สนามสอบ
← สารบัญรายบท

สนามสอบ

สรุปคณิตศาสตร์ ม.6

มัธยมศึกษาปีที่ 6 · ฉบับเต็มทั้งเล่ม

6

บท

25

หัวข้อย่อย

28

ตัวอย่าง

138

นาที

เรียบเรียงขึ้นใหม่ทั้งเล่ม อ้างอิงโครงสร้างหลักสูตรแกนกลาง (ข้อมูลสาธารณะ)
ไม่คัดลอกจากหนังสือเรียน หนังสือติว หรือเว็บติวของผู้ใด · sanamsob.com

สารบัญ

  1. บทที่ 1การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ📊 สถิติและความน่าจะเป็น · 5 หัวข้อ
  2. บทที่ 2การแจกแจงความน่าจะเป็นเบื้องต้น📊 สถิติและความน่าจะเป็น · 4 หัวข้อ
  3. เพิ่มเติมลำดับและอนุกรมอนันต์🔢 จำนวนและพีชคณิต · 3 หัวข้อ
  4. เพิ่มเติมลิมิตและความต่อเนื่อง🔢 จำนวนและพีชคณิต · 4 หัวข้อ
  5. เพิ่มเติมอนุพันธ์และการประยุกต์🔢 จำนวนและพีชคณิต · 5 หัวข้อ
  6. เพิ่มเติมปริพันธ์🔢 จำนวนและพีชคณิต · 4 หัวข้อ
บทที่ 1📊 สถิติและความน่าจะเป็น

การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

สถิติฉบับสมบูรณ์ — นอกจากค่ากลางและควอร์ไทล์ที่เคยเรียน ยังเพิ่ม ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดการกระจายที่ใช้จริงมากที่สุดในงานวิจัยและธุรกิจ

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • หาค่ากลางทุกชนิดรวมทั้งค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักได้
  • หาตำแหน่งของข้อมูล (ควอร์ไทล์ เดไซล์ เปอร์เซ็นไทล์) ได้
  • คำนวณความแปรปรวนและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานได้
  • ใช้ค่ามาตรฐาน (z-score) เปรียบเทียบข้อมูลต่างชุดได้

ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานstandard deviation

ค่าเฉลี่ยของระยะที่ข้อมูลห่างจากค่าเฉลี่ย เขียนแทนด้วย หรือ

ความแปรปรวนvariance

กำลังสองของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ค่ามาตรฐานz-score

บอกว่าข้อมูลอยู่ห่างจากค่าเฉลี่ยกี่เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

1.1 ค่ากลาง (ทบทวนและขยาย)

ค่ากลางสูตร/วิธีเหมาะกับ
ค่าเฉลี่ยเลขคณิตข้อมูลไม่มีค่าสุดโต่ง
มัธยฐานค่ากลางหลังเรียงข้อมูลเบ้ มีค่าสุดโต่ง
ฐานนิยมค่าที่พบบ่อยที่สุดข้อมูลเชิงคุณภาพ

ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

✏️ตัวอย่าง

นักเรียนได้คะแนน: สอบกลางภาค (น้ำหนัก ) · สอบปลายภาค (น้ำหนัก ) · งาน (น้ำหนัก ) คะแนนรวมเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ   คะแนน

💡 อย่าเฉลี่ยธรรมดา — จะได้คำตอบผิด เพราะแต่ละส่วนมีน้ำหนักไม่เท่ากัน

1.2 ตำแหน่งของข้อมูล

  • ควอร์ไทล์ — แบ่งข้อมูลเป็น ส่วน
  • เดไซล์ ถึง — แบ่งเป็น ส่วน
  • เปอร์เซ็นไทล์ ถึง — แบ่งเป็น ส่วน
  • ความสัมพันธ์: · มัธยฐาน ·

ตำแหน่งของเปอร์เซ็นไทล์ที่ (ข้อมูลไม่จัดกลุ่ม)

🔑อ่านเปอร์เซ็นไทล์ให้เป็น

“ได้ ไม่ได้แปลว่าได้ คะแนน แต่แปลว่า มีคนได้น้อยกว่าเราประมาณ — ผลสอบมาตรฐานทุกชนิดรายงานแบบนี้

✏️ตัวอย่าง

ข้อมูล () จงหา

  1. ขั้นที่ 1ตำแหน่ง
  2. ขั้นที่ 2อยู่ระหว่างตัวที่ () กับตัวที่ ()
  3. ขั้นที่ 3เทียบส่วน:

ตอบ  

1.3 การวัดการกระจาย

เครื่องมือสูตรจุดเด่น/จุดอ่อน
พิสัยง่ายที่สุด แต่ไวต่อค่าสุดโต่งมาก
พิสัยระหว่างควอร์ไทล์ทนค่าสุดโต่ง แต่ไม่ใช้ข้อมูลทุกตัว
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานใช้ข้อมูลทุกตัว เป็นมาตรฐานสากล

ความแปรปรวนของประชากร

ความแปรปรวนของตัวอย่าง (หารด้วย )

