สนามสอบ
← สารบัญรายบท

สนามสอบ

สรุปคณิตศาสตร์ ม.1

มัธยมศึกษาปีที่ 1 · ฉบับเต็มทั้งเล่ม

10

บท

61

หัวข้อย่อย

45

ตัวอย่าง

187

นาที

เรียบเรียงขึ้นใหม่ทั้งเล่ม อ้างอิงโครงสร้างหลักสูตรแกนกลาง (ข้อมูลสาธารณะ)
ไม่คัดลอกจากหนังสือเรียน หนังสือติว หรือเว็บติวของผู้ใด · sanamsob.com

สารบัญ

  1. ทบทวนทบทวนพื้นฐาน — ห.ร.ม. และ ค.ร.น.🔢 จำนวนและพีชคณิต · 6 หัวข้อ
  2. บทที่ 1จำนวนเต็ม🔢 จำนวนและพีชคณิต · 8 หัวข้อ
  3. บทที่ 2การสร้างทางเรขาคณิต📐 การวัดและเรขาคณิต · 7 หัวข้อ
  4. บทที่ 3เลขยกกำลัง🔢 จำนวนและพีชคณิต · 5 หัวข้อ
  5. บทที่ 4ทศนิยมและเศษส่วน🔢 จำนวนและพีชคณิต · 8 หัวข้อ
  6. บทที่ 5รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ📐 การวัดและเรขาคณิต · 5 หัวข้อ
  7. บทที่ 6สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว🔢 จำนวนและพีชคณิต · 7 หัวข้อ
  8. บทที่ 7อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ🔢 จำนวนและพีชคณิต · 6 หัวข้อ
  9. บทที่ 8กราฟและความสัมพันธ์เชิงเส้น🔢 จำนวนและพีชคณิต · 4 หัวข้อ
  10. บทที่ 9สถิติ (1)📊 สถิติและความน่าจะเป็น · 5 หัวข้อ
บททบทวน🔢 จำนวนและพีชคณิต

ทบทวนพื้นฐาน — ห.ร.ม. และ ค.ร.น.

ห.ร.ม. คือตัวหารร่วมที่ใหญ่ที่สุด ใช้ตอน “แบ่งให้เท่ากันโดยไม่เหลือ” ส่วน ค.ร.น. คือตัวคูณร่วมที่น้อยที่สุด ใช้ตอน “มาบรรจบกันอีกครั้ง” และตอนทำส่วนเศษส่วนให้เท่ากัน

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • แยกตัวประกอบเฉพาะของจำนวนนับได้
  • หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ได้ทั้งวิธีแจกแจงและวิธีแยกตัวประกอบเฉพาะ
  • เลือกได้ว่าโจทย์ปัญหาข้อนี้ต้องใช้ ห.ร.ม. หรือ ค.ร.น.

ตัวประกอบfactor

จำนวนนับที่หารจำนวนนั้นได้ลงตัว

จำนวนเฉพาะprime

จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียง 1 กับตัวมันเอง

ห.ร.ม.GCD / HCF

ตัวหารร่วมมาก — ตัวหารร่วมที่มีค่ามากที่สุด

ค.ร.น.LCM

ตัวคูณร่วมน้อย — ตัวคูณร่วมที่มีค่าน้อยที่สุด

0.1 ตัวประกอบ และจำนวนเฉพาะ

  • ตัวประกอบ ของจำนวนนับ คือจำนวนนับที่หาร ได้ลงตัว เช่น ตัวประกอบของ คือ
  • จำนวนเฉพาะ คือจำนวนนับที่มากกว่า และมีตัวประกอบแค่ ตัว คือ กับตัวเอง
  • จำนวนเฉพาะตัวแรกๆ:
  • ไม่ใช่ จำนวนเฉพาะ (มีตัวประกอบตัวเดียว) และ เป็นจำนวนเฉพาะตัวเดียวที่เป็นเลขคู่

💡เช็กเร็วว่าหารลงตัวไหม

  • หารด้วย ลงตัว — เลขหลักสุดท้ายเป็น
  • หารด้วย ลงตัว — ผลบวกทุกหลักหารด้วย ลงตัว เช่น
  • หารด้วย ลงตัว — เลขหลักสุดท้ายเป็น หรือ
  • หารด้วย ลงตัว — ผลบวกทุกหลักหารด้วย ลงตัว

0.2 การแยกตัวประกอบเฉพาะ

เขียนจำนวนให้อยู่ในรูปผลคูณของจำนวนเฉพาะ — เป็นเครื่องมือหลักที่ใช้ต่อทั้ง ห.ร.ม. ค.ร.น. และเศษส่วน

วิธีทำ (หารสั้นด้วยจำนวนเฉพาะ)

  1. 1เริ่มหารด้วยจำนวนเฉพาะที่เล็กที่สุดที่หารลงตัว ( ก่อน แล้ว )
  2. 2หารซ้ำด้วยตัวเดิมจนหารไม่ลงตัว แล้วค่อยเปลี่ยนไปจำนวนเฉพาะตัวถัดไป
  3. 3ทำจนเหลือ แล้วนำตัวหารทุกตัวมาคูณกัน เขียนย่อด้วยเลขยกกำลัง
✏️ตัวอย่าง

แยกตัวประกอบเฉพาะของ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3 (ต่อไปหาร ไม่ลงแล้ว)
  4. ขั้นที่ 4
  5. ขั้นที่ 5
  6. ขั้นที่ 6
  7. ขั้นที่ 7รวมตัวหาร:

ตอบ  

💡 เขียนเป็นเลขยกกำลังเสมอ จะใช้ต่อได้ง่ายกว่ามาก

0.3 ห.ร.ม. — ตัวหารร่วมมาก

ห.ร.ม. ของ a และ b

จำนวนนับที่มากที่สุดซึ่งหารทั้ง และ ได้ลงตัวทั้งคู่

  1. 1วิธีแจกแจง — เขียนตัวประกอบทั้งหมดของทั้งสองจำนวน แล้วเลือกตัวร่วมที่ใหญ่ที่สุด (เหมาะกับเลขเล็ก)
  2. 2วิธีแยกตัวประกอบเฉพาะ — เอาจำนวนเฉพาะ ที่มีร่วมกัน ยกกำลัง น้อยสุด มาคูณกัน (เหมาะกับเลขใหญ่)

สูตรจากการแยกตัวประกอบเฉพาะ

ตัวเฉพาะที่มีทั้งคู่เท่านั้น · เลือกเลขชี้กำลังน้อยกว่า

✏️ตัวอย่าง

หา ห.ร.ม. ของ และ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3จำนวนเฉพาะที่มีร่วมกัน: และ (ส่วน มีแค่ตัวเดียว ไม่นับ)
  4. ขั้นที่ 4เลือกกำลังน้อยสุด: และ
  5. ขั้นที่ 5

ตอบ  

🔑ห.ร.ม. ใช้ตอนไหน

  • แบ่งของให้เท่าๆ กันโดยไม่เหลือเศษ และอยากได้ “กองใหญ่ที่สุด”
  • ตัดกระดาษ/ที่ดินเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุด โดยไม่เหลือเศษ
  • ทำเศษส่วนให้เป็นอย่างต่ำ (หารเศษและส่วนด้วย ห.ร.ม.)

0.4 ค.ร.น. — ตัวคูณร่วมน้อย

ค.ร.น. ของ a และ b

จำนวนนับที่น้อยที่สุดซึ่งทั้ง และ หารได้ลงตัวทั้งคู่

สูตรจากการแยกตัวประกอบเฉพาะ

เอาจำนวนเฉพาะ ทุกตัวที่โผล่มา ยกกำลัง มากสุด

✏️ตัวอย่าง

หา ค.ร.น. ของ และ

  1. ขั้นที่ 1 และ
  2. ขั้นที่ 2จำนวนเฉพาะทุกตัวที่โผล่:
  3. ขั้นที่ 3 · ·
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

🔑ค.ร.น. ใช้ตอนไหน

  • เหตุการณ์ 2 อย่างที่วนรอบไม่เท่ากัน จะเกิดพร้อมกันอีกครั้งเมื่อไร (ระฆังดัง รถออก ไฟกะพริบ)
  • ทำตัวส่วนของเศษส่วนให้เท่ากัน ก่อนบวกลบ
  • หาจำนวนที่น้อยที่สุดที่หารด้วยหลายตัวลงตัว

0.5 ความสัมพันธ์ที่ต้องจำ

ห.ร.ม. คูณ ค.ร.น. เท่ากับผลคูณของสองจำนวน

  • รู้ค่าใดค่าหนึ่ง หาอีกค่าได้ทันที ไม่ต้องแยกตัวประกอบใหม่
  • ตรวจสอบคำตอบ: จากตัวอย่างข้างบน และ
  • ⚠️ ใช้ได้กับ สองจำนวนเท่านั้น — สามจำนวนขึ้นไปสูตรนี้ไม่จริง
ถ้าโจทย์ถามว่า…ใช้เพราะ
แบ่งได้มากที่สุดกองละเท่าไร ไม่เหลือเศษห.ร.ม.หา “ตัวหาร” ที่ใหญ่ที่สุด
จะตรงกันอีกครั้งในอีกกี่นาทีค.ร.น.หา “ตัวคูณ” ที่น้อยที่สุด
ทำเศษส่วนอย่างต่ำห.ร.ม.หารเศษและส่วนพร้อมกัน
หาตัวส่วนร่วมก่อนบวกเศษส่วนค.ร.น.หาส่วนร่วมที่เล็กที่สุด

สรุปเลือกใช้ให้ถูก

0.6 โจทย์ประยุกต์

✏️ตัวอย่าง

มีดินสอ แท่ง และยางลบ ก้อน ต้องการจัดเป็นชุดของขวัญให้เหมือนกันทุกชุดโดยไม่เหลือเศษ จะจัดได้มากที่สุดกี่ชุด และแต่ละชุดมีอะไรบ้าง

  1. ขั้นที่ 1“แบ่งไม่เหลือเศษ + มากที่สุด” → ใช้ ห.ร.ม.
  2. ขั้นที่ 2 และ
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4ดินสอชุดละ แท่ง · ยางลบชุดละ ก้อน

ตอบ  จัดได้มากที่สุด ชุด · ชุดละดินสอ แท่ง ยางลบ ก้อน

✏️ตัวอย่าง

ไฟสัญญาณ A กะพริบทุก วินาที ไฟ B กะพริบทุก วินาที ถ้าเริ่มกะพริบพร้อมกัน อีกกี่วินาทีจะกะพริบพร้อมกันอีกครั้ง

  1. ขั้นที่ 1“เกิดพร้อมกันอีกครั้ง” → ใช้ ค.ร.น.
  2. ขั้นที่ 2 และ
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  อีก วินาที

📋 สรุปสูตร — ทบทวนพื้นฐาน — ห.ร.ม. และ ค.ร.น.

