สนามสอบ
← สารบัญรายบท

สนามสอบ

สรุปคณิตศาสตร์ ม.2

มัธยมศึกษาปีที่ 2 · ฉบับเต็มทั้งเล่ม

11

บท

51

หัวข้อย่อย

45

ตัวอย่าง

214

นาที

เรียบเรียงขึ้นใหม่ทั้งเล่ม อ้างอิงโครงสร้างหลักสูตรแกนกลาง (ข้อมูลสาธารณะ)
ไม่คัดลอกจากหนังสือเรียน หนังสือติว หรือเว็บติวของผู้ใด · sanamsob.com

สารบัญ

  1. บทที่ 1ทฤษฎีบทพีทาโกรัส📐 การวัดและเรขาคณิต · 6 หัวข้อ
  2. บทที่ 2ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจำนวนจริง🔢 จำนวนและพีชคณิต · 5 หัวข้อ
  3. บทที่ 3ปริซึมและทรงกระบอก📐 การวัดและเรขาคณิต · 5 หัวข้อ
  4. บทที่ 4การแปลงทางเรขาคณิต📐 การวัดและเรขาคณิต · 5 หัวข้อ
  5. บทที่ 5สมบัติของเลขยกกำลัง🔢 จำนวนและพีชคณิต · 4 หัวข้อ
  6. บทที่ 6พหุนาม🔢 จำนวนและพีชคณิต · 4 หัวข้อ
  7. บทที่ 7สถิติ (2)📊 สถิติและความน่าจะเป็น · 4 หัวข้อ
  8. บทที่ 8ความเท่ากันทุกประการ📐 การวัดและเรขาคณิต · 4 หัวข้อ
  9. บทที่ 9เส้นขนาน📐 การวัดและเรขาคณิต · 5 หัวข้อ
  10. บทที่ 10การให้เหตุผลทางเรขาคณิต📐 การวัดและเรขาคณิต · 4 หัวข้อ
  11. บทที่ 11การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง🔢 จำนวนและพีชคณิต · 5 หัวข้อ
บทที่ 1📐 การวัดและเรขาคณิต

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส

ในสามเหลี่ยมมุมฉาก กำลังสองของด้านตรงข้ามมุมฉาก เท่ากับผลบวกกำลังสองของอีกสองด้าน — ทฤษฎีบทเดียวที่ใช้ได้ทั้งหาความยาว ตรวจว่าเป็นมุมฉากไหม และต่อยอดไปตรีโกณมิติ

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • ระบุด้านตรงข้ามมุมฉากและด้านประกอบมุมฉากได้ถูกต้อง
  • ใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัสหาความยาวด้านที่ขาดหายได้
  • ใช้บทกลับตรวจสอบว่าสามเหลี่ยมที่กำหนดเป็นสามเหลี่ยมมุมฉากหรือไม่
  • นำไปแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง เช่น ระยะทาง ความสูง เส้นทแยงมุม

ด้านตรงข้ามมุมฉากhypotenuse

ด้านที่อยู่ตรงข้ามมุมฉาก และเป็นด้านที่ยาวที่สุดเสมอ

ด้านประกอบมุมฉากlegs

ด้านสองด้านที่ประกอบกันเป็นมุมฉาก

สามพจน์พีทาโกรัสPythagorean triple

จำนวนเต็มบวกสามจำนวนที่สอดคล้องกับ

1.1 รู้จักสามเหลี่ยมมุมฉากก่อน

  • สามเหลี่ยมมุมฉาก คือสามเหลี่ยมที่มีมุมหนึ่งเป็น
  • ด้านที่อยู่ตรงข้ามมุมฉาก เรียกว่า ด้านตรงข้ามมุมฉาก และเป็นด้านที่ ยาวที่สุดเสมอ
  • อีกสองด้านเรียกว่า ด้านประกอบมุมฉาก
  • ในสามเหลี่ยมมุมฉาก มุมอีกสองมุมรวมกันได้ พอดี (เพราะมุมภายในรวม )

⚠️จุดที่พลาดกันมากที่สุดทั้งบท

ระบุ ด้านตรงข้ามมุมฉากผิด แล้วแทนค่าสลับที่ — ให้จำว่ามันคือด้านที่ไม่ได้ติดกับมุมฉาก และต้องยาวที่สุดเสมอ ถ้าคำตอบออกมาแล้วด้านตรงข้ามมุมฉากสั้นกว่าด้านอื่น แปลว่าทำผิดแน่นอน

1.2 ทฤษฎีบทพีทาโกรัส

เมื่อ คือด้านตรงข้ามมุมฉาก

📎ทำไมจึงจริง (คิดเป็นภาพ)

วาดรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนด้านทั้งสามของสามเหลี่ยมมุมฉาก — พื้นที่ของจัตุรัสบนด้านสั้นสองอันรวมกัน จะเท่ากับพื้นที่จัตุรัสบนด้านยาวพอดี ทฤษฎีบทนี้จึงเป็นเรื่อง พื้นที่ ไม่ใช่แค่ความยาว

หาอะไรใช้สูตร
ด้านตรงข้ามมุมฉาก
ด้านประกอบมุมฉาก

จัดรูปสมการให้ตรงกับสิ่งที่โจทย์ถาม

💡เคล็ดลับ

หาด้านยาว = บวก · หาด้านสั้น = ลบ — จำแค่นี้ก็ไม่มีวันใส่เครื่องหมายผิด

1.3 หาความยาวด้านที่ขาดหาย

✏️ตัวอย่าง

สามเหลี่ยมมุมฉากมีด้านประกอบมุมฉากยาว และ หน่วย ด้านตรงข้ามมุมฉากยาวเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   หน่วย

✏️ตัวอย่าง

สามเหลี่ยมมุมฉากมีด้านตรงข้ามมุมฉากยาว และด้านประกอบมุมฉากด้านหนึ่งยาว อีกด้านยาวเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1โจทย์ให้ด้านยาวมาแล้ว → ต้อง ลบ
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ   หน่วย

✏️ตัวอย่าง

สามเหลี่ยมมุมฉากมีด้านประกอบมุมฉากยาว และ ด้านตรงข้ามมุมฉากยาวเท่าใด (ตอบเป็นค่าที่แน่นอน)

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2 ซึ่งถอดรากไม่ลงตัว
  3. ขั้นที่ 3ประมาณค่า: และ ดังนั้น (ราว )

ตอบ   หน่วย (ประมาณ )

💡 ถ้าโจทย์ไม่ได้บอกให้ประมาณ ให้ตอบเป็นรูปติดรากไปเลย — ตรงกว่าและไม่เสียความแม่นยำ

1.4 บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัส

บทกลับ

ถ้าสามเหลี่ยมมีด้านยาว (โดย ยาวที่สุด) และ แล้วสามเหลี่ยมนั้น เป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก

เงื่อนไขชนิดของสามเหลี่ยม
มุมฉาก
มุมแหลม (ทุกมุมเล็กกว่า )
มุมป้าน (มีมุมหนึ่งใหญ่กว่า )

ใช้ตรวจชนิดของสามเหลี่ยมได้ด้วย (ให้ ยาวที่สุด)

✏️ตัวอย่าง

สามเหลี่ยมมีด้านยาว เป็นสามเหลี่ยมมุมฉากหรือไม่

  1. ขั้นที่ 1ด้านยาวที่สุดคือ → ให้
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4เท่ากันพอดี

ตอบ  เป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก

⚠️ระวัง

ต้องเอา ด้านที่ยาวที่สุด มาเป็น เสมอ ถ้าหยิบผิดจะสรุปผิดทันที

1.5 สามพจน์พีทาโกรัส (จำไว้ทำข้อสอบเร็วขึ้นมาก)

ชุดคูณ 2คูณ 3คูณ 4

ชุดพื้นฐานที่โจทย์ชอบใช้

  • ชุดใดใช้ได้ คูณด้วยจำนวนเดียวกันทุกตัว ก็ยังใช้ได้ (สามเหลี่ยมคล้ายกัน)
  • เห็นเลข หรือ ในโจทย์เมื่อไร ให้เดาไว้ก่อนว่าน่าจะเป็นมุมฉาก แล้วค่อยตรวจ
  • จำ ชุดแรกไว้ ประหยัดเวลาในห้องสอบได้จริง

1.6 การนำไปใช้

✏️ตัวอย่าง

บันไดยาว เมตร พาดกำแพง โดยปลายล่างห่างจากกำแพง เมตร ปลายบนของบันไดสูงจากพื้นเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1บันไดคือด้านตรงข้ามมุมฉาก () · ระยะห่างจากกำแพงคือด้านประกอบ ()
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  สูง เมตร

✏️ตัวอย่าง

สนามสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง เมตร ยาว เมตร เดินตัดตามแนวทแยงจะสั้นกว่าเดินตามขอบสองด้านกี่เมตร

  1. ขั้นที่ 1แนวทแยง: เมตร
  2. ขั้นที่ 2เดินตามขอบสองด้าน: เมตร
  3. ขั้นที่ 3ต่างกัน:

ตอบ  สั้นกว่า เมตร

✏️ตัวอย่าง

จุด และ อยู่ห่างกันเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1สร้างสามเหลี่ยมมุมฉาก: ด้านนอนยาว · ด้านตั้งยาว
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   หน่วย

💡 นี่คือที่มาของสูตรระยะห่างระหว่างจุดที่จะเจอใน ม.4 — มันคือพีทาโกรัสนั่นเอง

📋 สรุปสูตร — ทฤษฎีบทพีทาโกรัส

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส

หาด้านตรงข้ามมุมฉาก

หาด้านประกอบมุมฉาก

ระยะระหว่างจุด

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • หยิบด้านตรงข้ามมุมฉากผิด แล้วเอาไปบวกแทนที่จะลบ
  • ลืมถอดรากตอนท้าย (ตอบ แทน )
  • ใช้บทกลับโดยไม่เอาด้านยาวที่สุดมาเป็น
  • คิดว่า (ผิด — ลองแทน ดู ได้ ไม่ใช่ )