📎ทำไมตัวอย่างหารด้วย

เพราะค่าเฉลี่ยของตัวอย่างมักอยู่ “ใกล้ข้อมูลตัวอย่างเกินจริง” ทำให้ความแปรปรวนที่คำนวณได้ต่ำกว่าความจริง — การหารด้วย ชดเชยตรงนี้ให้

วิธีคำนวณทีละขั้น

  1. 1หาค่าเฉลี่ย
  2. 2หาผลต่างจากค่าเฉลี่ยของแต่ละตัว
  3. 3ยกกำลังสองทุกตัว (เพื่อไม่ให้บวกลบหักล้างกันหมด)
  4. 4บวกรวมแล้วหารด้วย (หรือ )
  5. 5ถอดรากได้ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
✏️ตัวอย่าง

หาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2ผลต่าง:
  3. ขั้นที่ 3ยกกำลังสอง: → รวม
  4. ขั้นที่ 4
  5. ขั้นที่ 5

ตอบ  

💡 ตรวจความสมเหตุสมผล: ข้อมูลส่วนใหญ่อยู่ห่างค่าเฉลี่ยราว หน่วย ได้ จึงสมเหตุสมผล · ถ้าได้ แปลว่าคำนวณผิดแน่

1.4 ค่ามาตรฐาน (z-score)

ค่ามาตรฐาน

🔑ประโยชน์จริง — เทียบข้ามชุดข้อมูลได้

ได้เลข วิชาคณิต กับ วิชาอังกฤษ — อันไหนเก่งกว่า? เทียบตรงๆ ไม่ได้เพราะข้อสอบยากไม่เท่ากัน แต่ z-score เทียบได้ เพราะแปลงเป็นหน่วยเดียวกันหมด

✏️ตัวอย่าง

คณิต: ได้ · ค่าเฉลี่ยห้อง · | อังกฤษ: ได้ · ค่าเฉลี่ยห้อง · — วิชาไหนทำได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับเพื่อน

  1. ขั้นที่ 1คณิต:
  2. ขั้นที่ 2อังกฤษ:
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  คณิตทำได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับเพื่อนในห้อง

💡 แม้คะแนนดิบอังกฤษจะดูห่างค่าเฉลี่ยมากกว่า ( vs ) แต่วิชาอังกฤษกระจายกว้างกว่า จึงไม่โดดเด่นเท่า

  • → อยู่เหนือค่าเฉลี่ย · → ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
  • ถือว่าค่อนข้างโดดเด่น/ผิดปกติ
  • ข้อมูลชุดที่แปลงเป็น z แล้วจะมีค่าเฉลี่ย และ เสมอ

1.5 การแปลความและกับดัก

⚠️กับดักที่เจอบ่อยในข่าวและงานวิจัย

  • ความสัมพันธ์ ≠ เป็นเหตุเป็นผล — ยอดขายไอศกรีมกับคนจมน้ำโตพร้อมกัน เพราะอากาศร้อน ไม่ใช่ไอศกรีมทำให้จมน้ำ
  • ค่าเฉลี่ยซ่อนความจริง — “รายได้เฉลี่ย” ที่มีมหาเศรษฐีอยู่หนึ่งคน ไม่สะท้อนคนส่วนใหญ่
  • กลุ่มตัวอย่างเอนเอียง — สำรวจความเห็นเรื่องอินเทอร์เน็ตผ่านแบบสอบถามออนไลน์
  • ตัวเลขไม่มีบริบท — “เพิ่มขึ้น ” จาก เป็น ก็ยังน้อยอยู่ดี
  • รายงานผลควรบอก ทั้งค่ากลางและการกระจาย — บอกอย่างเดียวไม่พอ
  • ระบุ ขนาดตัวอย่าง เสมอ — กับ น่าเชื่อถือต่างกันมาก
  • ดูว่าข้อมูลเก็บมาอย่างไร ก่อนเชื่อข้อสรุป

📋 สรุปสูตร — การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ

ค่าเฉลี่ย

ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

ความแปรปรวน (ประชากร)

ความแปรปรวน (ตัวอย่าง)

ค่ามาตรฐาน

ตำแหน่งเปอร์เซ็นไทล์

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เฉลี่ยธรรมดาทั้งที่ต้องถ่วงน้ำหนัก
  • ลืมถอดรากตอนหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (ตอบความแปรปรวนแทน)
  • สับสนสูตรประชากร () กับตัวอย่าง ()
  • แปล ว่าได้ คะแนน
  • สรุปว่าความสัมพันธ์คือเหตุเป็นผล

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1ข้อมูล ค่าเฉลี่ยและความแปรปรวนประชากรเท่าใด

ตอบ   ·

ข้อ 2 เท่ากับเปอร์เซ็นไทล์ที่เท่าใด

ตอบ   (มัธยฐาน)

ข้อ 3ได้ เมื่อค่าเฉลี่ย และ ค่า z เท่าใด

ตอบ  

ข้อ 4ตัววัดการกระจายใดทนต่อค่าสุดโต่งที่สุด

ตอบ  พิสัยระหว่างควอร์ไทล์ (IQR)