ห.ร.ม. จากตัวประกอบเฉพาะ

ค.ร.น. จากตัวประกอบเฉพาะ

ความสัมพันธ์ (สองจำนวน)

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • สลับกัน: “แบ่งของ” ใช้ ห.ร.ม. ไม่ใช่ ค.ร.น.
  • หา ห.ร.ม. แล้วเผลอเอาจำนวนเฉพาะที่มีแค่ฝั่งเดียวมาคูณด้วย
  • ใช้สูตร กับสามจำนวน (ใช้ไม่ได้)

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1แยกตัวประกอบเฉพาะของ

ตอบ  

ข้อ 2ห.ร.ม. ของ และ

ตอบ  

ข้อ 3ค.ร.น. ของ และ

ตอบ  

ข้อ 4ถ้า และ แล้ว เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

บทที่ 1🔢 จำนวนและพีชคณิต

จำนวนเต็ม

จำนวนเต็มคือจำนวนนับ ศูนย์ และจำนวนเต็มลบ หัวใจของบทนี้คือ “กฎเครื่องหมาย” และ “ลำดับการดำเนินการ” ซึ่งจะติดตัวไปใช้ทุกบทหลังจากนี้

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บอกความหมายและเปรียบเทียบจำนวนเต็มบนเส้นจำนวนได้
  • บวก ลบ คูณ หาร จำนวนเต็มได้ถูกเครื่องหมาย
  • คำนวณนิพจน์ที่มีหลายการดำเนินการตามลำดับที่ถูกต้อง
  • นำจำนวนเต็มไปใช้กับสถานการณ์จริง เช่น อุณหภูมิ ระดับความสูง รายรับ-รายจ่าย

จำนวนเต็มinteger

จำนวนนับ ศูนย์ และจำนวนที่เป็นลบของจำนวนนับ

ค่าสัมบูรณ์absolute value

ระยะห่างจากศูนย์บนเส้นจำนวน ไม่มีทางติดลบ

จำนวนตรงข้ามopposite

จำนวนที่บวกกันแล้วได้ศูนย์ เช่น กับ

1.1 จำนวนเต็มคืออะไร

  • จำนวนเต็มบวก (จำนวนนับ):
  • ศูนย์: — ไม่เป็นบวกและไม่เป็นลบ
  • จำนวนเต็มลบ:
  • รวมกันเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์

📎เห็นจำนวนลบในชีวิตจริงที่ไหนบ้าง

  • อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง เช่น
  • ความลึกใต้ระดับน้ำทะเล เช่น เมตร
  • ยอดเงินติดลบในบัญชี · ชั้นใต้ดิน B1 = ชั้นที่

1.2 เส้นจำนวน การเปรียบเทียบ และค่าสัมบูรณ์

  • บนเส้นจำนวน ตัวเลขเรียงจากน้อยไปมากเมื่อเลื่อนไปทาง ขวา
  • จำนวนที่อยู่ ซ้ายกว่า มีค่า น้อยกว่า เสมอ เช่น
  • ⚠️ จำนวนลบ ยิ่งตัวเลขดูใหญ่ ยิ่งมีค่าน้อย: (ไม่ใช่ )
  • ค่าสัมบูรณ์ คือระยะจาก จึงไม่ติดลบเสมอ: และ
  • จำนวนตรงข้าม ของ คือ และ
✏️ตัวอย่าง

เรียงจากน้อยไปมาก:

  1. ขั้นที่ 1แปลงค่าสัมบูรณ์ก่อน:
  2. ขั้นที่ 2ได้ชุดตัวเลข:
  3. ขั้นที่ 3จำนวนลบเรียงก่อน (ตัวที่ไกลจากศูนย์ที่สุดมาก่อน): แล้วจึง

ตอบ  

1.3 การบวกจำนวนเต็ม

  1. 1เครื่องหมายเหมือนกัน → บวกค่าสัมบูรณ์ แล้วใส่เครื่องหมายเดิม เช่น
  2. 2เครื่องหมายต่างกัน → ลบค่าสัมบูรณ์ (มากลบน้อย) แล้วใส่เครื่องหมายของตัวที่ค่าสัมบูรณ์มากกว่า เช่น

💡คิดเป็นภาพ: เดินบนเส้นจำนวน

เริ่มที่ตัวแรก แล้ว บวก = เดินขวา · ลบ = เดินซ้าย เท่ากับจำนวนที่กำหนด — วิธีนี้ไม่มีทางจำกฎสลับ

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1เครื่องหมายต่างกัน → เอาค่าสัมบูรณ์มาลบ:
  2. ขั้นที่ 2ตัวที่ค่าสัมบูรณ์มากกว่าคือ ซึ่งเป็นลบ จึงตอบเป็นลบ

ตอบ  

1.4 การลบจำนวนเต็ม

หัวใจของการลบ — เปลี่ยนลบเป็นบวกด้วยจำนวนตรงข้าม

  • ลบด้วยจำนวน บวก → เดินซ้าย เช่น
  • ลบด้วยจำนวน ลบ → กลายเป็นบวก เดินขวา เช่น
  • จำสั้นๆ: ลบซ้อนลบ กลายเป็นบวก
✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1เปลี่ยนเป็นบวก:
  2. ขั้นที่ 2เครื่องหมายต่างกัน: และตัวมากกว่าเป็นบวก

ตอบ  

1.5 การคูณและการหาร

ตัวที่ 1ตัวที่ 2ผลลัพธ์ตัวอย่าง

กฎเครื่องหมาย (ใช้ได้ทั้งคูณและหาร)

💡เทคนิคนับจำนวนลบ

ในการคูณหารต่อกันหลายตัว ให้ นับว่ามีจำนวนลบกี่ตัว — ถ้าลบเป็น จำนวนคู่ ผลลัพธ์เป็นบวก ถ้าเป็น จำนวนคี่ ผลลัพธ์เป็นลบ

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1นับจำนวนลบ: มี ตัว (คี่) → ผลลัพธ์เป็นลบ
  2. ขั้นที่ 2คูณค่าสัมบูรณ์:

ตอบ  

⚠️ข้อยกเว้นที่ต้องจำ

  • คูณอะไรก็ได้
  • หารด้วย ไม่ได้ ไม่มีความหมาย (แต่ ได้ปกติ)

1.6 ลำดับการดำเนินการ

ทำตามลำดับนี้เสมอ

ระดับเดียวกัน ทำจากซ้ายไปขวา

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1คูณก่อน:
  2. ขั้นที่ 2แล้วบวก:

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1วงเล็บก่อน:
  2. ขั้นที่ 2ยกกำลัง:
  3. ขั้นที่ 3คูณหารจากซ้ายไปขวา: แล้ว
  4. ขั้นที่ 4สุดท้ายลบ:

ตอบ  

💡 อย่าเผลอหาร ก่อนคูณ — ระดับเดียวกันต้องไล่จากซ้ายไปขวา

1.7 สมบัติของจำนวนเต็ม

สมบัติการบวกการคูณ
สลับที่
เปลี่ยนหมู่
เอกลักษณ์
อินเวอร์ส— (จำนวนเต็มไม่มี)

สมบัติการแจกแจง (ใช้บ่อยมากในบทพีชคณิต)

⚠️การลบและการหารไม่มีสมบัติสลับที่

และ — อย่าเผลอสลับ

1.8 การนำไปใช้

✏️ตัวอย่าง

เช้าวันหนึ่งอุณหภูมิบนยอดเขาเป็น ตอนเที่ยงเพิ่มขึ้น องศา แล้วตอนกลางคืนลดลง องศา อุณหภูมิตอนกลางคืนเป็นเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1เขียนเป็นนิพจน์:
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

ร้านค้าขาดทุนวันละ บาท ติดต่อกัน วัน จากนั้นได้กำไรวันละ บาท อีก วัน สรุปแล้วกำไรหรือขาดทุนเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1ขาดทุนเขียนเป็นลบ:
  2. ขั้นที่ 2กำไรเป็นบวก:
  3. ขั้นที่ 3รวม:

ตอบ  ขาดทุน บาท

📋 สรุปสูตร — จำนวนเต็ม

ลบ = บวกจำนวนตรงข้าม

ลบซ้อนลบ

คูณ/หารเครื่องหมายเหมือน = บวก

คูณ/หารเครื่องหมายต่าง = ลบ

แจกแจง

ลำดับการดำเนินการ

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิดว่า เพราะเห็นเลข ใหญ่กว่า
  • บวกก่อนคูณ เพราะอ่านจากซ้ายไปขวาโดยไม่ดูลำดับ
  • แต่ — วงเล็บเปลี่ยนคำตอบ
  • ลืมว่าจำนวนลบจำนวนคี่ตัวคูณกันได้ผลลัพธ์เป็นลบ

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3

ตอบ  

ข้อ 4

ตอบ  

ข้อ 5 กับ ต่างกันอย่างไร

ตอบ   ส่วน

บทที่ 2📐 การวัดและเรขาคณิต

การสร้างทางเรขาคณิต

สร้างรูปเรขาคณิตด้วยวงเวียนกับสันตรงเท่านั้น ห้ามใช้ไม้บรรทัดวัดและห้ามใช้ไม้โพรแทรกเตอร์ — ทุกการสร้างมีเหตุผลรองรับว่าทำไมจึงถูกต้อง