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1ด้านประกอบมุมฉากยาว และ ด้านตรงข้ามมุมฉากยาวเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 2ด้านตรงข้ามมุมฉากยาว ด้านหนึ่งยาว อีกด้านยาวเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 3 เป็นสามเหลี่ยมชนิดใด

ตอบ  มุมป้าน ()

ข้อ 4สี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านยาว เส้นทแยงมุมยาวเท่าใด

ตอบ  

บทที่ 2🔢 จำนวนและพีชคณิต

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจำนวนจริง

จำนวนจริงแบ่งเป็นตรรกยะ (เขียนเป็นเศษส่วนได้) กับอตรรกยะ (เขียนไม่ได้ เช่น ) — บทนี้คือการรู้จักราก หาค่าประมาณ และคำนวณกับรากให้คล่อง

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • จำแนกจำนวนตรรกยะและอตรรกยะได้
  • หารากที่สองและรากที่สามของจำนวนที่กำหนดได้
  • ประมาณค่ารากที่สองที่ถอดไม่ลงตัวได้
  • บวก ลบ คูณ หาร จำนวนที่ติดรากอย่างง่ายได้

จำนวนตรรกยะrational number

จำนวนที่เขียนเป็น เมื่อ เป็นจำนวนเต็มและ

จำนวนอตรรกยะirrational number

จำนวนจริงที่เขียนเป็นเศษส่วนของจำนวนเต็มไม่ได้

รากที่สองsquare root

จำนวนที่ยกกำลังสองแล้วได้จำนวนนั้น

จำนวนกำลังสองสมบูรณ์perfect square

จำนวนที่ถอดรากที่สองได้ลงตัว เช่น

2.1 ตรรกยะ กับ อตรรกยะ

ชนิดลักษณะทศนิยมตัวอย่าง
ตรรกยะรู้จบ หรือ ซ้ำ · · ·
อตรรกยะไม่รู้จบ และ ไม่ซ้ำ · ·
  • จำนวนเต็มทุกตัวเป็นตรรกยะ เพราะเขียนเป็น ได้
  • ทศนิยมซ้ำก็เป็นตรรกยะ เช่น
  • เป็นตรรกยะ ก็ต่อเมื่อ เป็นจำนวนกำลังสองสมบูรณ์
  • จำนวนจริง = ตรรกยะ อตรรกยะ (ไม่มีจำนวนจริงตัวไหนเป็นทั้งสองอย่าง)

⚠️ระวัง

ไม่ใช่ อตรรกยะ เพราะมันคือ — ดูที่ ค่า ไม่ใช่ที่หน้าตาว่ามีเครื่องหมายรากหรือเปล่า

2.2 รากที่สอง

นิยาม

  • มีคำตอบ สองค่า คือ และ
  • แต่ หมายถึง รากที่สองที่เป็นบวก เท่านั้น คือ
  • เขียนคำตอบของสมการเป็น
  • จำนวนลบไม่มีรากที่สองในระบบจำนวนจริง เช่น ไม่มีค่า
12345678910
149162536496481100
11121314151617181920
121144169196225256289324361400

จำนวนกำลังสองสมบูรณ์ที่ควรจำ

2.3 ประมาณค่ารากที่ถอดไม่ลงตัว

วิธีขนาบ (หาว่าอยู่ระหว่างจำนวนเต็มคู่ไหน)

  1. 1หาจำนวนกำลังสองสมบูรณ์ที่ น้อยกว่า และ มากกว่า จำนวนนั้น
  2. 2รากที่สองจะอยู่ระหว่างรากของสองจำนวนนั้น
  3. 3ดูว่าจำนวนเดิมใกล้ฝั่งไหนมากกว่า เพื่อประมาณทศนิยมตำแหน่งแรก
✏️ตัวอย่าง

ประมาณค่า

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2 และ ดังนั้น
  3. ขั้นที่ 3 ใกล้ มาก → คำตอบใกล้
  4. ขั้นที่ 4ลอง ซึ่งเกินไปนิด → คำตอบอยู่ราว

ตอบ  ประมาณ

💡เคล็ดลับ

ข้อสอบมักถามแค่ว่า “อยู่ระหว่างจำนวนเต็มใด” — ตอบด้วยวิธีขนาบก็พอ ไม่ต้องกดเครื่องคิดเลข

2.4 รากที่สาม

นิยาม

  • ต่างจากรากที่สอง — รากที่สามของจำนวนลบมีค่า เช่น (เพราะ )
  • เหตุผล: ยกกำลังสามของจำนวนลบยังเป็นลบ แต่ยกกำลังสองของอะไรก็เป็นบวก
  • รากที่สามมีคำตอบเดียวเสมอในระบบจำนวนจริง
12345678910
1827641252163435127291000

จำนวนกำลังสามที่ควรจำ

✏️ตัวอย่าง

ลูกบาศก์มีปริมาตร ลูกบาศก์เซนติเมตร ด้านยาวเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ   เซนติเมตร

2.5 การดำเนินการกับราก

คูณและหารรากทำได้ตรงๆ

⚠️แต่บวกลบทำแบบนั้นไม่ได้

— ลองแทน : ซ้าย แต่ขวา ไม่เท่ากัน

ทำรากให้อยู่ในรูปอย่างง่าย

  1. 1แยกตัวเลขในรากเป็น (กำลังสองสมบูรณ์) × (ที่เหลือ)
  2. 2ถอดรากเฉพาะส่วนที่เป็นกำลังสองสมบูรณ์ออกมานอกราก
✏️ตัวอย่าง

ทำ ให้อยู่ในรูปอย่างง่าย

  1. ขั้นที่ 1 โดย เป็นกำลังสองสมบูรณ์ตัวใหญ่ที่สุดที่หารลงตัว
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3ตอนนี้ “ตัวราก” เหมือนกันแล้ว จึงบวกสัมประสิทธิ์ได้:

ตอบ  

💡 คิดว่า เป็นตัวแปร ทำแบบเดียวกันเป๊ะ

📋 สรุปสูตร — ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจำนวนจริง

รากที่สอง

รากที่สาม

คูณ/หารราก

ทำรากอย่างง่าย

สมการกำลังสอง

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • (ผิดสนิท)
  • ลืมใส่ ตอนแก้สมการ
  • คิดว่า (ผิด — จำนวนลบไม่มีรากที่สองในจำนวนจริง แต่รากที่สามมี)
  • แยกกำลังสองสมบูรณ์ไม่หมด เช่น ตอบ แทนที่จะเป็น

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3ทำ ให้อยู่ในรูปอย่างง่าย

ตอบ  

ข้อ 4 อยู่ระหว่างจำนวนเต็มใด

ตอบ  ระหว่าง กับ

ข้อ 5

ตอบ  

บทที่ 3📐 การวัดและเรขาคณิต

ปริซึมและทรงกระบอก

ปริซึมกับทรงกระบอกใช้หลักเดียวกันหมด — ปริมาตร = พื้นที่ฐาน × สูง และพื้นที่ผิว = ฐานสองหน้า + ผิวข้างที่คลี่ออกมาเป็นสี่เหลี่ยม

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บอกลักษณะของปริซึมและทรงกระบอกได้
  • หาปริมาตรและพื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอกได้
  • แปลงหน่วยปริมาตรและความจุได้ถูกต้อง
  • แก้โจทย์ปัญหาในชีวิตจริงเกี่ยวกับภาชนะและวัสดุห่อหุ้ม

ปริซึมprism

ทรงตันที่มีหน้าตัดหัวท้ายเป็นรูปหลายเหลี่ยมที่เท่ากันและขนานกัน

ทรงกระบอกcylinder

ทรงที่มีฐานเป็นวงกลมสองวงเท่ากันและขนานกัน

พื้นที่ผิวข้างlateral surface area

พื้นที่ผิวโดยรอบ ไม่รวมฐานบนและฐานล่าง

3.1 ปริซึมคืออะไร

  • ปริซึมเรียกชื่อตาม รูปร่างของฐาน เช่น ปริซึมสามเหลี่ยม ปริซึมห้าเหลี่ยม
  • ฐานสองหน้า เท่ากันทุกประการและขนานกัน · หน้าข้างเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉากทั้งหมด
  • ความสูง ของปริซึมคือระยะตั้งฉากระหว่างฐานทั้งสอง (ไม่ใช่ความยาวของด้านเอียง)
  • ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและลูกบาศก์ ก็คือปริซึมสี่เหลี่ยมนั่นเอง

🔑หลักการเดียวที่ครอบทั้งบท

ทุกทรงที่ “หน้าตัดเหมือนกันตลอดความสูง” ใช้สูตรเดียวกันหมด: ปริมาตร = พื้นที่หน้าตัด × ความสูง — ปริซึมทุกชนิดและทรงกระบอกเข้าข่ายนี้

3.2 ปริมาตรของปริซึม

ปริมาตรปริซึม

ฐานเป็นรูปพื้นที่ฐาน
สี่เหลี่ยมมุมฉาก
สามเหลี่ยม
สี่เหลี่ยมคางหมู
วงกลม (ทรงกระบอก)

พื้นที่ฐานที่ใช้บ่อย

✏️ตัวอย่าง

ปริซึมสามเหลี่ยมมีฐานเป็นสามเหลี่ยมที่มีฐานยาว ซม. สูง ซม. และปริซึมสูง ซม. ปริมาตรเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1พื้นที่ฐาน ตร.ซม.
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ   ลูกบาศก์เซนติเมตร

