

ตอบ  

💡 ตรวจง่ายๆ: ดังนั้น ต้องได้

📋 สรุปสูตร — ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน

ผลคูณคาร์ทีเซียน

ฟังก์ชันประกอบ

ทดสอบฟังก์ชัน

ทดสอบหนึ่งต่อหนึ่ง

อินเวอร์ส

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิดว่าตัวหลังซ้ำแล้วไม่เป็นฟังก์ชัน (ซ้ำได้)
  • สลับลำดับฟังก์ชันประกอบ
  • ลืมข้อจำกัดของโดเมน (ตัวส่วนเป็นศูนย์ / ในรากติดลบ)
  • แทนค่าลบโดยไม่ใส่วงเล็บ

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1 แล้ว เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 2 เป็นฟังก์ชันหรือไม่

ตอบ  ไม่เป็น — จับคู่สองค่า

ข้อ 3โดเมนของ

ตอบ   หรือ

ข้อ 4 แล้ว

ตอบ  

ข้อ 5อินเวอร์สของ

ตอบ  

เพิ่มเติม📐 การวัดและเรขาคณิต

เรขาคณิตวิเคราะห์

เอาพีชคณิตมาแก้ปัญหาเรขาคณิต — แทนที่จะวาดแล้ววัด เราคำนวณจากพิกัดได้เลย ทั้งระยะทาง ความชัน สมการเส้นตรง และสมการวงกลม

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • หาระยะระหว่างจุดและจุดกึ่งกลางได้
  • หาความชันและเขียนสมการเส้นตรงในรูปต่างๆ ได้
  • ตรวจสอบเส้นขนานและเส้นตั้งฉากจากความชันได้
  • เขียนและอ่านสมการวงกลมได้

ความชันslope

อัตราการเปลี่ยนแปลงของ ต่อ เขียนแทนด้วย

จุดกึ่งกลางmidpoint

จุดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองจุด

7.1 ระยะทางและจุดกึ่งกลาง

ระยะระหว่างจุด (มาจากพีทาโกรัส)

จุดกึ่งกลาง (คือค่าเฉลี่ยของพิกัด)

✏️ตัวอย่าง

หาระยะระหว่าง กับ และจุดกึ่งกลางของ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   ·

💡 ระยะทางเป็นบวกเสมอ — จะเอา หรือ ก็ได้ เพราะยกกำลังสองแล้วเหมือนกัน

7.2 ความชัน

ความชัน

ความชันลักษณะเส้น
เอียงขึ้นจากซ้ายไปขวา
เอียงลง
เส้นแนวนอน ()
ไม่นิยามเส้นแนวตั้ง () เพราะตัวส่วนเป็นศูนย์

เส้นขนานและเส้นตั้งฉาก

💡เคล็ดลับ

ตั้งฉาก = ความชันกลับเศษส่วนแล้วเปลี่ยนเครื่องหมาย เช่น → ตั้งฉากคือ · ตรวจง่ายๆ ด้วยการคูณกันต้องได้

7.3 สมการเส้นตรง

รูปสมการใช้เมื่อรู้
ความชัน-จุดตัดแกนความชันและจุดตัดแกน
จุดและความชันจุด จุดและความชัน
ทั่วไปรูปมาตรฐานสำหรับคำนวณ

เลือกใช้ตามข้อมูลที่โจทย์ให้มา

✏️ตัวอย่าง

หาสมการเส้นตรงที่ผ่าน และมีความชัน

  1. ขั้นที่ 1ใช้รูปจุดและความชัน:
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

หาสมการเส้นตรงที่ผ่าน และ

  1. ขั้นที่ 1หาความชันก่อน:
  2. ขั้นที่ 2ใช้จุด :
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4ตรวจกับอีกจุด:

ตอบ  

💡 มีสองจุด → หาความชันก่อนเสมอ แล้วค่อยใช้จุดไหนก็ได้ (ได้สมการเดียวกัน) · ตรวจด้วยจุดที่เหลือ

✏️ตัวอย่าง

หาสมการเส้นตรงที่ผ่าน และตั้งฉากกับ

  1. ขั้นที่ 1เส้นเดิมมี → เส้นตั้งฉากมี
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

7.4 ระยะจากจุดถึงเส้นตรง

ระยะตั้งฉากจากจุด ถึงเส้น

✏️ตัวอย่าง

หาระยะจากจุด ถึงเส้นตรง

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   หน่วย

💡 ต้องจัดสมการเป็นรูป (ย้ายทุกอย่างไปข้างเดียว) ก่อนใช้สูตรเสมอ

7.5 สมการวงกลม

จุดศูนย์กลาง รัศมี

📎น่ารู้

สูตรนี้ก็คือ สูตรระยะทาง นั่นเอง — วงกลมคือเซตของจุดที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางเท่ากับ พอดี