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • ใช้วงเวียนและสันตรงสร้างส่วนของเส้นตรง มุม เส้นตั้งฉาก และเส้นขนานได้
  • แบ่งครึ่งส่วนของเส้นตรงและแบ่งครึ่งมุมได้
  • อธิบายเหตุผลว่าทำไมวิธีสร้างนั้นจึงได้รูปที่ต้องการ

สันตรงstraightedge

ไม้บรรทัดที่ใช้ลากเส้นตรงเท่านั้น ไม่ใช้อ่านค่าความยาว

วงเวียนcompass

เครื่องมือเขียนส่วนโค้ง/วงกลม และถ่ายทอดความยาว

เส้นแบ่งครึ่งและตั้งฉากperpendicular bisector

เส้นที่ผ่านจุดกึ่งกลางและตั้งฉากกับส่วนของเส้นตรง

2.1 กติกาของการสร้าง

🔑กติกาที่ต้องเคารพ

  • ใช้ได้แค่ วงเวียน กับ สันตรง เท่านั้น
  • ห้ามวัดความยาวด้วยไม้บรรทัด และ ห้ามวัดมุมด้วยไม้โพรแทรกเตอร์
  • ต้องเหลือ รอยส่วนโค้ง ไว้เป็นหลักฐาน ไม่ลบทิ้ง
  • วงเวียนทำได้ 2 อย่าง: เขียนวงกลม/ส่วนโค้ง และ ถ่ายทอดความยาว จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
  • หลักการเบื้องหลังเกือบทุกการสร้างคือ จุดที่อยู่ห่างจากสองจุดเท่ากัน และ รูปสามเหลี่ยมที่มีด้านเท่ากันทุกด้าน

2.2 สร้างส่วนของเส้นตรงให้ยาวเท่าที่กำหนด

ต้องการคัดลอก ไปไว้บนเส้นใหม่

  1. 1ลากเส้นตรงยาวพอ แล้วกำหนดจุด บนเส้นนั้น
  2. 2กางวงเวียนให้ปลายทั้งสองอยู่ที่ และ (นี่คือการ “จำ” ความยาว )
  3. 3ยกวงเวียนมาปักที่ แล้วเขียนส่วนโค้งตัดเส้นตรงที่จุด
  4. 4จะได้ ยาวเท่ากับ

📎ทำไมจึงถูก

เพราะระยะกางของวงเวียนไม่เปลี่ยน จุด จึงห่างจาก เท่ากับที่ ห่างจาก พอดี

2.3 แบ่งครึ่งส่วนของเส้นตรง (และสร้างเส้นตั้งฉาก)

  1. 1ปักวงเวียนที่ กางรัศมี มากกว่าครึ่งหนึ่ง ของ เขียนส่วนโค้งทั้งบนและล่างเส้น
  2. 2ปักวงเวียนที่ ใช้รัศมีเท่าเดิม เขียนส่วนโค้งตัดกับของเดิม ได้จุดตัด (บน) และ (ล่าง)
  3. 3ลาก — เส้นนี้ตัด ที่จุดกึ่งกลาง และตั้งฉากกับ

📎ทำไมจึงถูก

และ ต่างก็ห่างจาก และ เท่ากัน จุดทุกจุดที่ห่างจากปลายทั้งสองเท่ากันจะอยู่บนเส้นแบ่งครึ่งและตั้งฉากของ เสมอ

⚠️ระวัง

ถ้ากางรัศมี น้อยกว่า ครึ่งหนึ่งของ ส่วนโค้งจะไม่ตัดกัน สร้างไม่ได้

2.4 แบ่งครึ่งมุม

แบ่งครึ่งมุม (จุดยอดคือ )

  1. 1ปักวงเวียนที่จุดยอด เขียนส่วนโค้งตัดแขนทั้งสองที่จุด และ
  2. 2ปักที่ กางรัศมีพอสมควร เขียนส่วนโค้งไว้ภายในมุม
  3. 3ปักที่ ใช้รัศมีเดิม เขียนส่วนโค้งตัดกัน ได้จุด
  4. 4ลากรังสี — นี่คือเส้นแบ่งครึ่งมุม
  • ถ้าแบ่งครึ่งซ้ำอีกครั้ง จะได้ ของมุมเดิม
  • แบ่งครึ่งมุม ได้ · แบ่งครึ่งมุม ได้

2.5 สร้างมุมขนาดที่ต้องการ

มุมวิธีได้มา
สร้างรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า — มุมภายในเป็น อัตโนมัติ
แบ่งครึ่งมุม
สร้างเส้นตั้งฉาก (จากวิธี 2.3)
แบ่งครึ่งมุม
ต่อมุม สองมุมติดกัน

มุมที่สร้างได้ด้วยวงเวียนและสันตรง

สร้างมุม

  1. 1ลากรังสี เป็นแขนแรก
  2. 2ปักวงเวียนที่ เขียนส่วนโค้งตัดรังสีที่จุด
  3. 3ปักที่ ใช้รัศมีเดิม เขียนส่วนโค้งตัดส่วนโค้งแรกที่จุด
  4. 4ลากรังสี จะได้

📎น่ารู้

เหตุผล: (รัศมีเท่ากันทั้งหมด) จึงเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า มุมภายในจึงเป็น

2.6 สร้างเส้นขนาน

สร้างเส้นผ่านจุด ให้ขนานกับเส้น

  1. 1ลากเส้นตัด (transversal) จาก ไปตัดเส้น ที่จุด
  2. 2ที่จุด จะเกิดมุมระหว่างเส้นตัดกับเส้น — คัดลอกมุมนี้ไปไว้ที่จุด (วิธีคัดลอกมุมคล้ายข้อ 2.5)
  3. 3ลากเส้นตามแขนของมุมที่คัดลอกมา จะได้เส้นขนานกับ

🔑สาระสำคัญ

หลักการ: ถ้า มุมแย้งเท่ากัน (หรือมุมภายนอกกับมุมภายในตรงข้ามเท่ากัน) เส้นสองเส้นนั้นขนานกัน

2.7 การนำไปใช้ — สร้างรูปสามเหลี่ยม

  • รู้ด้านทั้งสาม (ด.ด.ด.) — ลากด้านหนึ่งก่อน แล้วใช้วงเวียนกางเท่าอีกสองด้าน เขียนส่วนโค้งตัดกัน
  • รู้สองด้านและมุมระหว่าง (ด.ม.ด.) — สร้างมุมก่อน แล้วตัดความยาวสองด้านลงบนแขนของมุม
  • รู้สองมุมและด้านระหว่าง (ม.ด.ม.) — ลากด้านก่อน แล้วสร้างมุมที่ปลายทั้งสองข้าง

⚠️สร้างสามเหลี่ยมไม่ได้เมื่อไร

ถ้าด้านที่ยาวที่สุด ยาวกว่าหรือเท่ากับ ผลบวกของอีกสองด้าน ส่วนโค้งจะไม่ตัดกัน เช่น ด้าน สร้างไม่ได้เพราะ

📋 สรุปสูตร — การสร้างทางเรขาคณิต

สามเหลี่ยมด้านเท่า → มุมภายใน

เงื่อนไขสร้างสามเหลี่ยมได้

แบ่งครึ่งมุมฉาก

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ไม้บรรทัดวัดความยาวแทนวงเวียน (ผิดกติกา)
  • ลบรอยส่วนโค้งทิ้ง ทำให้ตรวจไม่ได้ว่าสร้างมาอย่างไร
  • กางวงเวียนน้อยกว่าครึ่งของส่วนของเส้นตรง ทำให้ส่วนโค้งไม่ตัดกัน
  • เปลี่ยนระยะกางวงเวียนกลางคัน ทั้งที่ขั้นตอนบอกให้ใช้รัศมีเดิม

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1จะสร้างมุม ได้อย่างไร

ตอบ  สร้าง แล้วต่อด้วย (ได้จากแบ่งครึ่ง )

ข้อ 2ด้านยาว สร้างสามเหลี่ยมได้หรือไม่

ตอบ  ไม่ได้ เพราะ

ข้อ 3เส้นแบ่งครึ่งและตั้งฉากของ มีสมบัติอะไร

ตอบ  ทุกจุดบนเส้นนี้อยู่ห่างจาก และ เท่ากัน

บทที่ 3🔢 จำนวนและพีชคณิต

เลขยกกำลัง

เลขยกกำลังคือการเขียนการคูณซ้ำๆ ให้สั้นลง กฎทั้งหมดมาจากการนับจำนวนตัวคูณ ถ้าเข้าใจที่มาจะไม่ต้องท่องเลย

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • บอกความหมายของฐานและเลขชี้กำลัง และเขียนการคูณซ้ำในรูปเลขยกกำลังได้
  • ใช้สมบัติของเลขยกกำลังในการคูณ หาร และยกกำลังซ้อนได้
  • เขียนจำนวนในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ได้

ฐานbase

จำนวนที่ถูกคูณซ้ำ — ตัวล่างของเลขยกกำลัง

เลขชี้กำลังexponent

จำนวนครั้งที่คูณซ้ำ — ตัวยกเล็กด้านบนขวา

สัญกรณ์วิทยาศาสตร์scientific notation

การเขียนจำนวนในรูป โดย

3.1 ความหมายของเลขยกกำลัง

นิยาม

  • เรียกว่า ฐาน · เรียกว่า เลขชี้กำลัง
  • อ่านว่า “สองยกกำลังห้า” หรือ “สองกำลังห้า”
  • เสมอ (คูณตัวเดียว)

⚠️อย่าสับสน

  • — คนละเรื่องกันคนละโลก ( กับ )
  • ไม่ใช่

3.2 คูณและหารเลขยกกำลังฐานเดียวกัน

คูณ — ฐานเดิม บวกเลขชี้กำลัง

หาร — ฐานเดิม ลบเลขชี้กำลัง

📎ที่มาของกฎ (ไม่ต้องท่อง)

— นับดูมี ทั้งหมด ตัว จึงเป็น นั่นคือ

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1คูณข้างบนก่อน:
  2. ขั้นที่ 2แล้วหาร:
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