💡 ระวังสับสน “สูงของสามเหลี่ยมฐาน” กับ “สูงของปริซึม” — เป็นคนละตัวกัน

3.3 พื้นที่ผิวของปริซึม

พื้นที่ผิวทั้งหมด

= ความยาวรอบรูปของฐาน · ส่วน คือพื้นที่ผิวข้าง

📎ทำไมผิวข้างถึงเป็น (รอบรูป × สูง)

ถ้าคลี่ผิวข้างของปริซึมออกมาแผ่บนโต๊ะ จะได้ สี่เหลี่ยมผืนผ้าหนึ่งผืน ที่มีด้านหนึ่งยาวเท่ากับเส้นรอบรูปฐาน และอีกด้านเท่ากับความสูง

✏️ตัวอย่าง

กล่องทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากกว้าง ยาว สูง เซนติเมตร ต้องใช้กระดาษห่อกี่ตารางเซนติเมตร (ไม่คิดส่วนซ้อน)

  1. ขั้นที่ 1พื้นที่ผิว
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   ตารางเซนติเมตร

3.4 ทรงกระบอก

ปริมาตร

พื้นที่ผิวทั้งหมด

= ฝาบน+ฝาล่าง · = ผิวข้าง

  • ผิวข้างคลี่ออกมาเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง (เส้นรอบวง) ยาว
  • ถ้าโจทย์ให้ เส้นผ่านศูนย์กลาง ต้องหารสองเป็นรัศมีก่อนเสมอ
  • ใช้ เมื่อรัศมีหารด้วย ลงตัว · ใช้ ในกรณีอื่น
✏️ตัวอย่าง

ถังน้ำทรงกระบอกรัศมี ซม. สูง ซม. จุน้ำได้กี่ลูกบาศก์เซนติเมตร (ใช้ )

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   ลูกบาศก์เซนติเมตร

✏️ตัวอย่าง

กระป๋องทรงกระบอกเส้นผ่านศูนย์กลาง ซม. สูง ซม. ต้องใช้ฉลากหุ้มรอบข้างกี่ตารางเซนติเมตร (ใช้ )

  1. ขั้นที่ 1รัศมี ซม.
  2. ขั้นที่ 2ฉลากหุ้มรอบข้าง = ผิวข้างเท่านั้น
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   ตารางเซนติเมตร

💡 อ่านโจทย์ให้ดีว่าต้องการ ผิวข้างอย่างเดียว หรือ ผิวทั้งหมด — ฉลากหุ้มกระป๋องไม่ได้ปิดฝา

3.5 หน่วยปริมาตรและความจุ

จากเป็นคูณด้วย
ลูกบาศก์เมตรลูกบาศก์เซนติเมตร
ลูกบาศก์เซนติเมตรมิลลิลิตร (เท่ากันพอดี)
ลิตรลูกบาศก์เซนติเมตร
ลูกบาศก์เมตรลิตร

การแปลงหน่วยที่ใช้บ่อย

⚠️กับดักการแปลงหน่วย

เมตร เซนติเมตร แต่ ลูกบาศก์เมตร ลูกบาศก์เซนติเมตร (ไม่ใช่ ) — เพราะเป็นสามมิติ ต้องยกกำลังสาม

✏️ตัวอย่าง

ตู้ปลาทรงสี่เหลี่ยมกว้าง ซม. ยาว ซม. สูง ซม. ใส่น้ำเต็มได้กี่ลิตร

  1. ขั้นที่ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร
  2. ขั้นที่ 2 ลิตร ลบ.ซม.
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   ลิตร

📋 สรุปสูตร — ปริซึมและทรงกระบอก

ปริมาตรปริซึม/ทรงกระบอก

ทรงกระบอก

ผิวปริซึม

ผิวทรงกระบอก

ผิวข้างทรงกระบอก

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้เส้นผ่านศูนย์กลางแทนรัศมีในสูตร
  • สับสนความสูงของรูปฐานกับความสูงของปริซึม
  • แปลงหน่วยปริมาตรด้วยการคูณ แทนที่จะเป็น
  • คิดพื้นที่ผิวทั้งหมดทั้งที่โจทย์ถามแค่ผิวข้าง (หรือกลับกัน)

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1ทรงกระบอกรัศมี สูง ปริมาตรเท่าใด (ตอบในรูป )

ตอบ  

ข้อ 2ลูกบาศก์ด้านยาว ซม. พื้นที่ผิวเท่าใด

ตอบ   ตร.ซม.

ข้อ 3 ลูกบาศก์เมตร เท่ากับกี่ลิตร

ตอบ   ลิตร

ข้อ 4ปริซึมฐานสามเหลี่ยมพื้นที่ ตร.ซม. สูง ซม. ปริมาตรเท่าใด

ตอบ   ลบ.ซม.

บทที่ 4📐 การวัดและเรขาคณิต

การแปลงทางเรขาคณิต

การเลื่อนขนาน สะท้อน และหมุน เปลี่ยนแค่ตำแหน่ง/ทิศทาง แต่ ขนาดและรูปร่างไม่เปลี่ยน ภาพที่ได้จึงเท่ากันทุกประการกับรูปต้นแบบเสมอ

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บอกความหมายและสมบัติของการเลื่อนขนาน การสะท้อน และการหมุนได้
  • หาพิกัดของภาพที่ได้จากการแปลงบนระนาบพิกัดได้
  • ระบุได้ว่ารูปคู่หนึ่งเกิดจากการแปลงชนิดใด

การแปลงtransformation

การย้าย/พลิก/หมุนรูปเรขาคณิตไปยังตำแหน่งใหม่

ภาพimage

รูปที่ได้หลังการแปลง มักเขียนด้วยเครื่องหมายไพรม์ เช่น

การแปลงที่รักษาระยะisometry

การแปลงที่ไม่ทำให้ขนาดหรือรูปร่างเปลี่ยน

4.1 การแปลงทั้งสามแบบ

การแปลงทำอะไรสิ่งที่ต้องระบุ
เลื่อนขนานย้ายทั้งรูปไปทางเดียวกัน ระยะเท่ากันทิศทางและระยะ
สะท้อนพลิกรูปข้ามเส้น เหมือนส่องกระจกเส้นสะท้อน
หมุนหมุนรูปรอบจุดหนึ่งจุดหมุน มุม และทิศ

🔑สมบัติร่วมของทั้งสามแบบ

  • ความยาวด้านไม่เปลี่ยน · ขนาดมุมไม่เปลี่ยน
  • ภาพที่ได้จึง เท่ากันทุกประการ กับรูปต้นแบบเสมอ
  • ต่างกันแค่ตำแหน่ง (และทิศทางการเรียงจุด ในกรณีการสะท้อน)

4.2 การเลื่อนขนาน

  • ทุกจุดเคลื่อนที่ไปในทิศเดียวกันด้วยระยะเท่ากัน
  • เส้นที่ลากจากจุดเดิมไปจุดใหม่ทุกเส้นจะ ขนานกันและยาวเท่ากัน
  • รูปที่ได้ หันทางเดิม ไม่พลิกไม่หมุน

กฎพิกัด — เลื่อนไปทางขวา และขึ้น

✏️ตัวอย่าง

เลื่อน ที่มี ไปทางขวา และลง หน่วย

  1. ขั้นที่ 1ขวา → บวก ด้วย · ลง → ลบ ด้วย
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

4.3 การสะท้อน

  • จุดกับภาพของมันอยู่ คนละฝั่งของเส้นสะท้อน และห่างเท่ากัน
  • เส้นที่เชื่อมจุดกับภาพจะ ตั้งฉาก กับเส้นสะท้อนเสมอ
  • จุดที่อยู่บนเส้นสะท้อนพอดี จะอยู่ที่เดิม
  • การเรียงจุด (ตามเข็ม/ทวนเข็ม) จะ กลับด้าน — นี่คือจุดต่างจากการเลื่อนและการหมุน
สะท้อนข้าม กลายเป็น
แกน
แกน
เส้น
จุดกำเนิด

กฎพิกัดของการสะท้อนที่ใช้บ่อย

✏️ตัวอย่าง

สะท้อนจุด ข้ามแกน

  1. ขั้นที่ 1สะท้อนข้ามแกน → กลับเครื่องหมายของ
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

4.4 การหมุน

  • ต้องระบุ จุดหมุน · ขนาดมุม · ทิศทาง (ตามเข็มหรือทวนเข็ม) ให้ครบ
  • ทุกจุดอยู่ห่างจากจุดหมุนเท่าเดิมเสมอ (หมุนบนวงกลม)
  • หมุน = กลับที่เดิม · หมุนทวนเข็ม = หมุนตามเข็ม
มุม กลายเป็น

กฎพิกัดเมื่อหมุนรอบจุดกำเนิด (ทวนเข็มนาฬิกา)

✏️ตัวอย่าง

หมุนจุด รอบจุดกำเนิดทวนเข็มนาฬิกา

  1. ขั้นที่ 1ใช้กฎ
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

💡 ตรวจง่ายๆ: ระยะจากจุดกำเนิดต้องเท่าเดิม — และ

4.5 การนำไปใช้

  • ลวดลายผ้า/กระเบื้อง เกิดจากการเลื่อนขนานซ้ำๆ
  • สมมาตรของผีเสื้อ ใบไม้ ตัวอักษร คือการสะท้อน
  • ใบพัด กังหัน เข็มนาฬิกา คือการหมุน
  • ตัวอักษรที่สะท้อนแล้วเหมือนเดิม เช่น A, H, M, T, U (สมมาตรแนวตั้ง)
✏️ตัวอย่าง