  • จุดศูนย์กลางที่จุดกำเนิด:
  • เครื่องหมายในวงเล็บกลับกับพิกัด: → จุดศูนย์กลางที่
  • รูปทั่วไป → จัดเป็นกำลังสองสมบูรณ์เพื่อหาจุดศูนย์กลางและรัศมี
✏️ตัวอย่าง

หาจุดศูนย์กลางและรัศมีของ

  1. ขั้นที่ 1จัดกลุ่ม:
  2. ขั้นที่ 2ทำกำลังสองสมบูรณ์: เติม · เติม
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  จุดศูนย์กลาง · รัศมี

💡 อย่าลืมบวกตัวที่เติมเข้าไป ทางขวาด้วย — เป็นจุดที่พลาดกันมากที่สุด

📋 สรุปสูตร — เรขาคณิตวิเคราะห์

ระยะระหว่างจุด

จุดกึ่งกลาง

ความชัน

จุดและความชัน

ขนาน / ตั้งฉาก

ระยะจุดถึงเส้น

วงกลม

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • อ่านเครื่องหมายจุดศูนย์กลางวงกลมผิด ( คือ )
  • ลืมบวกตัวที่เติมทางขวาตอนทำกำลังสองสมบูรณ์
  • ใช้สูตรระยะจุดถึงเส้นโดยยังไม่จัดเป็นรูป
  • คิดว่าเส้นแนวตั้งมีความชันเป็น (ที่จริงคือไม่นิยาม)

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1ระยะระหว่าง กับ

ตอบ  

ข้อ 2จุดกึ่งกลางของ และ

ตอบ  

ข้อ 3ความชันของเส้นผ่าน และ

ตอบ  

ข้อ 4เส้นตั้งฉากกับ มีความชันเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 5 มีจุดศูนย์กลางและรัศมีเท่าใด

ตอบ  จุดศูนย์กลาง รัศมี

เพิ่มเติม🔢 จำนวนและพีชคณิต

ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและลอการิทึม

ลอการิทึมคือ การถามกลับของเลขยกกำลัง — “ต้องยกกำลังเท่าไรถึงจะได้เลขนี้” ใช้จัดการกับตัวเลขที่โตหรือลดแบบทวีคูณ เช่น ดอกเบี้ยทบต้น ความเข้มเสียง แผ่นดินไหว

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • ใช้สมบัติของเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะได้
  • แปลงระหว่างรูปเลขยกกำลังกับรูปลอการิทึมได้
  • ใช้สมบัติของลอการิทึมย่อและกระจายนิพจน์ได้
  • แก้สมการเอกซ์โพเนนเชียลและลอการิทึมอย่างง่ายได้

ลอการิทึมlogarithm

เลขชี้กำลังที่ต้องใช้ยกฐานเพื่อให้ได้ตัวเลขที่ต้องการ

ฐานbase

จำนวนที่ถูกยกกำลัง ต้องเป็นบวกและไม่เท่ากับ 1

8.1 เลขชี้กำลังที่เป็นจำนวนตรรกยะ

รากเขียนเป็นเลขยกกำลังได้

  • สมบัติของเลขยกกำลังทั้งหมดจาก ม.2 ยังใช้ได้เหมือนเดิม
  • ·
  • ตัวส่วนของเลขชี้กำลังคือ อันดับของราก · ตัวเศษคือ กำลัง
✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ และ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ   และ

💡 ถอดรากก่อน แล้วค่อยยกกำลัง จะได้เลขเล็กกว่ามาก — ก็ได้ เหมือนกันแต่คิดยากกว่า

8.2 ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล

รูปทั่วไป

เงื่อนไขลักษณะกราฟ
เพิ่มขึ้น (โตแบบทวีคูณ)
ลดลง (สลายตัว)
ทุกกรณีผ่านจุด เสมอ เพราะ
ทุกกรณี เสมอ — กราฟไม่แตะแกน

⚠️ระวัง

ฐานต้อง เป็นบวกและไม่เท่ากับ — ถ้า จะได้ ตลอด (เป็นเส้นตรง ไม่ใช่เอกซ์โพเนนเชียล) และถ้าฐานติดลบ ค่าจะกระโดดไปมาจนไม่เป็นฟังก์ชันต่อเนื่อง

8.3 ลอการิทึมคืออะไร

นิยาม — สองรูปนี้พูดเรื่องเดียวกัน

🔑อ่านให้เป็นภาษาคน

อ่านว่า “ต้องยก กำลังเท่าไรถึงได้ ? ตอบ — ถ้าอ่านแบบนี้ได้ ลอการิทึมจะไม่ยากเลย

รูปลอการิทึมรูปเลขยกกำลัง

ฝึกแปลงกลับไปมา

  • (ไม่เขียนฐาน) หมายถึงฐาน
  • หมายถึงฐาน (ลอการิทึมธรรมชาติ)
  • ต้องมากกว่า เสมอ ของศูนย์หรือจำนวนลบไม่มีค่า