บทที่ 2📊 สถิติและความน่าจะเป็น

การแจกแจงความน่าจะเป็นเบื้องต้น

เชื่อมสถิติกับความน่าจะเป็นเข้าด้วยกัน — เมื่อรู้ว่าข้อมูลกระจายแบบไหน เราทำนายได้ว่าโอกาสที่ค่าจะตกในช่วงใดเป็นเท่าไร

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บอกความหมายของตัวแปรสุ่มและเขียนการแจกแจงความน่าจะเป็นได้
  • หาค่าคาดหมายของตัวแปรสุ่มได้
  • บอกลักษณะของการแจกแจงปกติได้
  • ใช้กฎ 68-95-99.7 และ z-score หาความน่าจะเป็นได้

ตัวแปรสุ่มrandom variable

ตัวแปรที่รับค่าตามผลของการทดลองสุ่ม

ค่าคาดหมายexpected value

ค่าเฉลี่ยระยะยาวของตัวแปรสุ่ม เขียน

การแจกแจงปกติnormal distribution

การแจกแจงรูประฆังคว่ำที่สมมาตรรอบค่าเฉลี่ย

2.1 ตัวแปรสุ่มและการแจกแจง

  • ตัวแปรสุ่ม คือฟังก์ชันที่จับผลลัพธ์ของการทดลองสุ่มให้เป็นตัวเลข
  • เช่น โยนเหรียญ เหรียญ ให้ = จำนวนหัวที่ออก → รับค่า
  • การแจกแจงความน่าจะเป็น คือตารางที่บอกว่าแต่ละค่ามีโอกาสเท่าไร
  • ผลรวมของความน่าจะเป็นทุกค่าต้องเท่ากับ เสมอ
รวม
ผลลัพธ์TTHT, THHH

โยนเหรียญ 2 เหรียญ · = จำนวนหัว

2.2 ค่าคาดหมาย

ค่าคาดหมาย

🔑สาระสำคัญ

ค่าคาดหมายคือ ค่าเฉลี่ยถ้าทำซ้ำหลายๆ ครั้ง — ไม่จำเป็นต้องเป็นค่าที่เกิดได้จริงด้วยซ้ำ (เช่น ค่าคาดหมายแต้มลูกเต๋าคือ ซึ่งทอดยังไงก็ไม่ออก)

✏️ตัวอย่าง

ทอดลูกเต๋า ลูก จงหาค่าคาดหมายของแต้ม

  1. ขั้นที่ 1แต่ละแต้มมีโอกาส เท่ากัน
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

เกมหนึ่งจ่าย บาทถ้าทอดลูกเต๋าได้ และเสีย บาทถ้าได้แต้มอื่น ควรเล่นไหม

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  ค่าคาดหมาย — เป็นเกมยุติธรรม เล่นนานๆ ไม่ได้ไม่เสีย

💡 ค่าคาดหมายเป็นเครื่องมือตัดสินใจ — เกมพนันจริงจะมีค่าคาดหมาย ติดลบ สำหรับผู้เล่นเสมอ นั่นคือเหตุผลที่บ่อนได้กำไร

2.3 การแจกแจงปกติ

  • รูป ระฆังคว่ำ สมมาตรรอบค่าเฉลี่ย
  • ค่าเฉลี่ย = มัธยฐาน = ฐานนิยม อยู่ตรงกลางพอดี
  • พื้นที่ใต้โค้งทั้งหมด (คือความน่าจะเป็นรวม)
  • รูปร่างกำหนดด้วยสองค่าเท่านั้น: (ตำแหน่ง) และ (ความกว้าง)

📎ทำไมพบบ่อยในธรรมชาติ

ส่วนสูง น้ำหนัก คะแนนสอบ ความผิดพลาดของเครื่องมือวัด ล้วนแจกแจงใกล้เคียงปกติ — เพราะเกิดจากปัจจัยเล็กๆ หลายอย่างมารวมกัน

กฎ 68-95-99.7

✏️ตัวอย่าง

ส่วนสูงนักเรียนแจกแจงปกติ ค่าเฉลี่ย ซม. ซม. นักเรียนกี่เปอร์เซ็นต์สูงระหว่าง ซม.

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3ช่วง ครอบคลุมประมาณ

ตอบ  ประมาณ

✏️ตัวอย่าง

จากข้อบน นักเรียนกี่เปอร์เซ็นต์สูงเกิน ซม.