รูปสามเหลี่ยมหนึ่งมีจุดยอด ถ้าสะท้อนข้ามแกน แล้วเลื่อนขึ้น หน่วย จุดยอดใหม่คือ

  1. ขั้นที่ 1สะท้อนข้ามแกน :
  2. ขั้นที่ 2เลื่อนขึ้น : บวก ด้วย

ตอบ  

💡 ทำทีละขั้นตามลำดับที่โจทย์บอก — สลับลำดับแล้วคำตอบมักไม่เหมือนกัน

📋 สรุปสูตร — การแปลงทางเรขาคณิต

เลื่อนขนาน

สะท้อนแกน X

สะท้อนแกน Y

หมุนทวนเข็ม 90°

หมุน 180°

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • สับสนการสะท้อนข้ามแกน X กับแกน Y (จำ: สะท้อนข้ามแกนไหน แกนนั้นคงเดิม อีกตัวกลับเครื่องหมาย)
  • หมุนโดยไม่ดูทิศทาง (ตามเข็ม/ทวนเข็มให้ผลต่างกัน)
  • คิดว่าการแปลงทำให้รูปใหญ่ขึ้น/เล็กลง (ไม่เปลี่ยนขนาดเลย)
  • ทำการแปลงสองขั้นแบบสลับลำดับ

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1สะท้อน ข้ามแกน

ตอบ  

ข้อ 2หมุน รอบจุดกำเนิดทวนเข็ม

ตอบ  

ข้อ 3เลื่อน ไปทางซ้าย และลง

ตอบ  

ข้อ 4การแปลงแบบใดที่ทำให้ลำดับการเรียงจุดกลับด้าน

ตอบ  การสะท้อน

บทที่ 5🔢 จำนวนและพีชคณิต

สมบัติของเลขยกกำลัง

ต่อยอดจาก ม.1 — เพิ่มเลขชี้กำลังที่เป็นจำนวนเต็มลบ ซึ่งแปลว่า “ส่วนกลับ” ไม่ใช่ “ค่าติดลบ” และรวมสมบัติทั้งหมดให้ใช้คล่อง

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • ใช้สมบัติของเลขยกกำลังทั้งหมดในการทำนิพจน์ให้อยู่ในรูปอย่างง่ายได้
  • เข้าใจความหมายของเลขชี้กำลังศูนย์และจำนวนเต็มลบ
  • คำนวณและเปรียบเทียบจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ได้

เลขชี้กำลังลบnegative exponent

หมายถึงส่วนกลับของ ไม่ได้แปลว่าค่าติดลบ

รูปอย่างง่ายsimplest form

เขียนให้เลขชี้กำลังเป็นบวกและไม่มีสมบัติที่ยังย่อได้เหลืออยู่

5.1 เลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มลบ

นิยาม

📎ที่มา (ไม่ใช่กฎที่จำมาลอยๆ)

จากสมบัติการหาร และถ้าหารตรงๆ ก็ได้ — สองทางต้องได้ค่าเท่ากัน จึงสรุปว่า

⚠️อย่าสับสนเด็ดขาด

  • (เป็นบวก ค่าน้อย) — ไม่ใช่
  • (ฐานลบ) คนละเรื่องกับ (เลขชี้กำลังลบ)

เศษส่วนยกกำลังลบ = กลับเศษเป็นส่วน

5.2 สมบัติทั้งหมด (ตารางเดียวจบ)

สมบัติสูตรตัวอย่าง
คูณฐานเดียวกัน
หารฐานเดียวกัน
ยกกำลังซ้อน
ยกกำลังผลคูณ
ยกกำลังผลหาร
เลขชี้กำลังศูนย์
เลขชี้กำลังลบ

ใช้ได้เมื่อ

⚠️สิ่งที่ไม่มีในตาราง = ทำไม่ได้

  • ย่อไม่ได้ ถ้า (บวกไม่ใช่คูณ)
  • ย่อไม่ได้ถ้าฐานต่างกันและเลขชี้กำลังต่างกัน

5.3 การทำให้อยู่ในรูปอย่างง่าย

ลำดับที่ทำแล้วไม่พลาด

  1. 1กระจายเลขชี้กำลังนอกวงเล็บเข้าไปให้หมดก่อน
  2. 2รวมฐานเดียวกันด้วยการบวก/ลบเลขชี้กำลัง
  3. 3จัดให้เลขชี้กำลังเป็นบวกทั้งหมด (ย้ายข้ามเส้นเศษส่วน)
  4. 4คูณตัวเลขล้วนออกมาเป็นค่าสุดท้าย
✏️ตัวอย่าง

ทำให้อยู่ในรูปอย่างง่าย:

  1. ขั้นที่ 1กระจายกำลังบนตัวเศษ:
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3ตัดเลข : เหลือ
  4. ขั้นที่ 4หารฐานเดียวกัน:

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1กำลังลบของเศษส่วน = กลับเศษกับส่วน แล้วเปลี่ยนกำลังเป็นบวก
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

5.4 สัญกรณ์วิทยาศาสตร์ (คำนวณได้ด้วย)

คูณและหารในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1คูณตัวหน้า:
  2. ขั้นที่ 2บวกเลขชี้กำลัง:

ตอบ  

💡เคล็ดลับ

ถ้าคูณแล้วตัวหน้าเกิน เช่นได้ ต้องจัดใหม่เป็น ให้ตรงรูปแบบมาตรฐาน

📋 สรุปสูตร — สมบัติของเลขยกกำลัง

คูณฐานเดียวกัน

หารฐานเดียวกัน

ยกกำลังซ้อน

เลขชี้กำลังลบ

เศษส่วนกำลังลบ

เลขชี้กำลังศูนย์

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิดว่า (จริงๆ คือ )
  • บวกเลขชี้กำลังทั้งที่ฐานต่างกัน
  • ลืมกระจายเลขชี้กำลังให้สัมประสิทธิ์ด้วย เช่น (ที่ถูกคือ )

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3

ตอบ  

ข้อ 4

ตอบ  

ข้อ 5

ตอบ  

บทที่ 6🔢 จำนวนและพีชคณิต

พหุนาม

พหุนามคือผลบวกของเอกนามหลายตัว — หัวใจคือ “บวกลบได้เฉพาะพจน์ที่คล้ายกัน” ส่วนการคูณต้องกระจายให้ครบทุกคู่

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บอกได้ว่านิพจน์ใดเป็นเอกนาม/พหุนาม และหาดีกรีได้
  • บวกและลบพหุนามได้
  • คูณพหุนามด้วยเอกนามและพหุนามด้วยพหุนามได้
  • หารพหุนามด้วยเอกนามได้

เอกนามmonomial

นิพจน์ที่เป็นผลคูณของค่าคงตัวกับตัวแปรที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวกหรือศูนย์

พหุนามpolynomial

ผลบวกของเอกนามตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไป

ดีกรีdegree

ผลบวกของเลขชี้กำลังของตัวแปรทั้งหมดในพจน์นั้น (ของพหุนาม = ดีกรีสูงสุด)

พจน์ที่คล้ายกันlike terms

พจน์ที่มีตัวแปรและเลขชี้กำลังเหมือนกันทุกประการ

6.1 เอกนามและดีกรี

นิพจน์เป็นเอกนามไหมเหตุผล
ใช่ค่าคงตัวคูณตัวแปร กำลังเป็นจำนวนเต็มบวก
ใช่ค่าคงตัว (ดีกรี )
ไม่ใช่เท่ากับ กำลังติดลบ
ไม่ใช่กำลังไม่ใช่จำนวนเต็ม
  • ดีกรีของเอกนาม = ผลบวกของเลขชี้กำลังของตัวแปรทุกตัว เช่น มีดีกรี
  • ดีกรีของพหุนาม = ดีกรีที่สูงที่สุดในบรรดาพจน์ทั้งหมด
  • มีดีกรี · เรียกว่าพหุนามดีกรีสาม

6.2 การบวกและลบพหุนาม

🔑กฎเดียวที่ต้องจำ

บวกลบได้เฉพาะ พจน์ที่คล้ายกัน เท่านั้น — ตัวแปรและเลขชี้กำลังต้องเหมือนกันเป๊ะ แล้วบวกลบเฉพาะสัมประสิทธิ์

  • กับ คล้ายกัน → รวมได้เป็น
  • กับ ไม่คล้ายกัน → รวมไม่ได้
  • กับ คล้ายกัน (การคูณสลับที่ได้)
✏️ตัวอย่าง

หาผลลบ:

  1. ขั้นที่ 1กระจายเครื่องหมายลบเข้าไปทุกพจน์ในวงเล็บหลัง
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3รวมพจน์คล้าย:
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

💡 เครื่องหมายลบหน้าวงเล็บคือจุดที่ผิดกันมากที่สุด — ต้องเปลี่ยนเครื่องหมาย ทุกพจน์ ไม่ใช่แค่พจน์แรก

6.3 การคูณพหุนาม

คูณด้วยเอกนาม — แจกแจงให้ครบ

✏️ตัวอย่าง

หาผลคูณ:

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

คูณพหุนามสองพจน์ด้วยพหุนามสองพจน์ (วิธีหน้า-นอก-ใน-หลัง)

  1. 1หน้า: คูณพจน์หน้าของทั้งสองวงเล็บ
  2. 2นอก: พจน์หน้าของวงเล็บแรก × พจน์หลังของวงเล็บสอง
  3. 3ใน: พจน์หลังของวงเล็บแรก × พจน์หน้าของวงเล็บสอง
  4. 4หลัง: คูณพจน์หลังของทั้งสองวงเล็บ
  5. 5รวมพจน์ที่คล้ายกัน
✏️ตัวอย่าง

หาผลคูณ:

  1. ขั้นที่ 1หน้า:
  2. ขั้นที่ 2นอก:
  3. ขั้นที่ 3ใน:
  4. ขั้นที่ 4หลัง:
  5. ขั้นที่ 5รวม:

ตอบ  

รูปแบบผลลัพธ์

รูปแบบที่ควรจำ (จะได้ไม่ต้องกระจายทุกครั้ง)

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1ใช้รูปแบบ โดย
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

6.4 การหารพหุนามด้วยเอกนาม

แยกหารทีละพจน์

✏️ตัวอย่าง

หาผลหาร:

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

💡 พจน์สุดท้ายหารกันลงตัวได้ ไม่ใช่ — เป็นจุดที่พลาดกันบ่อยมาก

⚠️ระวัง

แยกหารแบบนี้ได้เฉพาะเมื่อ ตัวหารเป็นเอกนาม เท่านั้น · ถ้าตัวหารเป็นพหุนามหลายพจน์ จะทำแบบนี้ไม่ได้

📋 สรุปสูตร — พหุนาม

แจกแจง

กำลังสองสมบูรณ์

ผลต่างกำลังสอง

หารด้วยเอกนาม

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เครื่องหมายลบหน้าวงเล็บ กระจายไม่ครบทุกพจน์
  • รวมพจน์ที่ไม่คล้ายกัน เช่น
  • (ลืมพจน์กลาง )
  • หารพหุนามลงตัวแล้วตอบ แทนที่จะเป็น

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3

ตอบ  

ข้อ 4

ตอบ  

ข้อ 5ดีกรีของ

ตอบ  

บทที่ 7📊 สถิติและความน่าจะเป็น

สถิติ (2)

ต่อยอดจาก ม.1 — เพิ่มเครื่องมือนำเสนอที่ “เห็นการกระจายของข้อมูล” ได้ คือแผนภาพจุด แผนภาพต้น-ใบ และฮิสโทแกรม พร้อมการเลือกค่ากลางให้เหมาะ

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • อ่านและเขียนแผนภาพจุด แผนภาพต้น-ใบ และฮิสโทแกรมได้
  • หาค่าเฉลี่ย มัธยฐาน ฐานนิยม จากแผนภาพเหล่านี้ได้
  • เลือกวิธีนำเสนอและค่ากลางให้เหมาะกับลักษณะข้อมูล

แผนภาพจุดdot plot

วางจุดหนึ่งจุดต่อข้อมูลหนึ่งค่าเหนือเส้นจำนวน

แผนภาพต้น-ใบstem-and-leaf plot

แยกตัวเลขเป็นส่วนต้น (หลักหน้า) และส่วนใบ (หลักท้าย)

ฮิสโทแกรมhistogram

แผนภูมิแท่งที่ติดกัน ใช้กับข้อมูลที่จัดเป็นช่วง

พิสัยrange

ค่าสูงสุดลบค่าต่ำสุด — บอกว่าข้อมูลกระจายกว้างแค่ไหน

7.1 แผนภาพจุด

  • เหมาะกับข้อมูลจำนวนไม่มาก (ราว ค่า) และค่าที่เป็นไปได้ไม่เยอะ
  • จุดยิ่งกองสูงตรงไหน แปลว่าค่านั้นพบบ่อย → ฐานนิยมดูออกทันที
  • เห็น ค่าผิดปกติ (ค่าที่โดดออกไปไกลจากกลุ่ม) ได้ง่ายมาก
✏️ตัวอย่าง

จำนวนพี่น้องของนักเรียน คน: จงบอกฐานนิยมและพิสัย

  1. ขั้นที่ 1นับความถี่: · · · ·
  2. ขั้นที่ 2ค่าที่กองสูงสุดคือ (มี จุด)
  3. ขั้นที่ 3พิสัย

ตอบ  ฐานนิยม · พิสัย

7.2 แผนภาพต้น-ใบ

  • แยกตัวเลขเป็น ส่วนต้น (หลักสิบขึ้นไป) และ ส่วนใบ (หลักหน่วย)
  • ข้อดีเหนือฮิสโทแกรม: ยังเห็นข้อมูลดิบทุกตัว จึงหามัธยฐานได้ตรงๆ
  • ต้องเรียงใบจากน้อยไปมากในแต่ละแถว และมีคำอธิบายกำกับว่าอ่านอย่างไร
✏️ตัวอย่าง

คะแนนสอบ: จงเขียนแผนภาพต้น-ใบ แล้วหามัธยฐาน

  1. ขั้นที่ 1ส่วนต้น | ใบ
  2. ขั้นที่ 2ส่วนต้น | ใบ
  3. ขั้นที่ 3ส่วนต้น | ใบ
  4. ขั้นที่ 4ส่วนต้น | ใบ
  5. ขั้นที่ 5มีข้อมูล ตัว (คู่) → มัธยฐานคือค่าเฉลี่ยของตัวที่ และ คือ กับ
  6. ขั้นที่ 6

ตอบ  มัธยฐาน

💡 ข้อมูลในแผนภาพต้น-ใบ เรียงมาให้แล้ว จึงหามัธยฐานได้เลยโดยไม่ต้องเรียงใหม่ — นี่คือข้อดีใหญ่ที่สุดของมัน

7.3 ฮิสโทแกรม

ฮิสโทแกรมแผนภูมิแท่ง
ข้อมูลตัวเลขที่จัดเป็นช่วงกลุ่ม/หมวดหมู่
แท่งติดกัน ไม่มีช่องว่างแยกจากกัน
สลับลำดับแท่งได้ไหมไม่ได้ (เรียงตามค่า)ได้
ตัวอย่างความสูง ซม.กีฬาที่ชอบ

ฮิสโทแกรม ต่างจาก แผนภูมิแท่ง อย่างไร

  • แต่ละช่วงควรกว้างเท่ากัน เพื่อให้เปรียบเทียบความสูงของแท่งได้อย่างเป็นธรรม
  • ข้อเสีย: เสียข้อมูลดิบ เพราะรู้แค่ว่ามีกี่ตัวในช่วงนั้น ไม่รู้ว่าค่าจริงคืออะไร
  • จึงหามัธยฐาน/ค่าเฉลี่ยได้แค่ ค่าประมาณ (ใช้จุดกึ่งกลางช่วงแทน)
✏️ตัวอย่าง

ข้อมูลน้ำหนัก (กก.) จัดกลุ่มได้: มี คน · มี คน · มี คน · มี คน จงประมาณค่าเฉลี่ย

  1. ขั้นที่ 1หาจุดกึ่งกลางแต่ละช่วง:
  2. ขั้นที่ 2คูณด้วยความถี่แล้วบวก:
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4จำนวนข้อมูลรวม
  5. ขั้นที่ 5

ตอบ  ประมาณ กิโลกรัม

7.4 เลือกเครื่องมือให้ถูกงาน

ต้องการใช้
เห็นค่าที่พบบ่อยและค่าผิดปกติ ข้อมูลน้อยแผนภาพจุด
เห็นการกระจาย แต่ยังอยากได้ข้อมูลดิบแผนภาพต้น-ใบ
ข้อมูลเยอะมาก ดูภาพรวมการกระจายฮิสโทแกรม
เปรียบเทียบระหว่างกลุ่มแผนภูมิแท่ง
สัดส่วนของส่วนย่อยต่อทั้งหมดแผนภูมิวงกลม
การเปลี่ยนแปลงตามเวลากราฟเส้น

🔑ทบทวนการเลือกค่ากลาง (ใช้บ่อยในข้อสอบ)

  • ข้อมูลสมมาตร ไม่มีค่าสุดโต่ง → ค่าเฉลี่ย
  • มีค่าสุดโต่ง เช่น รายได้ ราคาบ้าน → มัธยฐาน
  • ข้อมูลเชิงคุณภาพ เช่น สี ไซซ์ → ฐานนิยม

📋 สรุปสูตร — สถิติ (2)

ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

ค่าเฉลี่ยจากข้อมูลจัดกลุ่ม

พิสัย

จุดกึ่งกลางชั้น

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • วาดฮิสโทแกรมโดยเว้นช่องว่างระหว่างแท่ง (ต้องติดกัน)
  • หามัธยฐานจากแผนภาพต้น-ใบ โดยลืมว่าข้อมูลเรียงมาแล้ว จึงไปเรียงใหม่ให้เสียเวลา
  • ใช้จุดกึ่งกลางชั้นผิด (เช่น ใช้ขอบล่างแทน)
  • สรุปว่าฮิสโทแกรมบอกค่าข้อมูลดิบได้ (บอกไม่ได้)

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1ข้อมูล ค่าเฉลี่ยเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 2ข้อมูลชุดเดียวกัน มัธยฐานเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 3พิสัยของ

ตอบ  

ข้อ 4ฮิสโทแกรมกับแผนภูมิแท่งต่างกันอย่างไร

ตอบ  ฮิสโทแกรมใช้กับข้อมูลเป็นช่วงและแท่งติดกัน

บทที่ 8📐 การวัดและเรขาคณิต

ความเท่ากันทุกประการ

สองรูปเท่ากันทุกประการเมื่อทับกันสนิท — สำหรับสามเหลี่ยม เราไม่ต้องเช็คครบทั้ง 6 อย่าง แค่ตรวจ 3 อย่างที่ถูกชุด (ส.ด.ส. · ด.ม.ด. · ม.ด.ม. · ม.ม.ด. · ฉ.ด.ด.) ก็สรุปได้

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บอกความหมายของความเท่ากันทุกประการและเขียนสัญลักษณ์ได้ถูกต้อง
  • ระบุเงื่อนไขที่ใช้สรุปความเท่ากันทุกประการของสามเหลี่ยมได้
  • ใช้ความเท่ากันทุกประการพิสูจน์ว่าด้านหรือมุมที่ต้องการเท่ากัน