⚠️ระวัง

กฎนี้ใช้ได้เมื่อ ฐานเหมือนกัน เท่านั้น — บวกเลขชี้กำลังไม่ได้ ต้องคิดแยกเป็น

3.3 เลขยกกำลังของเลขยกกำลัง

ยกกำลังซ้อน — คูณเลขชี้กำลัง

ยกกำลังผลคูณ / ผลหาร

✏️ตัวอย่าง

เขียน ให้อยู่ในรูปอย่างง่าย

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3รวม:

ตอบ  

⚠️กับดักที่พลาดกันมากที่สุด

— เช่น แต่ การยกกำลังแจกแจงเข้าไปในการบวกไม่ได้

3.4 เลขชี้กำลังศูนย์ และฐานที่ติดลบ

เลขชี้กำลังศูนย์

เพราะ และผลหารตัวเดียวกันย่อมเป็น

นิพจน์ความหมายค่า
คูณกัน ตัว
ลบของ
คูณกัน ตัว

วงเล็บสำคัญมาก

🔑กฎเครื่องหมายของฐานลบ

  • ฐานลบ + เลขชี้กำลัง คู่ → ผลลัพธ์เป็น บวก
  • ฐานลบ + เลขชี้กำลัง คี่ → ผลลัพธ์เป็น ลบ

3.5 สัญกรณ์วิทยาศาสตร์

รูปแบบมาตรฐาน

  • จำนวนใหญ่ → เลขชี้กำลัง บวก เช่น
  • จำนวนเล็กกว่า → เลขชี้กำลัง ลบ เช่น
  • นับ จากจำนวนครั้งที่เลื่อนจุดทศนิยม — เลื่อนซ้ายได้บวก เลื่อนขวาได้ลบ
✏️ตัวอย่าง

เขียน ในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์

  1. ขั้นที่ 1ย้ายจุดทศนิยมไปทางขวาให้ได้ตัวเลข ตัวหน้า: ได้
  2. ขั้นที่ 2นับจำนวนครั้งที่ย้าย: ครั้ง (ย้ายขวา → เลขชี้กำลังเป็นลบ)

ตอบ  

💡เคล็ดลับ

ใช้ตอนเทียบขนาด: กับ — ดูเลขชี้กำลังก่อน ตัวที่กำลังมากกว่าใหญ่กว่าทันที

📋 สรุปสูตร — เลขยกกำลัง

คูณฐานเดียวกัน

หารฐานเดียวกัน

ยกกำลังซ้อน

ยกกำลังผลคูณ

เลขชี้กำลังศูนย์

สัญกรณ์วิทยาศาสตร์

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • (ผิด — ต้องกระจายให้ครบ)
  • กับ ตอบเหมือนกัน (ผิด — ได้ กับ )
  • บวกเลขชี้กำลังทั้งที่ฐานต่างกัน
  • เขียนสัญกรณ์วิทยาศาสตร์เป็น (ผิดรูปแบบ ตัวหน้าต้องอยู่ระหว่าง ถึงน้อยกว่า )

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3

ตอบ  

ข้อ 4

ตอบ  

ข้อ 5เขียน ในรูปสัญกรณ์วิทยาศาสตร์

ตอบ  

บทที่ 4🔢 จำนวนและพีชคณิต

ทศนิยมและเศษส่วน

ทศนิยมกับเศษส่วนคือ “จำนวนเดียวกันในสองภาษา” แปลงไปมาได้เสมอ — บวกลบต้องทำส่วนให้เท่ากันก่อน ส่วนคูณหารทำได้ตรงๆ

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • แปลงระหว่างทศนิยมกับเศษส่วนได้
  • บวก ลบ คูณ หาร ทศนิยมและเศษส่วน (รวมทั้งที่ติดลบ) ได้
  • เปรียบเทียบและเรียงลำดับเศษส่วนกับทศนิยมได้

เศษส่วนอย่างต่ำlowest terms

เศษส่วนที่ตัวเศษและตัวส่วนไม่มีตัวหารร่วมอื่นนอกจาก 1

เศษเกินimproper fraction

เศษส่วนที่ตัวเศษมากกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน

จำนวนคละmixed number

จำนวนเต็มเขียนคู่กับเศษส่วน เช่น

ทศนิยมซ้ำrepeating decimal

ทศนิยมที่มีกลุ่มตัวเลขซ้ำไม่รู้จบ เช่น

4.1 ทศนิยมและค่าประจำหลัก

หลักตัวเลขค่าประจำหลักค่าของเลขโดดนั้น
สิบ
หน่วย
ส่วนสิบ
ส่วนร้อย
ส่วนพัน

ค่าประจำหลักของ

  • เติมศูนย์ท้ายทศนิยมได้โดยค่าไม่เปลี่ยน:
  • ใช้ตอนเปรียบเทียบ — ทำให้จำนวนตำแหน่งเท่ากันก่อน แล้วเทียบทีละหลัก

4.2 การบวก ลบ คูณ หาร ทศนิยม

  1. 1บวก/ลบ — ตั้งให้ จุดทศนิยมตรงกัน แล้วบวกลบตามปกติ
  2. 2คูณ — คูณเหมือนจำนวนเต็มก่อน แล้วนับตำแหน่งทศนิยมของตัวตั้งกับตัวคูณ รวมกัน ใส่กลับเข้าไป
  3. 3หาร — ทำตัวหารให้เป็นจำนวนเต็มโดยเลื่อนจุดทศนิยม แล้วเลื่อนตัวตั้งเท่ากัน จากนั้นหารปกติ
✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1คูณเหมือนจำนวนเต็ม:
  2. ขั้นที่ 2นับตำแหน่งทศนิยม: มี ตำแหน่ง + มี ตำแหน่ง = ตำแหน่ง
  3. ขั้นที่ 3ใส่จุดกลับ:

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1ตัวหาร ยังไม่เป็นจำนวนเต็ม เลื่อนจุด ตำแหน่งได้
  2. ขั้นที่ 2ตัวตั้งต้องเลื่อนเท่ากัน:
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

4.3 แปลงทศนิยม ↔ เศษส่วน

ทศนิยม → เศษส่วน

  1. 1นับตำแหน่งทศนิยม ตำแหน่ง
  2. 2เขียนตัวเลขทั้งหมด (ไม่มีจุด) เป็นตัวเศษ และ เป็นตัวส่วน
  3. 3ทำให้เป็นเศษส่วนอย่างต่ำด้วย ห.ร.ม.
✏️ตัวอย่าง

เขียน เป็นเศษส่วนอย่างต่ำ

  1. ขั้นที่ 1มี ตำแหน่ง →
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  

  • เศษส่วน → ทศนิยม ทำได้เสมอโดย หารตัวเศษด้วยตัวส่วน เช่น
  • ถ้าตัวส่วนอย่างต่ำมีเฉพาะตัวประกอบ และ/หรือ จะได้ทศนิยม รู้จบ
  • ถ้ามีตัวประกอบอื่น (เช่น ) จะได้ทศนิยม ซ้ำ เช่น

4.4 เศษส่วนเทียบเท่าและเศษส่วนอย่างต่ำ

คูณหรือหารทั้งเศษและส่วนด้วยจำนวนเดียวกัน ค่าไม่เปลี่ยน

  • — ทั้งหมดคือจำนวนเดียวกัน
  • จำนวนคละ → เศษเกิน:
  • เศษเกิน → จำนวนคละ: (เพราะ ได้ เศษ )
  • เวลาคำนวณ ให้แปลงเป็น เศษเกิน ก่อนเสมอ จะไม่พลาด

4.5 การบวกและลบเศษส่วน

เมื่อตัวส่วนเท่ากันแล้ว

เมื่อตัวส่วนไม่เท่ากัน

  1. 1หา ค.ร.น. ของตัวส่วนทั้งหมด — นี่คือตัวส่วนร่วม
  2. 2ขยายแต่ละเศษส่วนให้มีตัวส่วนเท่ากับ ค.ร.น. (คูณทั้งเศษและส่วน)
  3. 3บวกหรือลบเฉพาะ ตัวเศษ ตัวส่วนคงเดิม
  4. 4ทำผลลัพธ์ให้เป็นเศษส่วนอย่างต่ำ
✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2 และ
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4 กับ ไม่มีตัวหารร่วม จึงเป็นอย่างต่ำแล้ว

ตอบ  

⚠️ระวัง

ห้ามบวกตัวส่วน ลองคิดเป็นภาพ: ครึ่งหนึ่งบวกหนึ่งในสาม ต้องมากกว่าครึ่ง แต่ น้อยกว่าครึ่ง

4.6 การคูณและหารเศษส่วน

คูณ — ตรงๆ ไม่ต้องทำส่วนเท่ากัน

หาร — กลับตัวหลังแล้วคูณ

💡ตัดทอนก่อนคูณ ประหยัดแรงมาก

— ตัด กับ เหลือ กับ · ตัด กับ เหลือ กับ → เหลือ ไม่ต้องคูณเลขใหญ่แล้วค่อยลดทอน

✏️ตัวอย่าง

หาค่าของ

  1. ขั้นที่ 1แปลงจำนวนคละเป็นเศษเกิน:
  2. ขั้นที่ 2กลับตัวหารแล้วคูณ:
  3. ขั้นที่ 3ตัดทอน: กับ เหลือ กับ · กับ เหลือ กับ
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

4.7 การเปรียบเทียบและเรียงลำดับ

  1. 1ทำตัวส่วนให้เท่ากัน แล้วเทียบตัวเศษ (ชัวร์ที่สุด)
  2. 2คูณไขว้ กับ เทียบ กับ (ใช้ได้เมื่อ )
  3. 3แปลงเป็นทศนิยม แล้วเทียบ (เร็วที่สุดเมื่อมีเครื่องคิดเลข หรือตัวเลขง่าย)
✏️ตัวอย่าง

เรียงจากน้อยไปมาก:

  1. ขั้นที่ 1แปลงเป็นทศนิยมทั้งหมด:
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3เทียบ:

ตอบ  

⚠️ระวัง

กับ จำนวนลบ ทุกอย่างกลับด้าน — เพราะ อยู่ซ้ายกว่า บนเส้นจำนวน

4.8 การนำไปใช้

✏️ตัวอย่าง

ถังใบหนึ่งมีน้ำอยู่ ของถัง ใช้ไป ของน้ำที่มีอยู่ เหลือน้ำกี่ส่วนของถัง

  1. ขั้นที่ 1 ของน้ำที่มี” =
  2. ขั้นที่ 2เหลือ
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ  เหลือ ของถัง