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2ช่วง ครอบคลุม → เหลือนอกช่วง
  3. ขั้นที่ 3แบ่งสองข้างเท่ากัน (สมมาตร) → ข้างขวา

ตอบ  ประมาณ

💡 ใช้ความสมมาตรช่วยเสมอ — พื้นที่ซ้ายกับขวาของค่าเฉลี่ยเท่ากันคือ พอดี

2.4 การแจกแจงปกติมาตรฐาน

แปลงเป็นคะแนนมาตรฐาน

  • การแจกแจงปกติมาตรฐานมี และ
  • แปลงเป็น แล้วเปิดตารางหาพื้นที่ (ความน่าจะเป็น) ได้
  • ทำให้ปัญหาทุกแบบใช้ตารางเดียวกันได้หมด ไม่ต้องมีตารางแยกทุก

💡ค่าที่ควรจำ

  • → พื้นที่ทางซ้าย
  • → ประมาณ · → ประมาณ
  • (ใช้ในช่วงความเชื่อมั่น )

📋 สรุปสูตร — การแจกแจงความน่าจะเป็นเบื้องต้น

ผลรวมความน่าจะเป็น

ค่าคาดหมาย

คะแนนมาตรฐาน

กฎ 68-95-99.7

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ผลรวมความน่าจะเป็นไม่เท่ากับ แล้วไม่เอะใจ
  • คิดว่าค่าคาดหมายต้องเป็นค่าที่เกิดได้จริง
  • ลืมว่าการแจกแจงปกติสมมาตร (ใช้ช่วยคำนวณได้)
  • ใช้กฎ 68-95-99.7 กับข้อมูลที่ไม่ได้แจกแจงปกติ

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1ค่าคาดหมายของแต้มลูกเต๋า

ตอบ  

ข้อ 2ข้อมูลแจกแจงปกติ ค่า มี เท่าใด

ตอบ  

ข้อ 3ช่วง ครอบคลุมกี่เปอร์เซ็นต์

ตอบ  ประมาณ

ข้อ 4พื้นที่ทางซ้ายของ เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

เพิ่มเติม🔢 จำนวนและพีชคณิต

ลำดับและอนุกรมอนันต์

ต่อจาก ม.5 — คราวนี้ถามว่า “ถ้าบวกไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด จะได้ค่าอะไร” คำตอบคือแนวคิด ลิมิต ซึ่งเป็นประตูสู่แคลคูลัส

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • หาลิมิตของลำดับและบอกได้ว่าลู่เข้าหรือลู่ออก
  • หาผลบวกของอนุกรมอนันต์ที่ลู่เข้าได้
  • แปลงทศนิยมซ้ำเป็นเศษส่วนด้วยอนุกรมเรขาคณิตได้

ลู่เข้าconverge

เข้าใกล้ค่าจำกัดค่าหนึ่งเมื่อ โตขึ้นเรื่อยๆ

ลู่ออกdiverge

ไม่เข้าใกล้ค่าจำกัดใดๆ

3.1 ลิมิตของลำดับ

ความหมาย

อ่านว่า เมื่อ โตขึ้นไม่จำกัด เข้าใกล้

  • ลำดับ : → เข้าใกล้ · ลู่เข้า
  • ลำดับ : → โตไม่หยุด · ลู่ออก
  • ลำดับ : → สลับไปมา ไม่เข้าใกล้อะไร · ลู่ออก

💡เทคนิคหาลิมิตของเศษส่วนพหุนาม

หารทุกพจน์ด้วย กำลังสูงสุดที่อยู่ในตัวส่วน แล้วใช้ข้อเท็จจริงว่า

✏️ตัวอย่าง

หา

  1. ขั้นที่ 1หารทุกพจน์ด้วย :
  2. ขั้นที่ 2เมื่อ : และ
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

💡 ทางลัด: ถ้าดีกรีบนเท่าล่าง ลิมิตคือ อัตราส่วนของสัมประสิทธิ์นำ — บนน้อยกว่าล่างได้ · บนมากกว่าล่างลู่ออก

3.2 อนุกรมอนันต์

  • ผลบวกย่อย
  • ผลบวกอนันต์คือ — ถ้าลิมิตนี้มีค่า อนุกรม ลู่เข้า
  • อนุกรมลู่เข้าได้ทั้งที่บวกจำนวนอนันต์ เพราะพจน์เล็กลงเร็วพอ

อนุกรมเรขาคณิตอนันต์

⚠️ระวัง

→ ลู่ออก ไม่มีผลบวก · เช่น โตไม่หยุด ตอบว่าหาค่าไม่ได้

✏️ตัวอย่าง

หาผลบวกของ

  1. ขั้นที่ 1 · ซึ่ง
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

3.3 ทศนิยมซ้ำเป็นเศษส่วน

🔑สาระสำคัญ

ทศนิยมซ้ำก็คือ อนุกรมเรขาคณิตอนันต์ — นี่คือคำอธิบายว่าทำไมทศนิยมซ้ำถึงเป็นจำนวนตรรกยะเสมอ (เรื่องที่รับมาตั้งแต่ ม.1 โดยยังพิสูจน์ไม่ได้)

✏️ตัวอย่าง

เขียน (คือ ) เป็นเศษส่วน

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2เป็นอนุกรมเรขาคณิต ·
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

แสดงว่า

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2 ·
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   จริง ไม่ใช่ประมาณ

💡 ผลลัพธ์นี้ทำให้หลายคนงง — แต่มันคือ จำนวนเดียวกันเขียนสองแบบ เหมือน กับ ไม่ใช่ตัวเลขที่ “เกือบ” เท่ากัน