เท่ากันทุกประการcongruent

มีรูปร่างและขนาดเท่ากันทุกอย่าง เขียนแทนด้วย

ด้านคู่ที่สมนัยกันcorresponding sides

ด้านที่อยู่ตำแหน่งตรงกันของสองรูป

8.1 ความหมายและการเขียน

  • รูปสองรูป เท่ากันทุกประการ ถ้าเคลื่อนย้าย (เลื่อน/สะท้อน/หมุน) แล้วทับกันสนิทพอดี
  • เขียนแทนด้วย
  • ⚠️ ลำดับตัวอักษรสำคัญมาก สมนัยกับ , กับ , กับ
  • เมื่อเท่ากันทุกประการ จะได้ทันทีว่า ด้านคู่สมนัยยาวเท่ากัน และมุมคู่สมนัยเท่ากัน (รวม อย่าง)

🔑ประโยชน์จริงของบทนี้

เราพิสูจน์ว่าสามเหลี่ยมสองรูปเท่ากันทุกประการก่อน แล้วจึง สรุปได้ฟรี ว่าด้าน/มุมที่เราต้องการนั้นเท่ากัน — เป็นเครื่องมือหลักของการพิสูจน์เรขาคณิตทั้งหมด

8.2 เงื่อนไขที่ใช้สรุปได้

ชื่อย่อเงื่อนไขอ่านว่า
ด.ด.ด. (SSS)ด้านสามคู่ยาวเท่ากันด้าน-ด้าน-ด้าน
ด.ม.ด. (SAS)สองด้านและมุมระหว่างสองด้านนั้นด้าน-มุม-ด้าน
ม.ด.ม. (ASA)สองมุมและด้านระหว่างสองมุมนั้นมุม-ด้าน-มุม
ม.ม.ด. (AAS)สองมุมและด้านที่ไม่ได้อยู่ระหว่างมุม-มุม-ด้าน
ฉ.ด.ด. (HL)มุมฉาก + ด้านตรงข้ามมุมฉาก + อีกด้านหนึ่งใช้กับสามเหลี่ยมมุมฉากเท่านั้น

ตรวจแค่ 3 อย่างที่ถูกชุด ก็พอ

⚠️สองชุดที่ใช้ไม่ได้ (ห้ามหลงกล)

  • ม.ม.ม. (AAA) — มุมเท่ากันหมดบอกได้แค่ว่า *คล้ายกัน* ไม่ได้บอกว่าขนาดเท่ากัน (รูปเล็กกับรูปใหญ่ก็มุมเท่ากันได้)
  • ด.ด.ม. (SSA) — สองด้านและมุมที่ไม่ได้อยู่ระหว่าง อาจสร้างสามเหลี่ยมได้สองแบบต่างกัน จึงสรุปไม่ได้

8.3 รูปแบบการเขียนพิสูจน์

ขั้นตอนมาตรฐาน

  1. 1เขียนสิ่งที่ กำหนดให้ ทั้งหมด
  2. 2หาข้อมูลเพิ่มจากรูป เช่น ด้านร่วม มุมตรงข้าม มุมแย้ง
  3. 3จับให้ครบ อย่างตามเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง แล้วระบุชื่อเงื่อนไข
  4. 4สรุปว่าสามเหลี่ยมทั้งสองเท่ากันทุกประการ
  5. 5จากนั้นจึงสรุปด้าน/มุมที่โจทย์ถาม (เพราะเป็นคู่สมนัยกัน)

💡ของแถมที่มักลืม

  • ด้านร่วม — ถ้าสองสามเหลี่ยมใช้ด้านเดียวกัน ด้านนั้นยาวเท่ากันแน่นอน (ฟรี 1 ข้อ)
  • มุมตรงข้าม ที่จุดตัดของเส้นตรงสองเส้น เท่ากันเสมอ (ฟรีอีก 1 ข้อ)
  • มุมแย้ง เมื่อมีเส้นขนาน เท่ากันเสมอ
✏️ตัวอย่าง

กำหนดให้ และ จงพิสูจน์ว่า และสรุปว่า

  1. ขั้นที่ 1 (กำหนดให้)
  2. ขั้นที่ 2 (กำหนดให้)
  3. ขั้นที่ 3 (เป็นด้านร่วมของทั้งสองสามเหลี่ยม)
  4. ขั้นที่ 4ครบสามด้าน → (ด.ด.ด.)
  5. ขั้นที่ 5เมื่อเท่ากันทุกประการ มุมคู่สมนัยย่อมเท่ากัน

ตอบ  

8.4 ผลที่ตามมา — สามเหลี่ยมหน้าจั่ว

  • สามเหลี่ยมหน้าจั่ว คือสามเหลี่ยมที่มีด้านยาวเท่ากันสองด้าน
  • มุมที่ฐานเท่ากัน — พิสูจน์ได้ด้วยการลากเส้นแบ่งครึ่งมุมยอดแล้วใช้ ด.ม.ด.
  • บทกลับก็จริง: ถ้ามุมที่ฐานเท่ากัน ด้านประกอบมุมยอดก็ยาวเท่ากัน
  • สามเหลี่ยมด้านเท่า มีมุมภายในเท่ากันหมด มุมละ
✏️ตัวอย่าง

สามเหลี่ยมหน้าจั่วมีมุมยอด มุมที่ฐานแต่ละมุมกางกี่องศา

  1. ขั้นที่ 1มุมภายในรวม
  2. ขั้นที่ 2มุมที่ฐานสองมุมรวมกัน
  3. ขั้นที่ 3มุมที่ฐานเท่ากัน →

ตอบ  มุมละ

📋 สรุปสูตร — ความเท่ากันทุกประการ

สัญลักษณ์

เงื่อนไขที่ใช้ได้

เงื่อนไขที่ใช้ได้ (ต่อ)

ใช้ไม่ได้

มุมภายในสามเหลี่ยม

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เขียนลำดับตัวอักษรไม่ตรงคู่สมนัย ทำให้สรุปด้าน/มุมผิดคู่
  • ใช้ ม.ม.ม. สรุปว่าเท่ากันทุกประการ (ได้แค่คล้ายกัน)
  • ใช้ ด.ด.ม. โดยไม่รู้ว่าอาจได้สามเหลี่ยมสองแบบ
  • ลืมใช้ด้านร่วม/มุมตรงข้าม ทั้งที่เป็นข้อมูลที่ได้มาฟรี

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1ต้องใช้เงื่อนไขใดเมื่อรู้สองด้านและมุมระหว่างสองด้านนั้น

ตอบ  ด.ม.ด. (SAS)

ข้อ 2รู้สามมุมเท่ากันหมด สรุปว่าเท่ากันทุกประการได้ไหม

ตอบ  ไม่ได้ — สรุปได้แค่ว่าคล้ายกัน

ข้อ 3สามเหลี่ยมหน้าจั่วมุมที่ฐาน มุมยอดกี่องศา

ตอบ  

ข้อ 4 แล้ว เท่ากับด้านใด

ตอบ  

บทที่ 9📐 การวัดและเรขาคณิต

เส้นขนาน

เมื่อเส้นตรงเส้นหนึ่งตัดเส้นขนานคู่หนึ่ง จะเกิดมุมที่เท่ากันและมุมที่รวมกันได้ ตามตำแหน่ง — จำแค่ 3 คู่ ก็แก้ได้ทุกข้อ

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • ระบุชื่อมุมที่เกิดจากเส้นตัดเส้นขนานได้
  • ใช้สมบัติของเส้นขนานหาขนาดของมุมที่ต้องการได้
  • ใช้บทกลับตรวจสอบว่าเส้นสองเส้นขนานกันหรือไม่
  • พิสูจน์ว่าผลรวมมุมภายในสามเหลี่ยมเป็น ได้

เส้นตัดtransversal

เส้นตรงที่ตัดเส้นตรงอื่นตั้งแต่สองเส้นขึ้นไป

มุมแย้งalternate angles

มุมที่อยู่คนละฝั่งของเส้นตัด และอยู่ระหว่างเส้นขนานทั้งสอง

มุมภายในบนข้างเดียวกันco-interior angles

มุมที่อยู่ฝั่งเดียวกันของเส้นตัดและอยู่ระหว่างเส้นขนาน

9.1 มุมที่เกิดขึ้นและชื่อของมัน

ชื่อมุมตำแหน่งความสัมพันธ์
มุมแย้งคนละฝั่งเส้นตัด · อยู่ด้านในเท่ากัน
มุมที่สมนัยกันฝั่งเดียวกัน · ตำแหน่งตรงกันเท่ากัน
มุมภายในบนข้างเดียวกันฝั่งเดียวกัน · อยู่ด้านในรวมกันได้
มุมตรงข้ามตรงข้ามกันที่จุดตัดเท่ากันเสมอ (ไม่ต้องขนานก็จริง)

เมื่อเส้นตัดตัดเส้นขนานสองเส้น

💡เทคนิคจำที่เร็วที่สุด

เมื่อเส้นตัดตัดเส้นขนาน จะเกิดมุมแค่ สองขนาด เท่านั้น สลับกันไปมา — มุมที่ “หน้าตาเหมือนกัน” เท่ากัน ส่วนมุมที่ “หน้าตาต่างกัน” รวมกันได้ ไม่ต้องจำชื่อก็ทำข้อสอบได้

9.2 สมบัติของเส้นขนาน

เมื่อ และมีเส้นตัด

✏️ตัวอย่าง

เส้นขนานสองเส้นถูกตัดด้วยเส้นตัด ถ้ามุมหนึ่งกาง มุมแย้งกับมันกางเท่าใด และมุมภายในข้างเดียวกันกางเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1มุมแย้งเท่ากัน →
  2. ขั้นที่ 2มุมภายในข้างเดียวกันรวมกันได้