💡 คำว่า “ของ” ในโจทย์เศษส่วน = เครื่องหมาย คูณ เกือบทุกครั้ง

📋 สรุปสูตร — ทศนิยมและเศษส่วน

บวก/ลบ (ส่วนเท่ากัน)

คูณ

หาร

เศษส่วนเทียบเท่า

จำนวนคละ → เศษเกิน

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • บวกตัวส่วนเข้าด้วยกัน เช่น
  • หารเศษส่วนแล้วกลับตัว หน้า แทนที่จะกลับตัว หลัง
  • ลืมแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกินก่อนคูณหาร
  • คูณทศนิยมแล้วนับตำแหน่งทศนิยมผิด
  • ลืมทำคำตอบให้เป็นเศษส่วนอย่างต่ำ

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3เขียน เป็นเศษส่วนอย่างต่ำ

ตอบ  

ข้อ 4 กับ อันไหนมากกว่า

ตอบ   (เพราะ )

ข้อ 5

ตอบ  

บทที่ 5📐 การวัดและเรขาคณิต

รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ

ฝึกมองรูปทรงสามมิติจากหลายมุม — ภาพด้านหน้า ด้านข้าง ด้านบน หน้าตัด และรูปคลี่ เป็นทักษะที่ใช้ต่อในเรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตร

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • จำแนกรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติได้
  • เขียนภาพด้านหน้า ด้านข้าง และด้านบนของรูปทรงที่กำหนดได้
  • บอกรูปหน้าตัดของทรงต่างๆ และจับคู่รูปคลี่กับรูปทรงได้

หน้าตัดcross-section

รูปสองมิติที่ได้จากการตัดรูปทรงสามมิติด้วยระนาบ

รูปคลี่net

รูปสองมิติที่พับขึ้นมาเป็นรูปทรงสามมิติได้พอดี

ปริซึมprism

ทรงที่มีหน้าตัดหัวท้ายเหมือนกันและขนานกัน

พีระมิดpyramid

ทรงที่มีฐานเป็นรูปหลายเหลี่ยมและด้านข้างมาบรรจบที่ยอดจุดเดียว

5.1 รูปสองมิติและสามมิติ

  • สองมิติ (2D) มีแค่ความกว้างกับความยาว เช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม ห้าเหลี่ยม
  • สามมิติ (3D) มีความหนา/ความสูงเพิ่มมา เช่น ลูกบาศก์ ปริซึม พีระมิด ทรงกระบอก กรวย ทรงกลม
  • รูปทรงสามมิติมี หน้า (face) · ขอบ (edge) · จุดยอด (vertex)
รูปทรงหน้าขอบจุดยอด
ลูกบาศก์
ปริซึมสามเหลี่ยม
พีระมิดฐานสี่เหลี่ยม
ทรงกระบอก**

นับหน้า ขอบ จุดยอด

📎น่ารู้

* ทรงกระบอกมีผิวโค้ง จึงนับ “หน้า/ขอบ” ต่างจากทรงที่มีหน้าเรียบทั้งหมด บางตำราจึงนับไม่เท่ากัน

5.2 หน้าตัด

ถ้าใช้มีดตัดรูปทรงสามมิติหนึ่งครั้ง รอยตัดที่ได้คือรูปสองมิติ เรียกว่า หน้าตัด และหน้าตัดจะเปลี่ยนไปตามแนวที่ตัด

รูปทรงตัดขนานฐานตัดตั้งฉากกับฐาน
ทรงกระบอกวงกลมสี่เหลี่ยมมุมฉาก
กรวยวงกลม (เล็กลงเมื่อขึ้นสูง)สามเหลี่ยม
ทรงกลมวงกลมวงกลม (ตัดทางไหนก็วงกลม)
ลูกบาศก์สี่เหลี่ยมจัตุรัสสี่เหลี่ยมจัตุรัส
พีระมิดฐานสี่เหลี่ยมสี่เหลี่ยม (เล็กลงเมื่อขึ้นสูง)สามเหลี่ยม

💡เคล็ดลับ

ตัดลูกบาศก์แบบ เฉียง ได้หน้าตัดเป็นสามเหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หรือหกเหลี่ยมก็ได้ — ลองนึกภาพตัดผ่านมุมสามมุมที่ติดกัน จะได้สามเหลี่ยม

5.3 ภาพด้านหน้า ด้านข้าง ด้านบน

  • ภาพด้านหน้า — มองตรงเข้าหารูปทรงจากด้านหน้า
  • ภาพด้านข้าง — มองจากทางซ้ายหรือขวา
  • ภาพด้านบน — มองจากด้านบนลงมา
  • ทุกภาพเป็นรูป สองมิติ และวาดตามที่ “เห็นเป็นเงา” ไม่ต้องวาดความลึก
✏️ตัวอย่าง

วางลูกบาศก์เล็ก ก้อนเรียงเป็นแถวยาว แล้ววางเพิ่มอีก ก้อนบนก้อนกลาง จงบอกภาพทั้งสามด้าน

  1. ขั้นที่ 1ด้านหน้า: เห็นแถวล่าง ช่อง และมี ช่องโผล่ขึ้นมาตรงกลาง — เป็นรูปตัว T คว่ำ
  2. ขั้นที่ 2ด้านบน: มองลงมาเห็นแค่แถวยาว ช่อง (ก้อนที่ซ้อนอยู่บังก้อนล่างพอดี)
  3. ขั้นที่ 3ด้านข้าง: เห็นความลึกแค่ ช่อง และสูง ช่อง — เป็นรูปสี่เหลี่ยม

ตอบ  หน้า = T คว่ำ · บน = แถว ช่อง · ข้าง = สี่เหลี่ยม

5.4 รูปคลี่

  • รูปคลี่ของลูกบาศก์ = สี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปต่อกัน (มีแบบที่พับได้ทั้งหมด แบบ)
  • ปริซึมสามเหลี่ยม = สามเหลี่ยม รูป (หัวท้าย) + สี่เหลี่ยม รูป
  • ทรงกระบอก = วงกลม วง + สี่เหลี่ยมผืนผ้า รูป (ด้านยาว = เส้นรอบวง)
  • กรวย = วงกลม วง + รูปพัด (ส่วนของวงกลม) รูป

💡เช็กเร็วว่ารูปคลี่พับเป็นลูกบาศก์ได้ไหม

  • ต้องมีสี่เหลี่ยมจัตุรัสครบ รูป
  • ต้องไม่มี รูปมาชนกันรอบจุดเดียว (จะพับซ้อนกัน)
  • ลองหา “แถวยาว รูป” แล้วอีก รูปต้องอยู่คนละฝั่งและไม่ตรงกัน

5.5 พื้นที่ผิวและปริมาตรเบื้องต้น

  • พื้นที่ผิว = พื้นที่ของรูปคลี่ทั้งหมดรวมกัน (คิดเป็นตารางหน่วย)
  • ปริมาตร = ที่ว่างข้างในรูปทรง (คิดเป็นลูกบาศก์หน่วย)
  • ปริซึมทุกชนิดใช้หลักเดียวกัน: ปริมาตร = พื้นที่หน้าตัด × ความสูง

ปริมาตรของปริซึม (รวมทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและทรงกระบอก)

รูปทรงพื้นที่ผิวปริมาตร
ลูกบาศก์ ด้าน
ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก
ทรงกระบอก

📋 สรุปสูตร — รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ

ปริมาตรปริซึม

ลูกบาศก์

ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก

ทรงกระบอก

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • วาดภาพด้านบนโดยใส่ความลึกเข้าไปด้วย (ต้องเป็นรูป 2 มิติล้วน)
  • คิดว่าหน้าตัดของกรวยตัดตั้งฉากเป็นวงกลม (จริงๆ เป็นสามเหลี่ยม)
  • สับสนพื้นที่ผิว (ตารางหน่วย) กับปริมาตร (ลูกบาศก์หน่วย)
  • นับรูปคลี่ลูกบาศก์โดยลืมเช็กว่าพับแล้วซ้อนทับกันหรือไม่

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1ตัดทรงกระบอกตั้งฉากกับฐาน ได้หน้าตัดรูปอะไร

ตอบ  สี่เหลี่ยมมุมฉาก

ข้อ 2ลูกบาศก์มีขอบกี่เส้น

ตอบ   เส้น

ข้อ 3ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากกว้าง ยาว สูง ปริมาตรเท่าใด

ตอบ   ลูกบาศก์หน่วย

ข้อ 4รูปคลี่ของทรงกระบอกประกอบด้วยอะไรบ้าง

ตอบ  วงกลม วง และสี่เหลี่ยมผืนผ้า รูป

บทที่ 6🔢 จำนวนและพีชคณิต

สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

สมการคือ “ตาชั่งที่สมดุล” — ทำอะไรกับข้างหนึ่ง ต้องทำกับอีกข้างเหมือนกันเสมอ เป้าหมายคือแยกตัวแปรให้อยู่โดดเดี่ยวข้างเดียว

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • แยกได้ว่าอะไรคือนิพจน์ อะไรคือสมการ
  • ใช้สมบัติการเท่ากันแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวได้
  • แก้สมการที่มีวงเล็บ มีเศษส่วน และมีตัวแปรทั้งสองข้างได้
  • แปลงโจทย์ปัญหาเป็นสมการแล้วแก้หาคำตอบได้

ตัวแปรvariable

สัญลักษณ์ที่ใช้แทนจำนวนที่ยังไม่รู้ค่า

สัมประสิทธิ์coefficient

จำนวนที่คูณอยู่กับตัวแปร เช่น ใน สัมประสิทธิ์คือ

คำตอบของสมการsolution

ค่าของตัวแปรที่ทำให้สมการเป็นจริง

6.1 นิพจน์ ต่างจาก สมการ อย่างไร

นิพจน์สมการ
ตัวอย่าง
มีเครื่องหมาย ไหมไม่มีมี
ทำอะไรได้ย่อ/แทนค่าแก้หาค่าตัวแปร
  • สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว คือสมการที่เขียนได้ในรูป เมื่อ
  • ตัวแปรต้องมีเลขชี้กำลังเป็น เท่านั้น — ไม่ใช่ สมการเชิงเส้น