📋 สรุปสูตร — ลำดับและอนุกรมอนันต์

ลิมิตพื้นฐาน

อนุกรมเรขาคณิตอนันต์

เศษส่วนพหุนาม (ดีกรีเท่ากัน)

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้สูตร โดยไม่เช็คว่า
  • คิดว่าบวกจำนวนอนันต์ต้องได้อนันต์เสมอ
  • สับสน (พจน์) กับ (ผลบวก)
  • คิดว่า น้อยกว่า นิดหน่อย

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2 ผลบวกอนันต์

ตอบ  

ข้อ 3 ลู่เข้าหรือลู่ออก

ตอบ  ลู่ออก ()

ข้อ 4 เป็นเศษส่วนคือ

ตอบ  

เพิ่มเติม🔢 จำนวนและพีชคณิต

ลิมิตและความต่อเนื่อง

ลิมิตถามว่า “เมื่อ เข้าใกล้ แล้ว เข้าใกล้อะไร” — สังเกตว่าถาม เข้าใกล้ ไม่ได้ถามว่าที่จุดนั้นเป็นเท่าไร ความต่างนี้คือหัวใจของแคลคูลัสทั้งหมด

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • อธิบายความหมายของลิมิตได้
  • หาลิมิตด้วยการแทนค่าและด้วยการจัดรูปเมื่อเจอ
  • หาลิมิตข้างเดียวและบอกได้ว่าลิมิตมีค่าหรือไม่
  • ตรวจสอบความต่อเนื่องของฟังก์ชันที่จุดหนึ่งได้

ลิมิตlimit

ค่าที่ฟังก์ชันเข้าใกล้เมื่อตัวแปรเข้าใกล้จุดหนึ่ง

รูปแบบยังไม่กำหนดindeterminate form

ซึ่งยังสรุปค่าไม่ได้ ต้องจัดรูปก่อน

ความต่อเนื่องcontinuity

กราฟลากได้โดยไม่ต้องยกปากกา

4.1 แนวคิดของลิมิต

สัญลักษณ์

🔑จุดที่สำคัญที่สุดของทั้งบท

ลิมิตสนใจว่า เข้าใกล้อะไร เมื่อ เข้าใกล้ ไม่สนว่า เป็นเท่าไร หรือมีค่าหรือเปล่า · ฟังก์ชันอาจไม่นิยามที่ เลยก็ยังมีลิมิตได้

✏️ตัวอย่าง

พิจารณา ที่

  1. ขั้นที่ 1แทน ตรงๆ ได้ — ฟังก์ชันไม่นิยามที่จุดนี้
  2. ขั้นที่ 2แต่ลองดูค่าใกล้ๆ: · ·
  3. ขั้นที่ 3ค่าเข้าใกล้ จากทั้งสองข้าง

ตอบ   แม้ จะไม่มีค่า

4.2 การหาลิมิต

ลำดับที่ควรลอง

  1. 1แทนค่าตรงๆ ก่อนเสมอ — ถ้าได้ตัวเลขปกติ นั่นคือคำตอบ
  2. 2ถ้าได้ แยกตัวประกอบแล้วตัด หรือคูณด้วยสังยุค (กรณีมีราก)
  3. 3แทนค่าใหม่หลังจัดรูปแล้ว
✏️ตัวอย่าง

หา

  1. ขั้นที่ 1แทนค่าได้ → ต้องจัดรูป
  2. ขั้นที่ 2แยกตัวประกอบ:
  3. ขั้นที่ 3ตัด ได้ (เพราะ แค่เข้าใกล้): เหลือ
  4. ขั้นที่ 4แทน :

ตอบ  

💡 ตัด ได้เพราะลิมิตสนใจแค่ค่าที่ ใกล้ ไม่ใช่ที่ พอดี — ตรงนั้น

✏️ตัวอย่าง

หา

  1. ขั้นที่ 1แทนค่าได้
  2. ขั้นที่ 2คูณสังยุค ทั้งเศษและส่วน
  3. ขั้นที่ 3ตัวเศษ:
  4. ขั้นที่ 4
  5. ขั้นที่ 5แทน :

ตอบ  

4.3 ลิมิตข้างเดียว

ลิมิตจะมีค่าก็ต่อเมื่อสองข้างเท่ากัน

  • คือเข้าใกล้จากทาง ซ้าย (ค่าน้อยกว่า )
  • คือเข้าใกล้จากทาง ขวา
  • ถ้าสองข้างไม่เท่ากัน → ลิมิตไม่มีค่า
  • มักเจอกับฟังก์ชันที่นิยามเป็นช่วง หรือฟังก์ชันค่าสัมบูรณ์
✏️ตัวอย่าง

พิจารณา ที่

  1. ขั้นที่ 1: → ลิมิตขวา
  2. ขั้นที่ 2: → ลิมิตซ้าย
  3. ขั้นที่ 3สองข้างไม่เท่ากัน