ตอบ  มุมแย้ง · มุมภายในข้างเดียวกัน

✏️ตัวอย่าง

เส้นขนานถูกตัดด้วยเส้นตัด เกิดมุมภายในข้างเดียวกันขนาด และ จงหา

  1. ขั้นที่ 1มุมภายในข้างเดียวกันรวมกันได้
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4
  5. ขั้นที่ 5ตรวจ: มุมทั้งสองเป็น และ รวมได้

ตอบ  

9.3 บทกลับ — ใช้พิสูจน์ว่าขนาน

  • ถ้า มุมแย้งเท่ากัน แล้วเส้นสองเส้นนั้นขนานกัน
  • ถ้า มุมสมนัยเท่ากัน แล้วเส้นสองเส้นนั้นขนานกัน
  • ถ้า มุมภายในข้างเดียวกันรวมกันได้ แล้วเส้นสองเส้นนั้นขนานกัน

🔑สาระสำคัญ

สังเกตว่าเป็นประโยคเดิม สลับหัวท้าย — ตอนโจทย์บอกว่าขนานให้หามุม ใช้สมบัติ · ตอนโจทย์ให้มุมแล้วถามว่าขนานไหม ใช้บทกลับ

9.4 ผลรวมมุมภายในสามเหลี่ยม

มุมภายในของสามเหลี่ยม

พิสูจน์ด้วยเส้นขนาน (คลาสสิกและสวยมาก)

  1. 1ลากเส้นผ่านจุดยอด ให้ขนานกับด้าน
  2. 2มุมที่จุด ฝั่งซ้าย = (มุมแย้ง)
  3. 3มุมที่จุด ฝั่งขวา = (มุมแย้ง)
  4. 4มุมทั้งสามที่จุด เรียงกันเป็นเส้นตรง จึงรวมได้
  5. 5ดังนั้น

มุมภายนอกของสามเหลี่ยม

✏️ตัวอย่าง

สามเหลี่ยมมีมุมภายใน และ มุมภายนอกที่จุดยอดที่เหลือกางเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1มุมภายในที่เหลือ
  2. ขั้นที่ 2มุมภายนอก
  3. ขั้นที่ 3ตรวจด้วยสูตรมุมภายนอก:

ตอบ  

9.5 ขยายไปรูปหลายเหลี่ยม

ผลรวมมุมภายในของรูป เหลี่ยม

เพราะแบ่งรูป เหลี่ยมเป็นสามเหลี่ยมได้ รูป

รูปผลรวมมุมภายในมุมละ (ถ้าด้านเท่ามุมเท่า)
สามเหลี่ยม3
สี่เหลี่ยม4
ห้าเหลี่ยม5
หกเหลี่ยม6

📎น่ารู้

ผลรวมมุมภายนอก ของรูปหลายเหลี่ยมนูนใดๆ เท่ากับ เสมอ ไม่ว่าจะกี่เหลี่ยม — เพราะเดินรอบรูปหนึ่งรอบก็หันครบวงพอดี

📋 สรุปสูตร — เส้นขนาน

มุมแย้ง / มุมสมนัย

มุมภายในข้างเดียวกัน

มุมภายในสามเหลี่ยม

มุมภายนอกสามเหลี่ยม

มุมภายในรูป n เหลี่ยม

มุมภายนอกรูปหลายเหลี่ยม

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้สมบัติเส้นขนานทั้งที่โจทย์ไม่ได้บอกว่าขนาน
  • สับสนมุมแย้ง (เท่ากัน) กับมุมภายในข้างเดียวกัน (รวม )
  • ลืมว่ามุมตรงข้ามเท่ากันเสมอ แม้ไม่มีเส้นขนาน
  • ใช้ กับรูปเว้า (สูตรนี้ใช้กับรูปนูน)

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1เส้นขนานถูกตัด มุมหนึ่ง มุมสมนัยกางเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 2มุมภายในข้างเดียวกันกับมุม กางเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 3ผลรวมมุมภายในของรูปแปดเหลี่ยม

ตอบ  

ข้อ 4สามเหลี่ยมมีมุม และ มุมที่เหลือกางเท่าใด

ตอบ  

บทที่ 10📐 การวัดและเรขาคณิต

การให้เหตุผลทางเรขาคณิต

คณิตศาสตร์ไม่ยอมรับ “ดูแล้วน่าจะจริง” — ทุกข้อสรุปต้องมีเหตุผลรองรับเป็นขั้นๆ จากสิ่งที่ตกลงกันไว้แล้ว บทนี้คือการฝึกเขียนเหตุผลนั้นให้เป็นระบบ

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • แยกได้ว่าอะไรคือบทนิยาม สัจพจน์ และทฤษฎีบท
  • เขียนการพิสูจน์แบบสองคอลัมน์ (ข้อความ–เหตุผล) ได้
  • ใช้ตัวอย่างค้านแสดงว่าข้อความหนึ่งเป็นเท็จได้

บทนิยามdefinition

การตกลงความหมายของคำหรือสัญลักษณ์

สัจพจน์axiom / postulate

ข้อความที่ยอมรับว่าจริงโดยไม่ต้องพิสูจน์

ทฤษฎีบทtheorem

ข้อความที่พิสูจน์แล้วว่าจริง

ตัวอย่างค้านcounterexample

กรณีเดียวที่ทำให้ข้อความทั่วไปเป็นเท็จ

10.1 ส่วนประกอบของระบบเรขาคณิต

ประเภทต้องพิสูจน์ไหมตัวอย่าง
บทนิยามไม่ (เป็นการตกลงความหมาย)“สามเหลี่ยมหน้าจั่วคือสามเหลี่ยมที่มีด้านเท่ากันสองด้าน”
สัจพจน์ไม่ (ยอมรับว่าจริง)“ลากเส้นตรงผ่านจุดสองจุดได้เพียงเส้นเดียว”
ทฤษฎีบทต้องพิสูจน์“มุมภายในสามเหลี่ยมรวมกันได้

📎น่ารู้

ทุกอย่างในเรขาคณิตสร้างต่อกันเป็นชั้นๆ — เริ่มจากนิยามและสัจพจน์ที่ตกลงกันไว้ แล้วพิสูจน์ทฤษฎีบทขึ้นมาทีละอัน โดยทฤษฎีบทใหม่ใช้ทฤษฎีบทเก่าที่พิสูจน์แล้วได้

10.2 การพิสูจน์แบบสองคอลัมน์

  1. 1คอลัมน์ซ้าย = ข้อความ ที่เราอ้าง
  2. 2คอลัมน์ขวา = เหตุผล ว่ารู้ได้อย่างไร (กำหนดให้ / บทนิยาม / สัจพจน์ / ทฤษฎีบทชื่ออะไร)
  3. 3ทุกบรรทัดต้องมีเหตุผล ห้ามมีบรรทัดที่เขียนว่า “เห็นได้ชัด”
ข้อความเหตุผล
เป็นจุดกึ่งกลาง (กำหนดให้)
(กำหนดให้)
เป็นด้านร่วม
ด.ม.ด.
ด้านคู่สมนัยของสามเหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการ

ตัวอย่าง: กำหนดให้ เป็นจุดกึ่งกลางของ และ จงพิสูจน์ว่า

💡เคล็ดลับ

เขียนจากสิ่งที่ กำหนดให้ ก่อนเสมอ แล้วค่อยๆ เดินไปหาสิ่งที่ต้องการพิสูจน์ — ถ้าตัน ให้ลองเดินย้อนจากคำตอบว่า “ถ้าจะได้ข้อนี้ ต้องรู้อะไรก่อน”

10.3 ตัวอย่างค้าน

🔑สาระสำคัญ

จะแสดงว่าข้อความทั่วไป เป็นจริง ต้องพิสูจน์ทุกกรณี · แต่จะแสดงว่า เป็นเท็จ ใช้ตัวอย่างค้านแค่ หนึ่งตัวอย่าง ก็พอ

ข้อความจริง/เท็จตัวอย่างค้าน
รูปสี่เหลี่ยมที่มีด้านเท่ากันทุกด้านเป็นรูปจัตุรัสเท็จรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
ถ้ามุมสองมุมเท่ากัน สามเหลี่ยมเท่ากันทุกประการเท็จสามเหลี่ยมคล้ายที่ขนาดต่างกัน
จำนวนเฉพาะทุกตัวเป็นจำนวนคี่เท็จ
✏️ตัวอย่าง

ข้อความ “ถ้า แล้ว ” เป็นจริงหรือไม่

  1. ขั้นที่ 1ลองหาค่า อื่นที่ทำให้
  2. ขั้นที่ 2 ก็ได้
  3. ขั้นที่ 3แต่

ตอบ  เป็นเท็จ · ตัวอย่างค้านคือ

10.4 กับดักการให้เหตุผล

  • เชื่อรูปวาด — รูปอาจวาดไม่ตรงมาตราส่วน สิ่งที่ “ดูเหมือนตั้งฉาก” อาจไม่ตั้งฉาก ต้องมีข้อมูลกำกับเท่านั้น
  • สลับเงื่อนไขกับข้อสรุป — “ถ้า A แล้ว B” ไม่ได้แปลว่า “ถ้า B แล้ว A”
  • อ้างสิ่งที่กำลังจะพิสูจน์ — เอาผลลัพธ์มาใช้เป็นเหตุผลเสียเอง (วนเป็นวงกลม)
  • ยกตัวอย่างที่จริงมาหลายอัน แล้วสรุปว่าจริงเสมอ — ตัวอย่างที่จริงกี่อันก็ไม่ใช่การพิสูจน์

⚠️ข้อความกลับกันไม่จำเป็นต้องจริง

“ถ้าเป็นรูปจัตุรัส แล้วมีด้านเท่ากันทุกด้าน” — จริง · แต่ “ถ้ามีด้านเท่ากันทุกด้าน แล้วเป็นรูปจัตุรัส” — เท็จ (ขนมเปียกปูนก็ด้านเท่า)