6.2 สมบัติของการเท่ากัน (หัวใจของบทนี้)

🔑คิดเป็นภาพ: ตาชั่งสองแขน

สมการคือตาชั่งที่สมดุลอยู่ ถ้าเติมของลงข้างซ้าย กรัม ต้องเติมข้างขวา กรัมด้วย ไม่งั้นตาชั่งเอียง — นี่คือกฎเดียวที่ต้องจำทั้งบท

สมบัติรูปแบบ
บวกเท่ากันถ้า แล้ว
ลบเท่ากันถ้า แล้ว
คูณเท่ากันถ้า แล้ว
หารเท่ากันถ้า และ แล้ว

ทำอะไรกับสมการได้บ้าง (ทำทั้งสองข้างเสมอ)

6.3 แก้สมการขั้นพื้นฐาน

ลำดับการแก้ที่ใช้ได้เกือบทุกข้อ

  1. 1กระจายวงเล็บให้หมดก่อน
  2. 2ถ้ามีเศษส่วน คูณทั้งสองข้างด้วย ค.ร.น. ของตัวส่วน เพื่อกำจัดเศษส่วน
  3. 3ย้ายพจน์ที่มีตัวแปรไปข้างเดียวกัน และพจน์ตัวเลขไปอีกข้าง
  4. 4รวมพจน์คล้ายให้เหลือ
  5. 5หารทั้งสองข้างด้วยสัมประสิทธิ์
  6. 6แทนค่ากลับเข้าสมการเดิมเพื่อตรวจคำตอบ
✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ

  1. ขั้นที่ 1ลบ ทั้งสองข้าง:
  2. ขั้นที่ 2หาร ทั้งสองข้าง:
  3. ขั้นที่ 3ตรวจ:

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ

  1. ขั้นที่ 1บวก ทั้งสองข้าง:
  2. ขั้นที่ 2คูณ ทั้งสองข้าง:

ตอบ  

6.4 สมการที่มีวงเล็บ

กระจายด้วยสมบัติการแจกแจง

✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ

  1. ขั้นที่ 1กระจาย:
  2. ขั้นที่ 2รวมพจน์:
  3. ขั้นที่ 3ย้ายตัวแปรไปขวา ตัวเลขไปซ้าย:
  4. ขั้นที่ 4
  5. ขั้นที่ 5ตรวจ: ซ้าย · ขวา

ตอบ  

⚠️เครื่องหมายลบหน้าวงเล็บ

ไม่ใช่ — ลบต้องแจกแจงเข้าไปทุกพจน์

6.5 สมการที่มีเศษส่วน

✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ

  1. ขั้นที่ 1 → คูณ ทั้งสองข้าง
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

💡 คูณ ค.ร.น. เข้าไป ทุกพจน์ รวมทั้งพจน์ที่ไม่มีเศษส่วนด้วย (เช่น ต้องกลายเป็น )

6.6 ตัวแปรอยู่ทั้งสองข้าง และกรณีพิเศษ

  • ย้ายตัวแปรไปรวมข้างที่ทำให้สัมประสิทธิ์เป็นบวก จะคิดง่ายกว่า
  • ถ้าสุดท้ายได้ประโยคจริงเสมอ เช่น → สมการเป็นจริงทุกค่าของ (คำตอบไม่จำกัด)
  • ถ้าได้ประโยคเท็จ เช่น ไม่มีคำตอบ
✏️ตัวอย่าง

แก้สมการ

  1. ขั้นที่ 1กระจาย:
  2. ขั้นที่ 2ลบ ทั้งสองข้าง: — จริงเสมอ

ตอบ  เป็นจริงทุกค่าของ (มีคำตอบไม่จำกัด)

6.7 โจทย์ปัญหา — แปลภาษาไทยเป็นสมการ

ข้อความเขียนเป็น
มากกว่า อยู่
น้อยกว่า อยู่
เป็น เท่าของ
มากกว่า อยู่
ผลรวมเป็น
ของ / เศษส่วนของคูณ

พจนานุกรมแปลโจทย์

ขั้นตอนมาตรฐาน

  1. 1อ่านโจทย์ให้จบ แล้วถามว่า “โจทย์ถามอะไร” — สิ่งนั้นคือ
  2. 2เขียนสิ่งอื่นๆ ให้อยู่ในรูปของ
  3. 3หาประโยคที่บอกว่า “อะไรเท่ากับอะไร” → นั่นคือสมการ
  4. 4แก้สมการ แล้ว ตอบให้ตรงคำถาม (บางทีโจทย์ถามค่าอื่นที่ไม่ใช่ )
✏️ตัวอย่าง

พ่ออายุมากกว่าลูก ปี อีก ปีข้างหน้า พ่อจะมีอายุเป็น เท่าของลูก ปัจจุบันลูกอายุกี่ปี

  1. ขั้นที่ 1ให้ลูกอายุปัจจุบัน ปี → พ่ออายุ ปี
  2. ขั้นที่ 2อีก ปี: ลูกอายุ · พ่ออายุ
  3. ขั้นที่ 3สมการ:
  4. ขั้นที่ 4
  5. ขั้นที่ 5
  6. ขั้นที่ 6ตรวจ: อีก ปี ลูก พ่อ และ

ตอบ  ปัจจุบันลูกอายุ ปี

✏️ตัวอย่าง

ซื้อสมุดราคาเล่มละ บาท และปากกาด้ามละ บาท รวม ชิ้น จ่ายเงินทั้งหมด บาท ซื้อสมุดกี่เล่ม

  1. ขั้นที่ 1ให้ซื้อสมุด เล่ม → ปากกา ด้าม
  2. ขั้นที่ 2สมการ:
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  ซื้อสมุด เล่ม (และปากกา ด้าม)

📋 สรุปสูตร — สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว

รูปทั่วไป

สมบัติการเท่ากัน

แจกแจง

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ย้ายข้างแล้วลืมเปลี่ยนเครื่องหมาย
  • คูณ ค.ร.น. เข้าไปไม่ครบทุกพจน์ (ลืมพจน์ที่ไม่มีเศษส่วน)
  • เครื่องหมายลบหน้าวงเล็บ แจกแจงไม่ครบ
  • แก้ได้ แล้วตอบ ทั้งที่โจทย์ถามค่าอื่น
  • ไม่ตรวจคำตอบ ทั้งที่ใช้เวลาแค่ 10 วินาที

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1

ตอบ  

ข้อ 2

ตอบ  

ข้อ 3

ตอบ  

ข้อ 4

ตอบ  จริงทุกค่าของ

ข้อ 5ผลบวกของจำนวนเต็มสามจำนวนเรียงติดกันเป็น จำนวนที่น้อยที่สุดคือเท่าใด

ตอบ  

บทที่ 7🔢 จำนวนและพีชคณิต

อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ

อัตราส่วนคือการเทียบปริมาณ สัดส่วนคืออัตราส่วนสองชุดที่เท่ากัน (แก้ด้วยการคูณไขว้) และร้อยละคืออัตราส่วนที่เทียบกับ 100 — เรื่องนี้ใช้ในชีวิตจริงมากที่สุดในบรรดาทุกบท

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • เขียนและทำอัตราส่วนอย่างต่ำ รวมทั้งอัตราส่วนของสามจำนวนได้
  • แก้สัดส่วนด้วยการคูณไขว้ได้
  • คำนวณร้อยละ กำไร ขาดทุน ส่วนลด และดอกเบี้ยอย่างง่ายได้

อัตราส่วนratio

การเปรียบเทียบปริมาณสองปริมาณ เขียน หรือ

สัดส่วนproportion

ประโยคที่บอกว่าอัตราส่วนสองชุดเท่ากัน

ร้อยละpercent

อัตราส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 100

7.1 อัตราส่วนคืออะไร

  • เขียนได้ แบบ: · · “ ต่อ
  • ลำดับสำคัญ ไม่เท่ากับ
  • อัตราส่วนไม่มีหน่วยเมื่อเทียบปริมาณชนิดเดียวกัน แต่ต้อง ทำหน่วยให้เหมือนกันก่อน
  • ทำให้เป็นอย่างต่ำโดยหารทั้งสองข้างด้วย ห.ร.ม.
✏️ตัวอย่าง

เขียนอัตราส่วนของ นาที ต่อ ชั่วโมง ให้อยู่ในรูปอย่างต่ำ

  1. ขั้นที่ 1ทำหน่วยให้เหมือนกัน: ชั่วโมง นาที
  2. ขั้นที่ 2ได้
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4

ตอบ  

💡 ลืมแปลงหน่วย = ผิดทันที เป็นกับดักที่โจทย์ชอบวางที่สุด

7.2 อัตราส่วนของสามจำนวน

เมื่อโจทย์ให้ และ มา ต้องทำ ตัวร่วม () ให้เท่ากัน ก่อน จึงจะรวมเป็น ได้

✏️ตัวอย่าง

ถ้า และ จงหา

  1. ขั้นที่ 1ตัวร่วมคือ ซึ่งเป็น กับ → ค.ร.น.
  2. ขั้นที่ 2ขยาย ด้วย
  3. ขั้นที่ 3ขยาย ด้วย
  4. ขั้นที่ 4รวม:

ตอบ  

✏️ตัวอย่าง

แบ่งเงิน บาท ตามอัตราส่วน แต่ละส่วนได้เท่าใด

  1. ขั้นที่ 1รวมส่วนทั้งหมด: ส่วน
  2. ขั้นที่ 2ค่าของ ส่วน บาท
  3. ขั้นที่ 3แต่ละคน:

ตอบ  , และ บาท

💡 โจทย์แบ่งของตามอัตราส่วน — ให้หา “ค่าของ 1 ส่วน” ก่อนเสมอ

7.3 สัดส่วนและการคูณไขว้

คูณไขว้

✏️ตัวอย่าง

ถ้าซื้อไข่ ฟอง ราคา บาท ซื้อ ฟอง ต้องจ่ายเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1ตั้งสัดส่วนโดยให้หน่วยตรงกัน:
  2. ขั้นที่ 2คูณไขว้:
  3. ขั้นที่ 3