ตอบ  ลิมิตไม่มีค่า

4.4 ความต่อเนื่อง

🔑ฟังก์ชันต่อเนื่องที่ เมื่อครบ 3 ข้อ

  • มีค่า (นิยามที่จุดนั้น)
  • มีค่า (สองข้างเท่ากัน)
  • ทั้งสองค่าเท่ากัน:
  • เข้าใจง่ายๆ: ลากกราฟได้โดยไม่ยกปากกา
  • พหุนามต่อเนื่องทุกจุดเสมอ
  • เศษส่วนไม่ต่อเนื่องตรงที่ตัวส่วนเป็นศูนย์
  • ฟังก์ชันนิยามเป็นช่วง ต้องเช็กที่ รอยต่อ ของช่วง
✏️ตัวอย่าง

ฟังก์ชัน ต่อเนื่องที่ หรือไม่

  1. ขั้นที่ 1 ✓ มีค่า
  2. ขั้นที่ 2ลิมิตซ้าย:
  3. ขั้นที่ 3ลิมิตขวา:
  4. ขั้นที่ 4สองข้างเท่ากันและเท่ากับ

ตอบ  ต่อเนื่องที่

📋 สรุปสูตร — ลิมิตและความต่อเนื่อง

นิยามลิมิต

ลิมิตมีค่าเมื่อ

ต่อเนื่องเมื่อ

แก้ 0/0

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิดว่าลิมิตคือค่า เสมอ
  • สรุปว่าไม่มีลิมิตทันทีที่เจอ
  • ลืมเช็กลิมิตทั้งสองข้างในฟังก์ชันนิยามเป็นช่วง
  • ตัดพจน์โดยไม่ระวังว่า ไม่เท่ากับค่านั้นจริงหรือเปล่า

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3ลิมิตมีค่าเมื่อใด

ตอบ  เมื่อลิมิตซ้ายเท่ากับลิมิตขวา

ข้อ 4 ต่อเนื่องที่ ไหม

ตอบ  ไม่ — ไม่มีค่า

เพิ่มเติม🔢 จำนวนและพีชคณิต

อนุพันธ์และการประยุกต์

อนุพันธ์คือ อัตราการเปลี่ยนแปลง ณ ขณะหนึ่ง — ในเชิงกราฟคือความชันของเส้นสัมผัส ใช้หาค่าสูงสุด-ต่ำสุด ความเร็ว และการเปลี่ยนแปลงทุกชนิด

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • อธิบายความหมายของอนุพันธ์ทั้งเชิงกราฟและเชิงอัตราการเปลี่ยนแปลง
  • หาอนุพันธ์โดยใช้สูตรและกฎต่างๆ ได้
  • หาสมการเส้นสัมผัสได้
  • ใช้อนุพันธ์หาค่าสูงสุด-ต่ำสุดในโจทย์ประยุกต์ได้

อนุพันธ์derivative

อัตราการเปลี่ยนแปลงขณะหนึ่ง เขียน หรือ

เส้นสัมผัสtangent line

เส้นตรงที่แตะกราฟที่จุดหนึ่งด้วยความชันเท่ากับอนุพันธ์

จุดวิกฤตcritical point

จุดที่ หรือหาไม่ได้

5.1 อนุพันธ์คืออะไร

นิยาม

📎อ่านสูตรให้เข้าใจ

คือ ความชันของเส้นตัดผ่านสองจุด · พอให้ เล็กลงเรื่อยๆ จนเข้าใกล้ สองจุดก็ชิดกันจนกลายเป็นจุดเดียว — ได้ความชันของ เส้นสัมผัส ณ จุดนั้น

บริบทอนุพันธ์คือ
กราฟความชันของเส้นสัมผัส
ระยะทาง-เวลาความเร็ว
ความเร็ว-เวลาความเร่ง
ต้นทุน-จำนวนผลิตต้นทุนหน่วยสุดท้าย
ทั่วไปอัตราการเปลี่ยนแปลงขณะหนึ่ง

อนุพันธ์ตีความได้หลายแบบ แล้วแต่บริบท

5.2 สูตรและกฎการหาอนุพันธ์

ฟังก์ชันอนุพันธ์
(ค่าคงตัว)

สูตรพื้นฐาน

🔑กฎกำลัง — ใช้บ่อยที่สุด

เอากำลังลงมาคูณ แล้วลดกำลังลง 1 · ใช้ได้กับ ทุกค่า รวมทั้งเศษส่วนและจำนวนลบ

✏️ตัวอย่าง

หา เมื่อ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

กฎผลคูณ

กฎผลหาร

กฎลูกโซ่

✏️ตัวอย่าง

หาอนุพันธ์ของ

  1. ขั้นที่ 1ใช้กฎลูกโซ่ — ข้างนอกคือยกกำลัง ข้างในคือ
  2. ขั้นที่ 2อนุพันธ์ข้างนอก:
  3. ขั้นที่ 3คูณด้วยอนุพันธ์ข้างใน:

ตอบ  

💡 กฎลูกโซ่ = “ข้างนอกก่อน แล้วคูณอนุพันธ์ข้างใน” — ลืมคูณตัวข้างในคือความผิดพลาดอันดับหนึ่งของบทนี้