📋 สรุปสูตร — การให้เหตุผลทางเรขาคณิต

โครงการพิสูจน์

แสดงว่าเป็นเท็จ

ข้อความกลับกัน

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ข้อมูลที่ “ดูจากรูป” โดยโจทย์ไม่ได้กำหนดให้
  • เขียนบรรทัดโดยไม่ใส่เหตุผลกำกับ
  • คิดว่าตัวอย่างที่เป็นจริงหลายตัวอย่าง = พิสูจน์แล้ว
  • สลับเงื่อนไขกับข้อสรุปแล้วคิดว่ายังจริงอยู่

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1“จำนวนเต็มทุกตัวที่หารด้วย ลงตัว หารด้วย ลงตัว” จริงหรือเท็จ

ตอบ  จริง

ข้อ 2ข้อความกลับกันของข้อบน จริงหรือเท็จ

ตอบ  เท็จ — ตัวอย่างค้านคือ

ข้อ 3จะแสดงว่าข้อความทั่วไปเป็นเท็จ ต้องใช้อะไร

ตอบ  ตัวอย่างค้านเพียงหนึ่งตัวอย่าง

ข้อ 4“มุมภายในสามเหลี่ยมรวมกันได้ ” จัดเป็นอะไร

ตอบ  ทฤษฎีบท (พิสูจน์ได้)

บทที่ 11🔢 จำนวนและพีชคณิต

การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง

แยกตัวประกอบ = เขียนพหุนามกลับเป็นผลคูณ (ตรงข้ามกับการกระจาย) — เป็นทักษะที่ใช้ต่อในการแก้สมการกำลังสองและทุกบทของ ม.3 ขึ้นไป

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • แยกตัวประกอบร่วมออกจากพหุนามได้
  • แยกตัวประกอบพหุนามในรูป และ ได้
  • ใช้รูปแบบผลต่างกำลังสองและกำลังสองสมบูรณ์ได้
  • เลือกวิธีแยกตัวประกอบที่เหมาะกับโจทย์แต่ละแบบ

แยกตัวประกอบfactorization

เขียนนิพจน์ให้อยู่ในรูปผลคูณของนิพจน์ที่ง่ายกว่า

ตัวประกอบร่วมcommon factor

สิ่งที่ทุกพจน์มีร่วมกันและดึงออกมานอกวงเล็บได้

11.1 ดึงตัวประกอบร่วม (ทำก่อนเสมอ)

ดึงออกนอกวงเล็บ

  1. 1หา ห.ร.ม. ของสัมประสิทธิ์ทุกพจน์
  2. 2หาตัวแปรที่ทุกพจน์มี โดยเอา เลขชี้กำลังน้อยที่สุด
  3. 3ดึงออกมานอกวงเล็บ แล้วเขียนสิ่งที่เหลือไว้ในวงเล็บ
  4. 4ตรวจโดยกระจายกลับ ต้องได้ของเดิม
✏️ตัวอย่าง

แยกตัวประกอบ:

  1. ขั้นที่ 1ห.ร.ม. ของ คือ
  2. ขั้นที่ 2ตัวแปรร่วม: ทุกพจน์มี อย่างน้อย ตัว → ดึง
  3. ขั้นที่ 3ดึง ออก:

ตอบ  

💡 ดึงตัวประกอบร่วมก่อนเสมอ ทำให้ตัวเลขในวงเล็บเล็กลง ขั้นต่อไปง่ายขึ้นมาก

11.2 แยก $x^{2}+bx+c$

🔑หัวใจ: หาสองจำนวนที่ คูณได้ และ บวกได้

ถ้าหาได้เป็น กับ แล้ว

เครื่องหมายในวงเล็บ
บวกบวกบวกทั้งคู่
บวกลบลบทั้งคู่
ลบตัวหนึ่งบวก ตัวหนึ่งลบ

ดูเครื่องหมายเป็นตัวช่วยตัดตัวเลือก

✏️ตัวอย่าง

แยกตัวประกอบ:

  1. ขั้นที่ 1หาสองจำนวนที่คูณได้ และบวกได้
  2. ขั้นที่ 2คู่ที่คูณได้ :
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

แยกตัวประกอบ:

  1. ขั้นที่ 1 เป็นลบ → เครื่องหมายในวงเล็บต่างกัน
  2. ขั้นที่ 2คูณได้ และบวกได้
  3. ขั้นที่ 3 และ

ตอบ  

11.3 แยก $ax^{2}+bx+c$ (เมื่อ $a \neq 1$)

วิธีแยกกลางพจน์

  1. 1คำนวณ
  2. 2หาสองจำนวนที่ คูณได้ และ บวกได้
  3. 3แยกพจน์กลางออกเป็นสองพจน์ตามจำนวนที่หาได้
  4. 4จับคู่แล้วดึงตัวประกอบร่วมของแต่ละคู่
  5. 5ดึงวงเล็บที่เหมือนกันออกมา
✏️ตัวอย่าง

แยกตัวประกอบ:

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2หาสองจำนวนที่คูณได้ บวกได้ กับ
  3. ขั้นที่ 3แยกพจน์กลาง:
  4. ขั้นที่ 4จับคู่:
  5. ขั้นที่ 5ดึงร่วม:
  6. ขั้นที่ 6ดึง ออก:

ตอบ  

💡เคล็ดลับ

ถ้าจับคู่แล้ววงเล็บทั้งสองไม่เหมือนกัน แปลว่าแยกพจน์กลางผิดคู่ — ลองสลับลำดับสองจำนวนดู มักจะใช้ได้ทันที

11.4 รูปแบบพิเศษ (มองออกแล้วทำได้ใน 5 วินาที)

ผลต่างกำลังสอง

กำลังสองสมบูรณ์

✏️ตัวอย่าง

แยกตัวประกอบ:

  1. ขั้นที่ 1 และ → เป็นผลต่างกำลังสอง
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

แยกตัวประกอบ:

  1. ขั้นที่ 1เช็คว่าเป็นกำลังสองสมบูรณ์ไหม: และ ตรงกับพจน์กลาง ✓
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

⚠️ผลบวกกำลังสองแยกไม่ได้

แยกตัวประกอบไม่ได้ ในระบบจำนวนจริง — เช่น ทำอะไรต่อไม่ได้ อย่าเผลอเขียนเป็น ซึ่งเป็นของ

11.5 เลือกวิธีให้ถูก + การนำไปใช้

ลำดับที่ควรลอง

  1. 1ดึง ตัวประกอบร่วม ออกก่อนเสมอ
  2. 2นับจำนวนพจน์ — สองพจน์ ลองผลต่างกำลังสอง · สามพจน์ ลองกำลังสองสมบูรณ์ก่อน แล้วค่อยหาคู่คูณ-บวก
  3. 3ถ้า ใช้วิธีแยกกลางพจน์
  4. 4ตรวจคำตอบด้วยการกระจายกลับเสมอ
✏️ตัวอย่าง

แยกตัวประกอบให้สมบูรณ์:

  1. ขั้นที่ 1ดึงตัวประกอบร่วม :
  2. ขั้นที่ 2ในวงเล็บเป็นผลต่างกำลังสอง:
  3. ขั้นที่ 3รวม:

ตอบ  

💡 ถ้าดึง ไม่ออกก่อน จะมองไม่เห็นผลต่างกำลังสองเลย — นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องดึงร่วมก่อน

✏️ตัวอย่าง

ใช้การแยกตัวประกอบแก้สมการ

  1. ขั้นที่ 1แยกตัวประกอบ: หาสองจำนวนคูณได้ บวกได้ กับ
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3ผลคูณเป็นศูนย์ → ตัวใดตัวหนึ่งต้องเป็นศูนย์
  4. ขั้นที่ 4 หรือ

ตอบ   หรือ

💡 นี่คือเหตุผลว่าทำไมบทนี้สำคัญ — เป็นเครื่องมือหลักในการแก้สมการกำลังสองที่จะเจอเต็มๆ ใน ม.3

📋 สรุปสูตร — การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง

ตัวประกอบร่วม

สามพจน์ $a=1$

ผลต่างกำลังสอง

กำลังสองสมบูรณ์

ผลบวกกำลังสอง

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ลืมดึงตัวประกอบร่วมก่อน ทำให้แยกต่อไม่ออก
  • แยก เป็น
  • หาคู่ที่คูณได้ แต่ลืมเช็คว่าบวกได้ ด้วย
  • แยกแล้วไม่ตรวจด้วยการกระจายกลับ
  • แยกไม่สุด เช่น ตอบ แทนที่จะเป็น

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1แยกตัวประกอบ

ตอบ  

ข้อ 2แยกตัวประกอบ

ตอบ  

ข้อ 3แยกตัวประกอบ

ตอบ  

ข้อ 4แยกตัวประกอบให้สมบูรณ์

ตอบ  

ข้อ 5แก้สมการ

ตอบ   หรือ

อ่านจบแล้ว — ถึงเวลาลงสนามจริง

อ่านเข้าใจกับทำโจทย์ได้ เป็นคนละเรื่องกัน
ที่สนามสอบ โจทย์ถูกสร้างใหม่ทุกครั้ง ไม่ซ้ำ ฝึกกี่รอบก็ไม่มีทางท่องคำตอบได้

© สนามสอบ · sanamsob.com — เอกสารนี้เรียบเรียงขึ้นใหม่ทั้งหมด อ้างอิงเพียงโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางซึ่งเป็นข้อมูลสาธารณะ
อนุญาตให้พิมพ์เพื่อใช้ศึกษาส่วนบุคคล · ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำเพื่อจำหน่ายหรือแอบอ้างเป็นผลงานของผู้อื่น