ตอบ   บาท

⚠️ตั้งสัดส่วนให้ถูกตำแหน่ง

ข้างบนต้องเป็นชนิดเดียวกันทั้งสองฝั่ง และข้างล่างต้องเป็นชนิดเดียวกันทั้งสองฝั่ง — เขียน หน่วยกำกับ ไว้ตอนตั้ง จะไม่มีทางไขว้ผิดคู่

📎แปรผันตรง vs แปรผกผัน

  • แปรผันตรง — ตัวหนึ่งเพิ่ม อีกตัวเพิ่ม (ซื้อมากจ่ายมาก) → ตั้งสัดส่วนตรงๆ
  • แปรผกผัน — ตัวหนึ่งเพิ่ม อีกตัวลด (คนมากขึ้น เวลาน้อยลง) → ต้อง กลับข้าง อัตราส่วนหนึ่งฝั่ง

7.4 ร้อยละ

นิยาม

โจทย์ถามวิธีคิดตัวอย่าง
ของ เป็นเท่าใด ของ
เป็นร้อยละเท่าใดของ เป็น ของ
ของอะไรเป็น ของ เป็น

สามคำถามพื้นฐานของร้อยละ

✏️ตัวอย่าง

นักเรียนห้องหนึ่งมี คน ขาดเรียน คน คิดเป็นร้อยละเท่าใด (ทศนิยม 2 ตำแหน่ง)

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  ประมาณร้อยละ

7.5 กำไร ขาดทุน และส่วนลด

ร้อยละกำไร/ขาดทุน — คิดจาก ราคาทุน เสมอ

ส่วนลด — คิดจาก ราคาป้าย เสมอ

✏️ตัวอย่าง

ซื้อสินค้ามา บาท ขายไป บาท ได้กำไรร้อยละเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1กำไร บาท
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ  กำไรร้อยละ

💡 ถ้าเผลอหารด้วย (ราคาขาย) จะได้ ซึ่งผิด — กำไรคิดจากทุนเสมอ

✏️ตัวอย่าง

เสื้อราคาป้าย บาท ลด แล้วลดอีก จ่ายจริงเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1ลดครั้งแรก:
  2. ขั้นที่ 2ลดครั้งที่สองคิดจาก ไม่ใช่ :

ตอบ   บาท

💡 ลด แล้วลด ไม่เท่ากับ ลด (ซึ่งจะเหลือ ) — เป็นกับดักคลาสสิก

7.6 ดอกเบี้ยและภาษีเบื้องต้น

ดอกเบี้ยอย่างง่าย (simple interest)

= เงินต้น · = อัตราต่อปี (ทศนิยม) · = เวลาเป็นปี

✏️ตัวอย่าง

ฝากเงิน บาท ดอกเบี้ยร้อยละ ต่อปี เป็นเวลา ปี ได้ดอกเบี้ยเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2

ตอบ   บาท

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) — ราคารวม VAT ราคาก่อน VAT
  • ถ้ารู้ราคารวม VAT แล้วอยากถอยกลับ ให้ หาร ด้วย (ไม่ใช่คูณ )

📋 สรุปสูตร — อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ

คูณไขว้

ร้อยละ

$r\%$ ของ $A$

$B$ เป็นกี่ % ของ $A$

% กำไร (จากทุน)

ดอกเบี้ยอย่างง่าย

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ลืมแปลงหน่วยให้เหมือนกันก่อนเขียนอัตราส่วน
  • คิดร้อยละกำไรจากราคาขาย แทนที่จะเป็นราคาทุน
  • รวมส่วนลดสองครั้งเข้าด้วยกัน (ลด 15% แล้ว 10% ≠ ลด 25%)
  • คูณไขว้ผิดคู่เพราะตั้งสัดส่วนสลับหน่วย
  • ถอย VAT ด้วยการคูณ แทนที่จะหาร

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1ทำ ให้เป็นอย่างต่ำ

ตอบ  

ข้อ 2ถ้า แล้ว เท่ากับเท่าใด

ตอบ  

ข้อ 3 ของ

ตอบ  

ข้อ 4ทุน ขาย ขาดทุนร้อยละเท่าใด

ตอบ  ร้อยละ

ข้อ 5แบ่ง บาท ตามอัตราส่วน ได้คนละเท่าใด

ตอบ   และ บาท

บทที่ 8🔢 จำนวนและพีชคณิต

กราฟและความสัมพันธ์เชิงเส้น

ระนาบพิกัดทำให้ “ตัวเลข” กลายเป็น “ภาพ” — ความสัมพันธ์เชิงเส้นจะปรากฏเป็นเส้นตรง และอ่านคำตอบจากกราฟได้โดยไม่ต้องคำนวณ

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • เขียนและอ่านคู่อันดับบนระนาบพิกัดได้
  • บอกจตุภาคของจุดและเครื่องหมายของพิกัดได้
  • เขียนกราฟของความสัมพันธ์เชิงเส้นจากตารางค่าได้
  • อ่านและแปลความหมายของกราฟในสถานการณ์จริงได้

คู่อันดับordered pair

— ลำดับสำคัญ ตัวหน้าคือแกนนอนเสมอ

จุดกำเนิดorigin

จุด ที่แกนสองแกนตัดกัน

จตุภาคquadrant

พื้นที่ 4 ส่วนที่แกนสองแกนแบ่งระนาบออก

8.1 ระนาบพิกัดและคู่อันดับ

  • แกน = แกนนอน · แกน = แกนตั้ง · ตัดกันที่ จุดกำเนิด
  • คู่อันดับ อ่านว่า “เดินตามแกนนอน หน่วย แล้วเดินตามแกนตั้ง หน่วย”
  • ⚠️ กับ เป็นคนละจุด — ลำดับสำคัญเสมอ
  • จุดที่อยู่บนแกน มี · จุดที่อยู่บนแกน มี
จตุภาคตัวอย่างจุด
ที่ 1 (ขวาบน)
ที่ 2 (ซ้ายบน)
ที่ 3 (ซ้ายล่าง)
ที่ 4 (ขวาล่าง)

จตุภาคและเครื่องหมาย

💡เคล็ดลับ

นับจตุภาคทวนเข็มนาฬิกา เริ่มจากขวาบน — จำง่ายๆ ว่า “เริ่มมุมขวาบน แล้ววนซ้าย”

8.2 ความสัมพันธ์และการเขียนกราฟ

เขียนกราฟจากสมการ

  1. 1สร้างตารางค่า — เลือก ง่ายๆ เช่น
  2. 2แทนค่าลงในสมการเพื่อหา แต่ละตัว
  3. 3เขียนเป็นคู่อันดับ แล้วลงจุดบนระนาบ
  4. 4ลากเส้นผ่านจุดเหล่านั้น
✏️ตัวอย่าง

เขียนกราฟของ

  1. ขั้นที่ 1
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3
  4. ขั้นที่ 4
  5. ขั้นที่ 5
  6. ขั้นที่ 6ลงจุด แล้วลากเส้น

ตอบ  ได้เส้นตรงที่ตัดแกน ที่ และเอียงขึ้นไปทางขวา

🔑เช็กว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงเส้นไหม

ถ้า เพิ่มขึ้นทีละเท่าๆ กัน แล้ว เพิ่ม (หรือลด) ทีละเท่าๆ กันด้วย → กราฟจะเป็นเส้นตรง

ชุด A:
ผลต่าง
ชุด B:
ผลต่าง

ตารางนี้เป็นเชิงเส้นหรือไม่

  • ชุด A ผลต่างคงที่ เป็นเชิงเส้น (กราฟเป็นเส้นตรง)
  • ชุด B ผลต่างไม่คงที่ → ไม่เป็นเชิงเส้น (กราฟโค้ง)

8.3 ลักษณะของกราฟเส้นตรง

รูปทั่วไป

บอกความชัน · บอกจุดที่ตัดแกน

  • → เส้นเอียง ขึ้น จากซ้ายไปขวา
  • → เส้นเอียง ลง จากซ้ายไปขวา
  • → เส้น ขนานแกน (แนวนอน) เช่น
  • สมการรูป → เส้น ขนานแกน (แนวตั้ง)
  • คือค่า เมื่อ — จุดที่เส้นตัดแกน
✏️ตัวอย่าง

กราฟ ตัดแกน ที่ใด และเอียงขึ้นหรือลง

  1. ขั้นที่ 1เทียบกับ ได้ และ
  2. ขั้นที่ 2 ติดลบ → เอียงลง

ตอบ  ตัดแกน ที่ และเอียงลงจากซ้ายไปขวา

8.4 การอ่านและแปลความหมายกราฟ

  • อ่าน ชื่อแกนและหน่วย ก่อนเสมอ — ไม่งั้นแปลผิดทั้งข้อ
  • เส้น ชันมาก = เปลี่ยนแปลงเร็ว · เส้น แบน = ไม่เปลี่ยนแปลง (เช่น รถหยุดนิ่ง)
  • จุดที่กราฟสองเส้น ตัดกัน = สถานการณ์ที่ทั้งสองมีค่าเท่ากัน
✏️ตัวอย่าง

ร้านเช่าจักรยานคิดค่าแรกเข้า บาท และคิดเพิ่มชั่วโมงละ บาท เขียนความสัมพันธ์และหาว่าเช่า ชั่วโมงจ่ายเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1ให้ = จำนวนชั่วโมง · = ค่าใช้จ่ายรวม
  2. ขั้นที่ 2
  3. ขั้นที่ 3แทน :

ตอบ   บาท · กราฟตัดแกน ที่ (ค่าแรกเข้า) และมีความชัน (ค่าต่อชั่วโมง)

💡 ในโจทย์แบบนี้ = ค่าคงที่/ค่าแรกเข้า และ = อัตราต่อหน่วย เกือบทุกครั้ง

📋 สรุปสูตร — กราฟและความสัมพันธ์เชิงเส้น

คู่อันดับ

รูปทั่วไปของเส้นตรง

เส้นแนวนอน / แนวตั้ง

ตัดแกน Y ที่

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • สลับ กับ ตอนลงจุด
  • นับช่องบนแกนผิดเพราะไม่ดูว่า 1 ช่องเท่ากับกี่หน่วย
  • ลากเส้นตรงทั้งที่ตารางค่าบอกว่าผลต่างไม่คงที่
  • อ่านกราฟโดยไม่ดูชื่อแกนและหน่วย