5.3 เส้นสัมผัส

  1. 1หา
  2. 2แทน เพื่อได้ความชัน
  3. 3หาจุดสัมผัส
  4. 4ใช้สูตรจุดและความชัน
✏️ตัวอย่าง

หาสมการเส้นสัมผัสของ ที่จุด

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2จุดสัมผัส:
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

5.4 ค่าสูงสุดและต่ำสุด

วิธีหาค่าสุดขีด

  1. 1หา แล้วแก้ → ได้ จุดวิกฤต
  2. 2ตรวจว่าเป็นสูงสุดหรือต่ำสุด ด้วยการดูเครื่องหมายของ รอบจุดนั้น
  3. 3หรือใช้อนุพันธ์อันดับสอง: → ต่ำสุด · → สูงสุด
เงื่อนไขกราฟ
เพิ่มขึ้น (ขาขึ้น)
ลดลง (ขาลง)
ราบ — อาจเป็นยอดหรือก้น
โค้งหงาย (ก้นกระทะ)
โค้งคว่ำ (ยอดเขา)

อ่านพฤติกรรมกราฟจากอนุพันธ์

✏️ตัวอย่าง

หาค่าต่ำสุดของ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3 → เป็นจุดต่ำสุด
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  ค่าต่ำสุดคือ ที่

💡 ข้อนี้ทำด้วยจุดยอดพาราโบลา (ม.3) ก็ได้คำตอบเดียวกัน — แต่แคลคูลัสใช้ได้กับฟังก์ชันทุกแบบ ไม่ใช่แค่พาราโบลา

✏️ตัวอย่าง

มีลวดยาว ซม. ดัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะได้พื้นที่มากที่สุดเท่าใด (ใช้อนุพันธ์)

  1. ขั้นที่ 1ให้กว้าง → ยาว
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4 → เป็นค่าสูงสุด
  5. ขั้นที่ 5

ตอบ  พื้นที่มากที่สุด ตร.ซม. (รูปจัตุรัส)

5.5 การเคลื่อนที่

ความสัมพันธ์

✏️ตัวอย่าง

วัตถุเคลื่อนที่ตาม (เมตร) จงหาความเร็วที่ และเวลาที่วัตถุหยุดนิ่ง

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2 ม./วินาที (ติดลบ = เคลื่อนที่ถอยหลัง)
  3. ขั้นที่ 3หยุดนิ่งเมื่อ :
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ   ม./วินาที · หยุดนิ่งที่ และ วินาที

📋 สรุปสูตร — อนุพันธ์และการประยุกต์

นิยามอนุพันธ์

กฎกำลัง

กฎผลคูณ

กฎผลหาร

กฎลูกโซ่

จุดวิกฤต

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ลืมคูณอนุพันธ์ข้างในตอนใช้กฎลูกโซ่
  • ใช้ (ผิด — ต้องใช้กฎผลคูณ)
  • หาจุดวิกฤตได้แล้วไม่ตรวจว่าเป็นสูงสุดหรือต่ำสุด
  • ตอบค่า ทั้งที่โจทย์ถามค่าสูงสุดของ
  • จำสลับ (มีเครื่องหมายลบ)

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3

ตอบ  

ข้อ 4 มีค่าต่ำสุดที่ เท่าใด

ตอบ  

ข้อ 5

ตอบ  

เพิ่มเติม🔢 จำนวนและพีชคณิต

ปริพันธ์

ปริพันธ์คือ การย้อนกลับของอนุพันธ์ — และผลลัพธ์ที่น่าทึ่งคือมันใช้หา พื้นที่ใต้กราฟ ได้ ทั้งที่ดูเหมือนเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • หาปฏิยานุพันธ์ของฟังก์ชันพื้นฐานได้
  • คำนวณปริพันธ์ไม่จำกัดเขตและจำกัดเขตได้
  • ใช้ปริพันธ์หาพื้นที่ใต้โค้งได้
  • แก้โจทย์ประยุกต์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ได้

ปฏิยานุพันธ์antiderivative

ฟังก์ชันที่หาอนุพันธ์แล้วได้ฟังก์ชันเดิม

ปริพันธ์ไม่จำกัดเขตindefinite integral

— ได้ผลเป็นฟังก์ชัน + ค่าคงตัว

ปริพันธ์จำกัดเขตdefinite integral

— ได้ผลเป็นตัวเลข

6.1 ปฏิยานุพันธ์ — ย้อนกลับของอนุพันธ์

กฎกำลังของปริพันธ์ (กลับด้านกับอนุพันธ์)

🔑ทำไมต้องมี

, , ล้วนมีอนุพันธ์เป็น เหมือนกันหมด — ย้อนกลับจึงไม่รู้ว่าค่าคงตัวเดิมคืออะไร ต้องใส่ ไว้เผื่อ · ลืม คือความผิดพลาดคลาสสิกที่สุด