8.4 สมบัติของลอการิทึม

สมบัติสูตร
ผลคูณ
ผลหาร
เลขชี้กำลัง
ค่าพื้นฐาน ·
เปลี่ยนฐาน

ลอการิทึมเปลี่ยนคูณเป็นบวก — นี่คือเหตุผลที่มันถูกคิดค้นขึ้นมา

⚠️สิ่งที่ไม่มีในตาราง = ทำไม่ได้

✏️ตัวอย่าง

เขียน ให้เป็นค่าเดียว

  1. ขั้นที่ 1ใช้สมบัติผลหาร:
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

กระจาย

  1. ขั้นที่ 1ผลหาร:
  2. ขั้นที่ 2ผลคูณ:
  3. ขั้นที่ 3เลขชี้กำลัง:

ตอบ  

8.5 การแก้สมการ

สมการเอกซ์โพเนนเชียล

  1. 1ถ้าทำให้ ฐานเท่ากัน ได้ ให้จับเลขชี้กำลังมาเท่ากันเลย
  2. 2ถ้าฐานเท่ากันไม่ได้ ให้ใส่ ทั้งสองข้าง
✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ

  1. ขั้นที่ 1ทำฐานให้เท่ากัน:
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ

  1. ขั้นที่ 1แปลงเป็นรูปเลขยกกำลัง:
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3ตรวจ: ✓ ใช้ได้

ตอบ  

💡 ⚠️ สมการลอการิทึมต้องตรวจคำตอบเสมอ — ถ้าแทนกลับแล้วข้างในล็อกเป็นศูนย์หรือติดลบ ต้องตัดทิ้ง (เรียกว่าคำตอบแปลกปลอม)

✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ

  1. ขั้นที่ 1รวมเป็นล็อกเดียว:
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4 หรือ
  5. ขั้นที่ 5ตรวจ: ทำให้ ไม่มีค่า → ตัดทิ้ง

ตอบ  

8.6 การนำไปใช้

ดอกเบี้ยทบต้น

= เงินต้น · = อัตราต่อรอบ · = จำนวนรอบ

✏️ตัวอย่าง

ฝากเงิน บาท ดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ ต่อปี อีก ปีจะได้เงินเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  ประมาณ บาท

💡 เทียบกับดอกเบี้ยอย่างง่าย (ม.1) ที่ได้ บาท — ส่วนต่างเกิดจากดอกเบี้ยของดอกเบี้ย ยิ่งเวลานานยิ่งต่างกันมาก

  • มาตราริกเตอร์ (แผ่นดินไหว) และ เดซิเบล (เสียง) เป็นสเกลลอการิทึม — เพิ่ม หน่วยคือแรงขึ้นหลายเท่า
  • pH ในเคมี
  • ใช้ลอการิทึมเมื่อข้อมูลมีช่วงกว้างมาก เพราะช่วยบีบให้อ่านง่ายขึ้น

📎น่ารู้

แผ่นดินไหวขนาด ปลดปล่อยพลังงานมากกว่าขนาด ประมาณ เท่า ไม่ใช่ เท่า — นี่คือเหตุผลที่ต้องเข้าใจสเกลลอการิทึม ไม่งั้นจะประเมินความรุนแรงต่ำเกินจริงมาก

📋 สรุปสูตร — ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียลและลอการิทึม

นิยามลอการิทึม

ผลคูณ

ผลหาร

เลขชี้กำลัง

เปลี่ยนฐาน

เลขชี้กำลังตรรกยะ

ดอกเบี้ยทบต้น

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • (ผิด — สมบัติใช้กับผลคูณ)
  • ลืมตรวจคำตอบของสมการลอการิทึม (คำตอบแปลกปลอม)
  • คิดว่า ของจำนวนลบมีค่า
  • สับสน กับ
  • ยกกำลังก่อนถอดราก ทำให้ตัวเลขใหญ่เกินจำเป็น

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 2 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 3 เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 4แก้

ตอบ  

ข้อ 5 เท่ากับเท่าใด

ตอบ   (เพราะ )

อ่านจบแล้ว — ถึงเวลาลงสนามจริง

อ่านเข้าใจกับทำโจทย์ได้ เป็นคนละเรื่องกัน
ที่สนามสอบ โจทย์ถูกสร้างใหม่ทุกครั้ง ไม่ซ้ำ ฝึกกี่รอบก็ไม่มีทางท่องคำตอบได้

© สนามสอบ · sanamsob.com — เอกสารนี้เรียบเรียงขึ้นใหม่ทั้งหมด อ้างอิงเพียงโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางซึ่งเป็นข้อมูลสาธารณะ
อนุญาตให้พิมพ์เพื่อใช้ศึกษาส่วนบุคคล · ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำเพื่อจำหน่ายหรือแอบอ้างเป็นผลงานของผู้อื่น