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1จุด อยู่จตุภาคที่เท่าใด

ตอบ  จตุภาคที่ 2

ข้อ 2 ตัดแกน ที่จุดใด

ตอบ  

ข้อ 3 ตัดแกน ที่จุดใด

ตอบ   (แทน )

ข้อ 4กราฟ เอียงขึ้นหรือลง

ตอบ  เอียงลง เพราะ

บทที่ 9📊 สถิติและความน่าจะเป็น

สถิติ (1)

สถิติไม่ใช่แค่การคำนวณ แต่เริ่มจาก “ตั้งคำถามให้ถูก” แล้วเก็บข้อมูล นำเสนอด้วยแผนภูมิที่เหมาะสม และสรุปด้วยค่ากลางที่เลือกใช้อย่างมีเหตุผล

🎯 จบบทนี้แล้วทำอะไรได้

  • ตั้งคำถามทางสถิติและเลือกวิธีเก็บข้อมูลได้
  • เลือกและอ่านแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง แผนภูมิวงกลม และกราฟเส้นได้
  • หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยม และเลือกใช้ได้เหมาะกับข้อมูล

คำถามทางสถิติstatistical question

คำถามที่คำตอบมีความหลากหลาย ต้องเก็บข้อมูลหลายค่าจึงตอบได้

ค่าเฉลี่ยเลขคณิตmean

ผลรวมของข้อมูลหารด้วยจำนวนข้อมูล

มัธยฐานmedian

ค่าที่อยู่ตรงกลางเมื่อเรียงข้อมูลแล้ว

ฐานนิยมmode

ค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุด

9.1 คำถามทางสถิติ

เป็นคำถามทางสถิติ ✓ไม่เป็นคำถามทางสถิติ ✗
นักเรียนห้องนี้ใช้เวลาเดินทางมาโรงเรียนนานเท่าใดสมชายใช้เวลาเดินทางมาโรงเรียนนานเท่าใด
คนไทยดื่มน้ำวันละกี่แก้ววันนี้ฉันดื่มน้ำกี่แก้ว

🔑สาระสำคัญ

คำถามทางสถิติต้องมี ความแปรผัน — คำตอบไม่ใช่ค่าเดียว แต่กระจายเป็นหลายค่า จึงต้องเก็บข้อมูลมาสรุป

  1. 1ตั้งคำถาม ที่ตอบได้ด้วยข้อมูล
  2. 2เก็บข้อมูล — สำรวจ สอบถาม ทดลอง หรือสังเกต
  3. 3จัดระเบียบ — ทำตารางแจกแจงความถี่
  4. 4นำเสนอ — เลือกแผนภูมิให้เหมาะกับชนิดข้อมูล
  5. 5แปลความหมาย — สรุปอย่างระมัดระวัง ไม่สรุปเกินข้อมูล

9.2 ตารางแจกแจงความถี่

✏️ตัวอย่าง

คะแนนสอบของนักเรียน คน: จงทำตารางแจกแจงความถี่

  1. ขั้นที่ 1เรียงค่าที่เป็นไปได้จากน้อยไปมาก:
  2. ขั้นที่ 2นับจำนวนครั้งที่แต่ละค่าปรากฏ
  3. ขั้นที่ 3ตรวจว่าผลรวมความถี่ เท่ากับจำนวนข้อมูล

ตอบ   · · · · (รวม ✓)

💡เคล็ดลับ

ตรวจงานเสมอด้วยการบวกความถี่ทั้งหมด ต้องเท่ากับจำนวนข้อมูลพอดี — จับข้อผิดพลาดได้ทันที

9.3 เลือกแผนภูมิให้เหมาะกับข้อมูล

แผนภูมิเหมาะกับข้อควรระวัง
แผนภูมิรูปภาพข้อมูลจำนวนไม่มาก สื่อสารง่ายต้องมีคำอธิบายว่า 1 รูป = กี่หน่วย
แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบปริมาณระหว่างกลุ่มแกนตั้งควรเริ่มที่ ไม่งั้นหลอกตา
แผนภูมิวงกลมแสดงสัดส่วนของส่วนย่อยต่อทั้งหมดใช้ได้เมื่อรวมกันเป็น เท่านั้น
กราฟเส้นแสดงการเปลี่ยนแปลงตามเวลาอย่าใช้กับข้อมูลที่ไม่ต่อเนื่อง

หามุมที่จุดศูนย์กลางของแผนภูมิวงกลม

✏️ตัวอย่าง

นักเรียน คน ชอบกีฬาฟุตบอล คน จะเขียนเป็นส่วนของแผนภูมิวงกลมที่มีมุมเท่าใด และคิดเป็นร้อยละเท่าใด

  1. ขั้นที่ 1มุม:
  2. ขั้นที่ 2ร้อยละ:

ตอบ  มุม คิดเป็นร้อยละ

9.4 ค่ากลางของข้อมูล

ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

หามัธยฐาน

  1. 1เรียงข้อมูลจากน้อยไปมากก่อนเสมอ (ขั้นที่คนลืมมากที่สุด)
  2. 2ถ้าจำนวนข้อมูลเป็น คี่ → มัธยฐานคือค่าตรงกลางตัวเดียว
  3. 3ถ้าเป็น คู่ → เอาสองตัวกลางมาบวกกันแล้วหาร
✏️ตัวอย่าง

หาค่าเฉลี่ย มัธยฐาน และฐานนิยมของ

  1. ขั้นที่ 1ค่าเฉลี่ย:
  2. ขั้นที่ 2เรียงลำดับ:
  3. ขั้นที่ 3มีข้อมูล ตัว (คู่) → สองตัวกลางคือ กับ
  4. ขั้นที่ 4ฐานนิยม: ปรากฏ ครั้ง มากที่สุด

ตอบ  ค่าเฉลี่ย · มัธยฐาน · ฐานนิยม

ค่ากลางใช้เมื่อจุดอ่อน
ค่าเฉลี่ยข้อมูลกระจายสม่ำเสมอ ไม่มีค่าสุดโต่งค่าสุดโต่งเพียงตัวเดียวก็ดึงให้เพี้ยนได้
มัธยฐานมีค่าสุดโต่ง เช่น รายได้ ราคาบ้านไม่ได้ใช้ข้อมูลทุกตัว
ฐานนิยมข้อมูลเชิงคุณภาพ เช่น สีที่ชอบ ไซซ์รองเท้าอาจไม่มี หรือมีหลายค่า

เลือกใช้ค่ากลางตัวไหนดี

📎ตัวอย่างที่ค่าเฉลี่ยหลอกเรา

พนักงาน คน เงินเดือน บาท และเจ้าของกิจการ คน เงินเดือน บาท — ค่าเฉลี่ยคือ บาท ซึ่งไม่มีใครได้เงินเดือนใกล้เคียงเลย ในกรณีนี้ มัธยฐาน บาท สะท้อนความจริงมากกว่า

9.5 ระวังกราฟหลอกตา

  • แกนตั้งไม่เริ่มที่ศูนย์ — ทำให้ความต่างเล็กน้อยดูใหญ่มาก
  • ใช้รูปภาพขยายทั้งสองมิติ — ค่าเพิ่ม เท่า แต่พื้นที่รูปดูใหญ่ขึ้น เท่า
  • เลือกช่วงเวลาเฉพาะที่เข้าทาง — ตัดข้อมูลก่อนหน้าที่ขัดกับข้อสรุปทิ้ง
  • สเกลไม่เท่ากัน ระหว่างช่องบนแกนเดียวกัน

🔑สาระสำคัญ

เวลาเห็นกราฟในข่าวหรือโฆษณา ให้ถาม คำถามเสมอ: แกนเริ่มที่เท่าไร · หน่วยคืออะไร · ข้อมูลมาจากไหน

📋 สรุปสูตร — สถิติ (1)

ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

มัธยฐาน (n คี่)

มัธยฐาน (n คู่)

มุมในแผนภูมิวงกลม

🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • หามัธยฐานโดยไม่เรียงข้อมูลก่อน
  • ใช้ค่าเฉลี่ยกับข้อมูลที่มีค่าสุดโต่ง ทำให้สรุปผิด
  • ใช้แผนภูมิวงกลมกับข้อมูลที่รวมกันไม่ครบ
  • อ่านแผนภูมิแท่งที่แกนตั้งไม่เริ่มที่ แล้วสรุปว่าต่างกันมาก
  • ลืมว่าฐานนิยมอาจมีมากกว่าหนึ่งค่า หรือไม่มีเลย

✅ เช็กตัวเอง

ข้อ 1หามัธยฐานของ

ตอบ   (เรียงได้ )

ข้อ 2ค่าเฉลี่ยของ

ตอบ  

ข้อ 3ข้อมูล ค่า ถ้าส่วนหนึ่งมี ค่า จะกินมุมกี่องศาในแผนภูมิวงกลม

ตอบ  

ข้อ 4ข้อมูลเงินเดือนที่มีเจ้าของกิจการรวมอยู่ ควรใช้ค่ากลางใด

ตอบ  มัธยฐาน เพราะไม่ถูกค่าสุดโต่งดึง

อ่านจบแล้ว — ถึงเวลาลงสนามจริง

อ่านเข้าใจกับทำโจทย์ได้ เป็นคนละเรื่องกัน
ที่สนามสอบ โจทย์ถูกสร้างใหม่ทุกครั้ง ไม่ซ้ำ ฝึกกี่รอบก็ไม่มีทางท่องคำตอบได้

© สนามสอบ · sanamsob.com — เอกสารนี้เรียบเรียงขึ้นใหม่ทั้งหมด อ้างอิงเพียงโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางซึ่งเป็นข้อมูลสาธารณะ
อนุญาตให้พิมพ์เพื่อใช้ศึกษาส่วนบุคคล · ไม่อนุญาตให้ทำซ้ำเพื่อจำหน่ายหรือแอบอ้างเป็นผลงานของผู้อื่น