  • อนุพันธ์: ลดกำลังลง · ปริพันธ์: เพิ่มกำลังขึ้น แล้วหารด้วยกำลังใหม่
  • ตรวจคำตอบได้เสมอ — หาอนุพันธ์ของคำตอบแล้วต้องได้โจทย์เดิม
ผลลัพธ์

สูตรที่ควรจำ

✏️ตัวอย่าง

หา

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4ใส่

ตอบ  

💡 ตรวจ: อนุพันธ์ของ คือ ✓ ตรงกับโจทย์

6.2 ปริพันธ์จำกัดเขต

ทฤษฎีบทหลักมูลของแคลคูลัส

เมื่อ เป็นปฏิยานุพันธ์ของ

📎ทำไมทฤษฎีบทนี้ยิ่งใหญ่

มันเชื่อม อนุพันธ์ (ความชัน) กับ ปริพันธ์ (พื้นที่) เข้าด้วยกัน ทั้งที่ดูเป็นคนละเรื่อง — ทำให้หาพื้นที่ใต้โค้งได้โดยไม่ต้องซอยเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ นับล้านชิ้น

  • ปริพันธ์จำกัดเขตให้ผลเป็น ตัวเลข ไม่ใช่ฟังก์ชัน
  • ไม่ต้องใส่ เพราะมันหักล้างกันไปตอนลบ
  • ·
✏️ตัวอย่าง

หา

  1. ขั้นที่ 1ปฏิยานุพันธ์:
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  

6.3 พื้นที่ใต้โค้ง

พื้นที่ระหว่างกราฟกับแกน X (เมื่อ )

⚠️ระวังส่วนที่อยู่ใต้แกน X

ถ้ากราฟอยู่ ใต้แกน ปริพันธ์จะได้ค่า ติดลบ — ถ้าโจทย์ถามพื้นที่จริง ต้องใส่ค่าสัมบูรณ์ หรือแยกช่วงคำนวณแล้วบวกขนาด

✏️ตัวอย่าง

หาพื้นที่ใต้กราฟ ตั้งแต่ ถึง

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2ปฏิยานุพันธ์:
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   ตารางหน่วย

พื้นที่ระหว่างเส้นโค้งสองเส้น

คือเส้นบน · คือเส้นล่าง

✏️ตัวอย่าง

หาพื้นที่ระหว่าง กับ ในช่วง ถึง

  1. ขั้นที่ 1ในช่วงนี้ → เส้นบนคือ
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   ตารางหน่วย

💡 ต้องรู้ก่อนว่าเส้นไหนอยู่บน — ลองแทนค่าสักจุดในช่วงนั้นก็รู้แล้ว เช่นที่ :

6.4 การนำไปใช้

ย้อนจากความเร็วกลับไปหาระยะทาง

✏️ตัวอย่าง

วัตถุมีความเร็ว ม./วินาที และอยู่ที่ตำแหน่ง เมตร เมื่อ จงหา

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2ใช้เงื่อนไข :

ตอบ  

💡 ตรงนี้เห็นประโยชน์ของ ชัดมาก — มันคือ ตำแหน่งเริ่มต้น ที่โจทย์ให้มา ถ้าลืมใส่จะตอบผิด

  • ระยะทางที่เคลื่อนที่ได้ ในช่วง คือ
  • งานที่ทำ โดยแรงที่เปลี่ยนแปลง
  • ปริมาตรของทรงที่หมุนรอบแกน ก็หาได้ด้วยปริพันธ์

📋 สรุปสูตร — ปริพันธ์

กฎกำลัง

ทฤษฎีบทหลักมูล

พื้นที่ใต้โค้ง

พื้นที่ระหว่างโค้ง

ตรีโกณ

ส่วนกลับ

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ลืมใส่ ในปริพันธ์ไม่จำกัดเขต
  • ใช้กฎกำลังกับ (ต้องใช้ )
  • ลืมว่าพื้นที่ใต้แกน ให้ค่าติดลบ
  • สลับเส้นบนกับเส้นล่างตอนหาพื้นที่ระหว่างโค้ง
  • ใส่ ในปริพันธ์จำกัดเขต (ไม่ต้องใส่)

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3

ตอบ  

ข้อ 4พื้นที่ใต้ จาก ถึง

ตอบ  

ข้อ 5

ตอบ  

อ่านจบแล้ว — ถึงเวลาลงสนามจริง

อ่านเข้าใจกับทำโจทย์ได้ เป็นคนละเรื่องกัน
ที่สนามสอบ โจทย์ถูกสร้างใหม่ทุกครั้ง ไม่ซ้ำ ฝึกกี่รอบก็ไม่มีทางท่องคำตอบได้

© สนามสอบ · sanamsob.com — เอกสารนี้เรียบเรียงขึ้นใหม่ทั้งหมด อ้างอิงเพียงโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางซึ่งเป็นข้อมูลสาธารณะ
อนุญาตให้พิมพ์เพื่อใช้ศึกษาส่วนบุคคล · ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำเพื่อจำหน่ายหรือแอบอ้างเป็นผลงานของผู้อื่น